
โอกาสที่หลุดลอย แต่ยังพอมีหวัง
....สมผล ตระกูลรุ่ง
การประกาศแผนปรองดองของหนุ่มมาร์ค ช็อกความรู้สึกของผู้คนทั้งที่สนับสนุนและที่เป็นกลาง ที่อยากเห็นการบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง โดยเฉพาะกับกลุ่มอันธพาลที่ไม่เห็นกฎหมายอยู่ในสายตา จนถึงวันนี้เสียงตำหนิติเตียนรวมไปถึงเสียงก่นด่าก็ยังคงมีอยู่
ถ้าดูจากแถลงการณ์จะเห็นได้ว่าคุณอภิสิทธิ์เป็นนักการเมืองเต็มตัวแล้ว คุณอภิสิทธิ์รู้ดีว่าเมื่อตัดสินใจอย่างนี้ผลจะเกิดอย่างไร คุณอภิสิทธิ์ทราบดีว่าจะได้รับการตอบรับจากแฟนคลับในอารมณ์อย่างนี้ จึงได้แถลงยอมรับว่าแผนปรองดองนี้อาจไม่ถูกใจฝ่ายใดเลย ซึ่งก็เป็นจริงอย่างที่คุณอภิสิทธิ์คาดการณ์ไว้
อย่างไรก็ตาม สิ่งที่เกิดขึ้นได้กลายเป็นอดีตไปแล้ว จะชอบหรือไม่ชอบใจก็เปลี่ยนอดีตไม่ได้ สู้ทำใจยอมรับสิ่งที่เกิดขึ้น โดยยึดหลักว่าอะไรที่เกิดขึ้นแล้วย่อมดีเสมอ แล้วคิดถึงอนาคตกันดีกว่า
ข้อดีๆ ที่เห็น อย่างน้อยก็ทำให้สถานการณ์คลี่คลายลง ผู้คนรู้สึกว่าจะไม่มีการปะทะกัน จะไม่มีการเสียชีวิตที่เกิดจากการต่อสู้ระหว่างคนไทยด้วยกันอีกแล้ว
แผนการปรองดองเกิดขึ้นได้อย่างไร คุณอภิสิทธิ์คิดคนเดียว ตัดสินใจคนเดียวหรือ เป็นการปรึกษาหารือของฟากฝั่งรัฐบาลฝ่ายเดียว หรือเป็นการตัดสินใจที่เกิดจากการตกลงกับฝ่ายตรงข้าม คำถามเหล่านี้ล้วนเป็นคำถามที่ค้างคาใจผู้คน
ภาพที่เห็นอาจไม่จริง เพราะภาพที่เป็นจริงเราไม่มีโอกาสได้เห็น
แต่นกหนู จิ้งจกตุ๊กแก ที่เกาะกำแพงแถวราบ 11 รายงานตรงกันว่า ถ้าคุณอภิสิทธิ์ไม่มั่นใจว่าอีกฝ่ายจะยอมรับ คุณอภิสิทธิ์ไม่น่าจะกล้าประกาศแผนปรองดองนี้ ซึ่งถ้าดูจากท่าทีก็น่าจะเป็นเช่นนั้น เพราะคุณอภิสิทธิ์ดูจะมั่นใจในแผนปรองดองที่ประกาศออกไป แล้วทำไมเพิ่งจะมาประกาศตอนนี้ ทำไมไม่ประกาศให้เสร็จสิ้นก่อนสงกรานต์
คำตอบก็คงจะตรงกันว่า เพราะการเจรจาเพิ่งจะได้ข้อสรุป
ว่ากันว่าตัวแทนของคุณอภิสิทธิ์ติดต่อทางลับกับตัวแทนนักโทษหน้าเหลี่ยม ผ่านทางนักกฎหมายที่ดูเรียบร้อย ไม่โฉ่งฉ่าง และสาวสายเลือดเดียวกัน โดยติดต่อมาหลายสัปดาห์แล้ว เมื่อตกลงกันได้ คุณอภิสิทธิ์จึงได้ยอมถอย 5 ก้าว ประกาศแผนปรองดองที่น่าจะทำให้การชุมนุมยุติได้ก่อนหรือในวันฉัตรมงคล
การเจรจาลับดังกล่าวแกนนำเสื้อแดงอาจพอทราบบ้างว่ามีการเจรจากัน แต่ไม่น่าจะทราบรายละเอียด จึงยังไม่ยอมสลายตัว เพราะคนที่จะได้รับผลร้ายภายหลังเลิกชุมนุมก็คือแกนนำบนเวทีทั้งหลายที่จะต้องถูกดำเนินคดีตามที่ประกาศไว้ในแผนปรองดอง
ใครจะไปยอมง่ายๆ ท่าทีของแกนนำจึงต้องดึงเวลาเพื่อต่อรองอะไรบางอย่างทั้งจากนายของตัวเองและฟากฝั่งรัฐบาล ข้ออ้างที่ต้องมีการประชุมแกนนำเสื้อแดงจึงถูกนำมาใช้เพื่อซื้อเวลา
จะมีใครบ้างที่เชื่อว่าแกนนำเสื้อแดงมีอำนาจแท้จริงในการตัดสินใจ คงจะมีแต่คนที่กินหญ้ากับกินแกลบเท่านั้นที่เชื่อ
