posttoday
นศ.พระปกเกล้าแถลงจี้นายกฯ-ครม.ลาออก

นศ.พระปกเกล้าแถลงจี้นายกฯ-ครม.ลาออก

30 มกราคม 2557

กลุ่มรวมศรัทธา นักศึกษาสถาบันพระปกเกล้า ออกแถลงการณ์ จี้นายกฯ-ครม.ลาออก ชี้บริหารงานล้มเหลว ขาดความชอบธรรมในการบริการประเทศ

กลุ่มรวมศรัทธา นักศึกษาสถาบันพระปกเกล้า ออกแถลงการณ์ จี้นายกฯ-ครม.ลาออก ชี้บริหารงานล้มเหลว ขาดความชอบธรรมในการบริการประเทศ

เมื่อวันที่ 30 ม.ค.กลุ่มรวมศรัทธา นักศึกษาสถาบันพระปกเกล้า ได้ออกแถลงการณ์ระบุว่า  กลุ่ม“รวมพลังศรัทธา” ประกอบด้วยนักศึกษาจากหลายหลักสูตรภายใต้สถาบันพระปกเกล้า ได้ติดตามสถานการณ์ความรุนแรงที่เป็นอยู่ในขณะนี้ด้วยความห่วงใย และวิตกกังวลกับความสูญเสียของพี่น้องคนไทย และ ทรัพย์สิน ภายใต้พระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน 

ทางกลุ่มฯจึงขอแสดงจุดยืนชัดเจนว่าไม่เห็นด้วยและคัดค้านการใช้ความรุนแรงทุกรูปแบบ ไม่ว่าจากฝ่ายใดก็ตาม และเรียกร้องให้นายกรัฐมนตรีรวมทั้งคณะรัฐมนตรีรักษาการลาออก เพื่อแสดงออกถึงความรับผิดชอบ เสียสละ และรักษาจริยธรรมของนักการเมืองอันเป็นแบบอย่างที่ดี เพื่อความสงบสุข ความเจริญของประเทศ ซึ่งเป็นที่ประจักษ์แล้วว่า รัฐบาลชุดนี้ได้บริหารงานล้มเหลว ละเมิดสิทธิมนุษยชน กระทำผิดกฎหมาย ขาดความชอบธรรม ในการบริหารประเทศ ดังต่อไปนี้

1. การเดินหน้าเลือกตั้ง ทั้งที่รู้ว่าการเลือกตั้งครั้งนี้จะเป็นโมฆะ อันเนื่องจากขัดเจตนารมณ์รัฐธรรมนูญและกฎหมายการเลือกตั้งทั่วไป หรือ เลือกตั้งใหญ่ ตามบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ มาตรา 93  ที่จะต้องจัดให้มีการลงคะแนนเลือกตั้งเพื่อให้ได้จำนวนผู้แทนราษฎรตามเกณฑ์ (ร้อยละ 95) ได้ในวันเดียวกันทั่วราชอาณาจักร ซึ่งปรากฎข้อเท็จจริงว่า ไม่มีผู้สมัครรับเลือกตั้ง สส.ในจำนวน 28 เขต อีกทั้งผู้ลงทะเบียนเลือกตั้งนอกเขตจังหวัดประมาณ 2 ล้านคนที่ยังไม่ได้ใช้สิทธิลงคะแนนล่วงหน้าได้เมื่อวันที่ 26 มค. ด้วยเหตุนี้จึงนำไปสู่ความสูญเปล่าของงบประมาณแผ่นดินไม่ต่ำกว่า 4 พันล้านบาท โดยที่ไม่ได้จำนวน สส. สามารถเปิดสภาได้   ซึ่งประเด็นนี้ สำนักงานการตรวงเงินแผ่นดิน (สตง.) ได้เคยออกหนังสือขอให้พิจารณาทบทวนการจัดการเลือกตั้ง 2 กพ 2557 แจ้งเตือนไปยังรัฐบาลและคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)มาแล้ว

นายกรัฐมนตรีอ้างว่าต้องเลือกตั้งในวันที่ 2 กพ.เพื่อรักษาหลักประชาธิปไตยนั้น เป็นการกล่าวอ้างเพียงแค่ยึดรูปแบบหนึ่งของประชาธิปไตยเท่านั้น ทั้งที่รู้ว่าจะเกิดปัญหาตามมามากมาย โดยไม่คำนึงถึงความสูญเสียชีวิตของประชาชน ในขณะที่รัฐบาลชุดนี้ไม่ได้ดำเนินการในหลักการที่สำคัญของประชาธิปไตยอื่นๆ เช่น การรับฟังเสียงส่วนน้อย การเห็นประโยชน์ส่วนรวม มากกว่าประโยชน์ส่วนตนและพวกพ้อง เป็นต้น

2. รัฐบาลอนุมัติวงเงิน 1.3 แสนล้านจากโครงการคมนาคม พรบ.เงินกู้ 2 ล้านล้านบาท โดยอ้างความเห็นของคณะกรรมการกฤษฎีกา ในขณะที่โครงการคมนาคมดังกล่าวนั้นยังอยู่ระหว่างการพิจารณาคดีของศาลรัฐธรรมนูญยังไม่เสร็จสิ้น มาใช้จ่ายให้ชาวนาในอีกโครงการหนึ่ง ซึ่งเป็นการกระทำที่อาจขัดกับมาตรา 181 (4) ที่ห้ามมิให้รัฐบาลรักษาการใช้ทรัพยากรของรัฐหรือบุคลากรของรัฐเพื่อกระทำการใดซึ่งจะมีผลต่อการเลือกตั้ง

3. รัฐบาลขาดความชอบธรรม ละเมิดสิทธิมนุษยชน และจริยธรรมนักการเมืองอันเป็นแบบอย่างที่ดีในระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์เป็นพระประมุข  ซึ่งเป็นที่ปรากฎในหลายเหตุการณ์ไม่ว่าจะเป็นประเด็นทุจริตในโครงการจำนำข้าว, ไม่ปฏิบัติตามหลักธรรมาภิบาลโปร่งใส เช่นในกรณีทุจริตเสียบบัตรลงคะแนนของผู้แทนราษฏรในการลงมติการแก้ไขรัฐธรรมนูญ, รีบเร่งออกพรบ. นิรโทษกรรมและแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา 190 รวมทั้งการบริหารราชการที่ไม่ยึดหลักนิติธรรม รัฐบาลได้ประกาศไม่ยอมรับคำวินิจฉัยตัดสินของศาลรัฐธรรมนูญ, ความล้มเหลวในการติดตามจับผู้กระทำผิดกรณีทำร้ายผู้ชุมนุม มาลงโทษ เป็นต้น

ทางออกจากวิกฤตประเทศคือนายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรีรักษาการต้องลาออก เพื่อยุติวิกฤตการเมือง และที่สำคัญที่สุดคือขจัดความเสี่ยงทั้งปวงที่จะเกิดต่อชีวิตพี่น้องประชาชนที่ออกมาแสดงพลังแห่งอุดมการณ์บริสุทธิ์ที่อยากเห็นประเทศชาติของเราเปลี่ยนแปลงไปสู่ความเป็นนิติรัฐ ความมั่นคงผาสุก และความสามัคคีระหว่างพี่น้องคนไทยสืบไป

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท