
น้ำมันและเฟด
วูบเดียวครับ ราคาน้ำมันที่ตลาดไนเม็กซ์ ที่มหานครนิวยอร์ก ของสหรัฐพุ่งขึ้นไปวันเดียวถึง 1.69 เหรียญสหรัฐ หรือคิดเป็น 1.8% ไปปิดที่ระดับ 97.41 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล ทั้งๆ ที่เมื่อต้นปียังอยู่ที่ระดับ 90 กว่าๆ อยู่เลย
วูบเดียวครับ ราคาน้ำมันที่ตลาดไนเม็กซ์ ที่มหานครนิวยอร์ก ของสหรัฐพุ่งขึ้นไปวันเดียวถึง 1.69 เหรียญสหรัฐ หรือคิดเป็น 1.8% ไปปิดที่ระดับ 97.41 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล ทั้งๆ ที่เมื่อต้นปียังอยู่ที่ระดับ 90 กว่าๆ อยู่เลย
นักวิเคราะห์ส่วนหนึ่งบอกว่า การพัฒนาพลังงานแบบเชลล์ ออยล์ ในสหรัฐ ซึ่งจะถูกนำมาใช้เป็นพลังงานทางเลือกแทนน้ำมันนั้นอาจจะทำให้ราคาน้ำมันในตลาดโลกปีนี้ซบเซาลงไปบ้าง แต่บอกกันตามตรงครับว่าการคาดหมายดังกล่าวนั้นเชื่อถือไม่ได้จริงๆ
โดยเฉพาะเมื่อราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกที่ยังคงถูกเชื่อมอยู่กับเงินเหรียญสหรัฐของสหรัฐอยู่ ไม่ว่าจะตอนไหนราคาน้ำมันในตลาดโลกก็ยังจะร้อนแรงต่อไปครับ
ยิ่งในปีนี้โลกต้อนรับปี 2014 ด้วยท่าทีของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ที่ประกาศลดการอัดฉีดโครงการคิวอีลง 1 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ มาอยู่ที่ 7.5 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ
และในวันนี้ธนาคารกลางสหรัฐก็คงจะประชุมกันเรียบร้อยแล้ว และท่านผู้อ่านน่าจะรู้แล้วว่าธนาคารกลางสหรัฐได้ปรับลดคิวอีลงเพิ่มเติมอีกหรือไม่ หลังจากที่ก่อนหน้านี้นักวิเคราะห์คาดว่าเฟดจะลดเพิ่มอีก 1 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ ทำให้ปริมาณคิวอีลงมาเหลืออยู่ที่ 6.5 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐครับ
ความเคลื่อนไหวของเฟดดังกล่าว ส่งผลกระทบต่อราคาน้ำมันอย่างแน่นอนโดยไม่ต้องสงสัย แต่จะเป็นไปในทิศทางที่สวนทางกับราคาทองคำครับ
เมื่อเฟดอัดฉีดเม็ดเงินเข้าสู่ระบบมากเท่าไหร่ ก็จะยิ่งทำให้เกิดความเสี่ยงเรื่องเงินเฟ้อมากขึ้นเท่านั้น และเมื่อนั้นก็จะทำให้นักลงทุนวิ่งเข้าหาตลาดทองคำ ซึ่งเป็นแหล่งลงทุนที่ปลอดภัยกว่าถ้าระดับเงินเฟ้อสูงๆ
แต่เมื่อไหร่ที่เฟดลดการอัดฉีดเม็ดเงินที่ไหลเข้าสู่ระบบมีปริมาณลดลงน้อยกว่าเดิม ก็จะทำให้ค่าเงินเหรียญสหรัฐแข็งค่าขึ้น และเมื่อเงินสหรัฐมีมูลค่ามากขึ้น นักลงทุนก็จะฉวยเข้าไปลงทุนในตลาดน้ำมัน เพราะเหรียญสหรัฐที่แข็งขึ้นจะทำให้ซื้อน้ำมันได้มากขึ้น
นั่นคือความสัมพันธ์ระหว่างเงินเหรียญสหรัฐกับราคาน้ำมันที่เห็นได้ชัดที่สุด และเป็นสาเหตุหลักๆ ที่ทำให้ราคาน้ำมันขึ้นลงในช่วงที่ผ่านมา นอกเหนือไปจากปัจจัยจากอุปสงค์และอุปทานของน้ำมันดิบครับ
การค้นพบและพัฒนาเชลล์ ออยล์ ในสหรัฐนั้นอาจจะช่วยทำให้สหรัฐมีทางเลือกใช้น้ำมันตัวเลือกใหม่ขึ้นมา ซึ่งอาจจะทำให้ราคาน้ำมันในสหรัฐถูกลง
แต่สำหรับประเทศอื่นๆ ที่ไม่ได้มีเชลล์ ออยล์ ราคาน้ำมันก็ยังจะเร้าใจต่อไป ตราบใดที่ราคาน้ำมันโลกผูกอยู่กับเงินของสหรัฐครับ







