posttoday
หัวหมู่ทะลวงฟันกู้จำนำข้าว

หัวหมู่ทะลวงฟันกู้จำนำข้าว

30 มกราคม 2557

เกียรติศักดิ์ ผิวเกลี้ยง

เกียรติศักดิ์ ผิวเกลี้ยง

การกู้เงินเพิ่มจำนำข้าวล็อตใหม่จำนวน 1.3 แสนล้านบาท กลายเป็นเผือกร้อนผ่าวที่รัฐบาลรักษาการโยนความรับผิดชอบให้ฝ่ายข้าราชการเป็นผู้รับผิดชอบดำเนินการอย่างโดดเดี่ยวและเสี่ยงที่จะทำผิดกฎหมายที่เกี่ยวข้องหลายกระทง

ในช่วงเป็นรัฐบาลรัฐบาลพยายามดึงการกู้เงิน เพราะไม่ต้องการเป็นจุดอ่อนถูกโจมตีทางการเมือง แต่พอยุบสภากลายเป็นรัฐบาลรักษาการแบบไม่ตั้งตัว ทำให้คิดไม่ทันว่าการกู้เงินจำนำข้าวจะมีปัญหาทำไม่ได้จนถึงทางตันไม่มีเงินค้างจ่ายชาวนากว่า 1 แสนล้านบาท

ที่ผ่านมารัฐบาลรักษาการได้ส่งเรื่องการกู้เงินเพิ่มดังกล่าวให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) พิจารณาอนุมัติแล้ว แต่ กกต.ปฏิเสธไม่พิจารณาให้รัฐบาลรักษาการจึงแก้เกม โดยการส่งเรื่องให้สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาตีความ ซึ่งเลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาได้ตัดตอนตอบเรื่องนี้ด้วยตัวเอง ว่ารัฐบาลรักษาการเดินหน้ากู้เงินจำนำข้าวเพิ่มได้เพราะเป็นโครงการต่อเนื่อง โดยไม่ผ่านการพิจารณาขององค์คณะกรรมการกฤษฎีกา ชุดที่รับผิดชอบการพิจารณาด้านกฎหมายการเงินคลัง ทั้งๆ ที่เป็นเรื่องใหญ่เกี่ยวข้องกับการทำผิดกฎหมายรัฐธรรมนูญ ซึ่งเป็นกฎหมายสูงสุดของประเทศ

รัฐบาลยังพยายามรวบรัดตัดตอน โดยโยนเรื่องให้ฝ่ายข้าราชการประจำดำเนินการทันที ทั้งที่ควรเสนอให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาเห็นชอบในรายละเอียดอีกครั้ง ซึ่งได้สร้างความอึดอัดใจให้กับข้าราชการที่เกี่ยวข้อง จนเกิดการรวมกลุ่มของข้าราชการชั้นปฏิบัติงานกับอดีตข้าราชการกระทรวงการคลังไปขึ้นเวที กปปส.กว่า 200 คน เพื่อกระตุกต่อมของนักการเมืองรวมถึงข้าราชการที่รับใช้การเมืองยังไม่สำนึกถูกผิดชั่วดี หลังจากทนเห็นความตกต่ำของกระทรวงการคลังที่เป็นเสาหลักทางเศรษฐกิจต่อไปไม่ได้

หากว่าไปแล้วโครงการรับจำนำข้าวสร้างความอึดอัดใจกับข้าราชการกระทรวงการคลังตั้งแต่เริ่มโครงการเมื่อ 2 ปีที่ผ่านมา ที่ใช้เงินไปแล้วถึง 5 แสนล้านบาท โดยเป็นเงินกู้ 4.1 แสนล้านบาท และเป็นเงินสภาพคล่องของธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) อีก 9 หมื่นล้านบาท แต่ที่ผ่านมาทั้งข้าราชการคลัง และพนักงาน ธ.ก.ส. น้ำท่วมปากต้องทำตามนโยบายฝ่ายการเมือง และการดำเนินโครงการผลเสียยังไม่ปรากฏยังที่หลายฝ่ายเป็นห่วง

มาถึงวันนี้การดำเนินโครงการรับจำนำข้าวปรากฏให้เห็นว่า โครงการรับจำนำข้าวสร้างความเสียหายขาดทุนกว่าครึ่ง มีการทุจริตทำไม่ถูกต้องตั้งแต่ข้าราชการ รัฐมนตรี ไปถึงนายกรัฐมนตรี ที่อยู่ระหว่างการสอบของสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.)

ส่งผลให้ความอึดอัดใจของข้าราชการและพนักงาน ธ.ก.ส. ถึงจุดระเบิดแตกหัก ไม่สามารถที่จะทนเป็นเครื่องมือของรัฐบาลอีกต่อไป จนมีพนักงาน ธ.ก.ส. รวมตัวกันต่อต้านไม่ให้ธนาคารใช้เงินสภาพคล่องของธนาคารไปจ่ายในโครงการรับจำนำข้าวอีก หลังจากที่ฝ่ายการเมืองมีความพยายามจะมาล้วงจ่ายจำนำข้าวชาวนาในระหว่างที่ยังไม่ได้เงินกู้ก้อนใหม่

