
อย่าเหลิงอำนาจ
เหิมเกริมลุแก่อำนาจมากเกินไปหรือเปล่า หลังรัฐบาลมีมติ ครม. วันที่ 21 ม.ค. ประกาศใช้ พ.ร.ก.บริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน ให้อำนาจรัฐบาลแบบล้นฟ้า จากนั้นรัฐบาลได้นำอำนาจดังกล่าว ไปใช้ในทางกลั่นแกล้ง ข่มขู่ฝ่ายตรงข้ามที่มีความเห็นต่างทางการเมือง มากกว่าใช้สร้างความเป็นธรรม สร้างความสงบให้บ้านเมือง ไม่นำไปสู่ความรุนแรงมากขึ้นจนถึงวิกฤตเข้าขั้นฉุกเฉินตามเจตนารมณ์ของกฎหมาย
เหิมเกริมลุแก่อำนาจมากเกินไปหรือเปล่า หลังรัฐบาลมีมติ ครม. วันที่ 21 ม.ค. ประกาศใช้ พ.ร.ก.บริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน ให้อำนาจรัฐบาลแบบล้นฟ้า จากนั้นรัฐบาลได้นำอำนาจดังกล่าว ไปใช้ในทางกลั่นแกล้ง ข่มขู่ฝ่ายตรงข้ามที่มีความเห็นต่างทางการเมือง มากกว่าใช้สร้างความเป็นธรรม สร้างความสงบให้บ้านเมือง ไม่นำไปสู่ความรุนแรงมากขึ้นจนถึงวิกฤตเข้าขั้นฉุกเฉินตามเจตนารมณ์ของกฎหมาย
เห็นได้จากการใช้อำนาจของศูนย์รักษาความสงบ (ศรส.) ที่ตั้งขึ้นมาตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉินได้ลุแก่อำนาจ มีการข่มขู่ มีการฟ้องร้องใช้กฎหมายหวังปิดปากฝ่ายตรงข้าม แม้กลุ่มดังกล่าวไม่ได้เกี่ยวข้องที่จะนำไปสู่เหตุให้เกิดความรุนแรง เช่น การจะฟ้องร้องกลุ่มดารานักแสดงที่ขึ้นเวทีผู้ชุมนุมกลุ่ม กปปส. ไปแสดงความเห็นต่างทางการเมืองกับรัฐบาล
รวมทั้งล่าสุดการที่ ศรส.ออกมาบอกว่าจะส่งหนังสือแจ้งเตือนโดยเร็วที่สุดไปยังภาคธุรกิจ 30 องค์กร ซึ่งทาง ศรส.เชื่อว่าเป็นผู้สนับสนุนรายใหญ่ให้งดเว้นให้ความช่วยเหลือ ทั้งด้านการเงินที่พัก ยานพาหนะ และอุปกรณ์ต่างๆ ในการชุมนุมกลุ่ม กปปส. โดย ศรส.ระบุว่าเท่าที่ตรวจสอบช่วง 2 เดือนของการชุมนุม มีเงินหมุนเวียนในม็อบประมาณ 200 ล้านบาท
ทั้งนี้ หาก ศรส.มีการตรวจสอบว่ามีการสนับสนุนเงินไปเพื่อใช้ก่อเหตุความรุนแรงจริง เมื่อ ศรส.ตรวจสอบพบแล้วก็ควรจะนำหลักฐานไปดำเนินคดีกับผู้ที่สนับสนุนเงินไปใช้ก่อเหตุความรุนแรง จัดการลงโทษให้เห็นกันเป็นรายๆ ไป
รวมทั้งควรจะนำอำนาจที่มีอยู่อย่างล้นเหลือจาก พ.ร.ก.ฉุกเฉินไปจัดการกับฝ่ายที่ก่อความรุนแรงแล้ว เช่นล่าสุดการยิงคนกลางวันแสกๆ กลางถนน จนทำให้กลุ่มผู้ชุมนุม กปปส.เสียชีวิตไป 1 ราย บาดเจ็บอีกกว่าสิบย่านวัดศรีเอี่ยม
หากรัฐบาลซึ่งประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉินมีอำนาจเต็มมือ มีเจ้าหน้าที่ใช้อำนาจได้มากกว่าปกติ ยังไม่สามารถจับคนร้ายใช้อาวุธปืนหรือระเบิดฆ่าคนตายเพื่อให้ความเป็นธรรมได้ ก็ย่อมต้องเป็นที่สงสัยได้ว่าอำนาจที่ได้มาจากการใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉินจะใช้ไปเพื่อทำลายฝ่ายเห็นต่างทางการเมือง ไม่ใช่เป็นไปตามเหตุผลที่ ครม.ได้มีมติใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน โดยอ้างว่าการชุมนุมของ กปปส.ได้ละเมิดกฎหมายปิดสถานที่ราชการ สถาบันการเงิน ทั้งยังข่มขู่ข้าราชการไม่ให้ปฏิบัติหน้าที่ ดังนั้นทางรัฐบาลจึงต้องงัด พ.ร.ก.ฉุกเฉินออกมาใช้
รัฐบาลต้องหยุดพฤติกรรมใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉินไปเพื่อกลั่นแกล้ง ข่มขู่ ฝ่ายเห็นต่างทางการเมืองที่ไม่ได้ใช้ความรุนแรง ที่สำคัญต้องใช้อำนาจนั้นไปจับปราบผู้ที่สร้างความรุนแรง ฆ่าคนไทยด้วยกันให้ได้ ไม่เช่นนั้นอำนาจที่ใช้ไปในทางไม่ดีมันจะย้อนกลับทำร้ายผู้ใช้อย่างสาหัสไม่แพ้กัน