แม้แกนนำคนเสื้อแดงผู้ที่เสี่ยงเป็นเสี่ยงตายเพื่อใครคนหนึ่ง ไม่อาจปฏิเสธแผนปรองดองที่นายใหญ่ตกลงใจแล้ว แต่ก็ต้องหามุขมาต่อรอง เพราะแผนปรองดองของคุณอภิสิทธิ์ยืนยันชัดเจนว่าจะดำเนินคดีกับผู้ทำผิดกฎหมายที่ไม่ใช่เรื่องการเมือง
การทำผิดกฎหมายระหว่างการชุมนุมเป็นสิ่งที่คนทั่วไปยอมรับไม่ได้ พี่เอ็ม น้องอาร์ ที่อาละวาดตลอดเวลาตั้งแต่มีการชุมนุม เป็นความผิดร้ายแรง
การบุกโรงพยาบาลจุฬาฯ ในยามค่ำคืน เป็นการกระทำเยี่ยงโจรที่ไม่เห็นกฎหมายอยู่ในสายตา เป็นการกระทำของคนที่ป่าเถื่อน ไม่มีจิตใจของความเป็นมนุษย์ เป็นความผิดอาญาที่มีพยานหลักฐานชัดเจนทั้งภาพข่าวโทรทัศน์ หนังสือพิมพ์ และรู้ตัวผู้กระทำความผิดด้วย
การปิดถนนตรวจค้นรถประชาชนทั่วไป และการกักตัวทหารตำรวจที่จะเดินทางไปปฏิบัติหน้าที่ราชการ เป็นความผิดตามกฎหมายที่ผู้คนทั่วไป (ยกเว้นพวกแดงแท้ แดงเทียม) ไม่อาจยอมรับได้
การปิดสถานที่ราชการ การยึดถนนสาธารณะไม่ให้บุคคลทั่วไปเข้าไปใช้ได้ตามปกติ การพูดบนเวทีเสื้อแดงที่กล่าวจาบจ้วงสถาบันอย่างชัดเจน ไม่ต้องอ้อมค้อม เป็นคำพูดที่แม้จะเป็นการกล่าวหาคนธรรมดาก็เป็นความผิด การที่แกนนำปล่อยให้มีการจาบจ้วงสถาบันต่อหน้าต่อตา แต่ไม่ได้ห้ามปราม เป็นการร่วมกันทำผิด หรือไม่ก็สนับสนุนให้มีการกระทำผิด การกระทำต่างๆ เหล่านี้เป็นความผิดทางอาญาที่ไม่ใช่ความผิดทางการเมือง
แม้คุณอภิสิทธิ์มีโอกาสและความชอบธรรมที่จะบังคับใช้กฎหมายจัดการกับผู้ชุมนุมอย่างเด็ดขาด สังคมให้โอกาสแล้ว แต่คุณอภิสิทธิ์กลับปล่อยโอกาสนั้นให้หลุดลอยไปอย่างน่าเสียดาย
ในวันนี้แม้แผนปรองดองจะประกาศไปแล้ว แต่ความสงบยังไม่เกิด ที่น่าเป็นห่วงคือยังมีการยิงระเบิดและอาวุธปืนใส่ทหาร ตำรวจ และชาวบ้านที่สีลมอีก ทำให้มีผู้คนบาดเจ็บล้มตาย คุณอภิสิทธิ์จะรับผิดชอบต่อชีวิตบุคคลเหล่านี้อย่างไร
ผมยังเชื่อว่าการเพิ่มคนชุมนุมก็ดี ความรุนแรงที่เกิดขึ้นก็ดี เป็นการต่อรองของแกนนำคนเสื้อแดงที่ต่อรองทั้งกับนายของตัวเองและรัฐบาลเพื่อความอยู่รอดของตัวเอง ไม่ว่าแผนปรองดองจะได้รับการตอบสนองจากคนเสื้อแดงหรือไม่ การชุมนุมจะยุติหรือไม่ วันนี้คุณอภิสิทธิ์ซึ่งต้องรวมถึง พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ยังมีหน้าที่รับผิดชอบบ้านเมือง ยังมีหน้าที่ต้องบังคับใช้กฎหมาย
หากสามารถสลายการชุมนุมได้ หรือการชุมนุมเลิกกันไปเอง และคุณอภิสิทธิ์ยังจะยุบสภาตามแผนปรองดองที่ประกาศไว้ คุณอภิสิทธิ์ก็ยังมีเวลาพอที่จะดึงคะแนนเสียง สร้างความนิยมให้กับตัวเองได้ ด้วยการบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจังกับกลุ่มอันธพาลที่กระทำผิดตามที่กล่าวมาข้างต้น
เว้นแต่ว่าคุณอภิสิทธิ์จะถอดใจ อยากจะกลับไปใช้ชีวิตสบายๆ กับครอบครัว คุณอภิสิทธิ์อาจไม่ทำอะไรเลย ซึ่งจะทำให้ประวัติชีวิตของคุณอภิสิทธิ์เปลี่ยนไป
จากคนหนุ่มที่ก้าวขึ้นเป็นผู้นำที่มีความกล้า กลายเป็นเด็กที่ใช้ประเทศเป็นที่เล่นขายของ
อนาคตไม่มีใครกำหนดให้ได้ คุณอภิสิทธิ์ต้องกำหนดอนาคตของตนเอง