ขณะที่พนักงานธนาคารออมสินก็ออกมารวมตัวต่อต้านอย่างหนักไม่ให้ธนาคารปล่อยกู้รัฐบาลในโครงการรับจำนำข้าวอีกต่อไปถึงขนาดมีการทำหนังสือไปถึงกรรมการของธนาคารทั้ง 15 คน ไม่ให้เห็นชอบการปล่อยกู้ดังกล่าว แม้แต่ธนาคารกรุงไทย ผู้บริหารยังต้องออกมาปฏิเสธไม่ปล่อยกู้โครงการรับจำนำข้าว เพราะกลัวจะเสียธรรมาภิบาลของธนาคาร

ในส่วนของข้าราชการกระทรวงการคลังต้องถือว่าหนักอกมากที่สุด ในฐานะที่เป็นหัวหมู่ทะลวงฟันเพื่อกู้เงินจำนำข้าวมาให้รัฐบาลตามใบสั่งฝ่ายการเมือง ทำให้เกิดการแตกแยกของข้าราชการชั้นปฏิบัติและผู้บริหารที่ได้ดี และเติบโตจากฝ่ายการเมืองและยังต้องการสนองนโยบายรักษาการต่อไป

เริ่มตั้งแต่ข้าราชการชั้นปฏิบัติของสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ (สบน.) มีความพยายามที่จะเสนอความเห็นว่าการทำดังกล่าวผิดกฎหมาย แต่ข้อความดังกล่าวก็ถูกตัดออก หรือมีการเสนอเรื่องการกู้เงิน 1.3 แสนล้านบาท ให้ ครม.เห็นชอบอีกครั้ง เพื่อระบุให้ชัดเจนว่ากระทรวงการคลังจะค้ำประกันเงินกู้ให้ ธ.ก.ส. เพื่อไปจ่ายในโครงการรับจำนำข้าว แต่ก็ได้มีการบ่ายเบี่ยงจากผู้บริหารคลังว่าไม่จำเป็น เพราะเป็นเรื่องที่ ครม.เห็นชอบมาแล้ว

แต่ในความเป็นจริงก็ปรากฏชัดว่า ครม.ที่เห็นชอบก่อนหน้านี้เป็นเรื่องการปรับโครงสร้างหนี้สาธารณะปีงบประมาณ 2557 ครั้งที่ 1 ที่มีการโยกเงินจากโครงการโครงสร้างพื้นฐานมาเป็นเงินที่กระทรวงการคลังค้ำประกันเงินกู้ให้กับ ธ.ก.ส. 1.3 แสนล้านบาท แต่ยังไม่ได้มีการระบุว่าจะนำเงินไปใช้ในโครงการอะไร

นอกจากนี้ คณะกรรมการของ ธ.ก.ส.ยังไม่เคยเห็นชอบการกู้เงิน 1.3 แสนล้านบาท แต่กระทรวงการคลังโดย จุฬารัตน์ สุธีธร ผู้อำนวยการ สบน. ที่มีความใกล้ชิดเป็นเพื่อนร่วมรุ่นร่วมสถาบันวิทยาการตลาดทุน (วตท.) กับยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกฯ และ รมว.กลาโหม ได้เซ็นชงกู้เงินดังกล่าวให้พงษ์ภาณุ เศวตรุนทร์ รองปลัดคลัง ที่ดูแลด้านหนี้สินและรายจ่าย ที่ก่อนหน้านี้เคยพลีชีพเซ็นกู้เงินตาม พ.ร.ก. 3.5 แสนล้านบาท ในโครงการบริหารจัดการน้ำ ทั้งที่ศาลปกครองมีการวินิจฉัยการดำเนินโครงการดังกล่าวไม่ถูกต้องตามกฎหมาย เพราะไม่มีการทำประชาพิจารณ์จากผู้ที่มีส่วนได้เสีย เป็นผู้ยอมกล้าตายเซ็นค้ำประกันเงินกู้จำนำข้าว 1.3 แสนล้านบาท อีกครั้ง

การดำเนินการดังกล่าวแม้ว่าจะเป็นการทำตามหน้าที่สายงานที่รับผิดชอบ แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่ายังพิจารณาความถูกต้องไม่รอบคอบ นอกจากนี้ การที่ผู้อำนวยการ สบน.และรองปลัดคลัง ดำเนินการเรื่องการกู้ โดยที่คณะกรรมการ ธ.ก.ส. ยังไม่ได้อนุมัติก็ถือเป็นการตัดตอนหนีผิดทางกฎหมาย เพราะประธานคณะกรรมการของ ธ.ก.ส. คือทนุศักดิ์ เล็กอุทัย รมช.คลัง หากคณะกรรมการ ธ.ก.ส. อนุมัติการกู้ดังกล่าวก็น่าจะเป็นการทำผิดกฎหมายรัฐธรรมนูญตามมาตรการ 181 จึงมีการตัดตอนส่วนนี้ทิ้งไปเสียเฉยๆ

นอกจากนี้ การสั่งการของกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกฯ และ รมว.คลัง ให้ผู้บริหารคลังและข้าราชการคลังที่เกี่ยวข้องกับการกู้เงินปิดปากเงียบเรื่องกู้เงิน แสดงให้เห็นถึงความไม่ชอบมาพากลมากขึ้น

การกู้เงินจำนำข้าววันนี้ จึงขึ้นอยู่กับหัวหมู่ทะลวงฟันเงินกู้ว่า จะยึดผลประโยชน์ของประเทศชาติทำในสิ่งผิดให้ถูกต้อง หรือจะยึดผลประโยชน์นักการเมืองที่ตัวเองรับใช้อยู่จนทำสิ่งผิดให้เป็นสิ่งถูก

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท