posttoday
ประเทศนี้ยังมีเรื่องชื่นใจ

ประเทศนี้ยังมีเรื่องชื่นใจ

10 พฤษภาคม 2553

...ม.ร.ว.ปรีดียาธร เทวกุล

ในสัปดาห์ที่แล้ว คนกรุงเทพฯ เริ่มยิ้มได้หลังจากที่เครียดกับสถานการณ์ทางการเมืองมาเป็นระยะเวลากว่า 1 เดือน เริ่มด้วยการที่นายกรัฐมนตรีออกมาประกาศข้อเสนอแผนปรองดองพร้อมกับกำหนดวันเลือกตั้งในวันที่ 14 พ.ย. ซึ่งฝ่ายผู้ประท้วงได้ตอบรับในวันถัดมา ทำให้คนกรุงเทพฯ เชื่อว่าการประท้วงจะหยุดลง และผู้ประท้วงจะสลายตัวในเร็ววัน

ต่อมาในตอนกลางคืนของวันที่ 5 พ.ค. อันเป็นวันฉัตรมงคล รัฐบาลได้จัดงานฉลองครบรอบ 60 ปี ของพระราชพิธีราชาภิเษก บนถนนราชดำเนิน มีประชาชนเข้าร่วมงานฉลองกันเป็นจำนวนมากเต็มถนนราชดำเนิน ด้วยจิตใจที่เปี่ยมไปด้วยความปีติยินดี

ผมนั่งดูงานฉลองที่ถ่ายทอดทางโทรทัศน์ เห็นหน้าตาของผู้คนที่ไปร่วมงานซึ่งแสดงออกด้วยความจงรักภักดีในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว แล้วรู้สึกเต็มตื้น ยิ่งได้เห็นขบวนนางบุปผชาติที่สวยงามตระการตา ตามด้วยขบวนการแสดงต่างๆ แล้วรู้สึกสบายใจจริงๆ ขบวนแห่ของช้างนั้นน่าชมมาก คนหัดช้างหัดได้เก่ง ช้างเดินขบวนเป็นระเบียบยกขาสลับทีละข้าง แสงไฟฉายด้วยสีที่ดูเป็นช้างเผือกทั้งตัว และที่น่าเอ็นดูที่สุดก็คือ ช้างเต้นระบำย้ายก้นตามจังหวะเพลงที่เร่งเร้า ขบวนแห่ที่เรียกว่าชีวิตวิถีไทยของแต่ละภาคก็ทำได้งดงาม และสื่อความหมายของชีวิตไทยที่สงบ สนุกสนาน และไม่มีการแตกแยก

ผมไม่ทราบว่าโทรทัศน์ต่างประเทศ เช่น CNN หรือ BBC ถ่ายทอดงานนี้ออกไปเป็นข่าวทั่วโลกหรือไม่ ถ้ามีการถ่ายทอด ชาวต่างประเทศทั่วโลกคงจะงงที่เห็นว่าคนไทยซึ่งเพิ่งประท้วงกันอย่างรุนแรง หันมาฉลองด้วยความสนุกและสามัคคีกันเป็นอย่างดีในงานนี้ ถ้าไม่เรียกว่าเป็นเพราะพระบารมีแล้วจะเป็นเพราะอะไรกันเล่า!

ครั้นเมื่อถึงเช้าวันที่ 6 พ.ค. ผมก็รู้สึกชุ่มชื่นหัวใจอีกครั้งหนึ่งเมื่อได้เห็นพระบรมสาทิสลักษณ์ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในหน้าหนังสือพิมพ์ทุกฉบับที่ประทับบนรถเข็นด้วยพระพักตร์ที่ทรงแย้มพระสรวลเล็กน้อย ผมจึงคิดว่าเป็นหน้าที่ของคนไทยทุกคนที่จะต้องช่วยกันดูแลให้แผนการสร้างความปรองดองในครั้งนี้ก้าวหน้าต่อไป เพื่อให้ผู้ร่วมชุมนุมสลายตัวกลับบ้านโดยเร็ว และทำให้คนไทยยิ้มได้ต่อไป

คำถามก็คือ โอกาสที่แผนการปรองดองที่ต้องทำถึง 5 เรื่องจะดำเนินไปได้สำเร็จในระยะเวลา 45 เดือนนี้มีมากเพียงไร ขอให้เราลองพิจารณาทีละเรื่อง เริ่มจากเรื่องการตั้งกรรมการกลางสางคดีชุมนุม ซึ่งคาดกันว่าจะมอบให้คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนเป็นผู้รับภาระดังกล่าวนั้น ผมเชื่อว่าคณะกรรมการชุดนี้คงจะทำงานให้ลุล่วงได้ทันกำหนด แต่ผลการสอบสวนจะเป็นที่ยอมรับโดยฝ่ายที่ถูกกล่าวหาหรือไม่ อยู่ที่การเทียบเคียงกับผลการสอบสวนคดีชุมนุมในอดีตเมื่อครั้งฝ่ายเหลืองชุมนุม หากการสอบสวนเป็นไปโดยบรรทัดฐานเดียวกัน และให้มีการดำเนินคดีทั้งสองฝ่ายอย่างเท่าเทียมกันเรื่องก็คงจะจบลงได้ด้วยการยอมรับ

ในเรื่องของการดำเนินการกับผู้ที่มีพฤติกรรมล้มล้างสถาบันกษัตริย์ตลอดจนผู้ที่เขียนบทความหรือกล่าววาจาให้ร้ายหรือจาบจ้วงสถาบันนั้น นายกรัฐมนตรีต้องดำเนินการอย่างเที่ยงธรรมจริงๆ จะต้องไม่เข้าข้างฝ่ายหนึ่งฝ่ายใด ต้องกล้าดำเนินการฟ้องร้องในคดีที่มีหลักฐานอยู่พร้อมและรอฟ้องอยู่แล้วไม่ว่าจะเป็นฝ่ายใด กล้าจับกุมตัวบุคคลที่เห็นได้ชัดว่าเขียนบทความหรือกล่าววาจาให้ร้ายหรือจาบจ้วงสถาบัน ดังที่ปรากฏเป็นหลักฐานอยู่ในหนังสือพิมพ์บางฉบับ หรือใน Website บางแห่ง เมื่อมีหลักฐานก็ต้องทำให้เด็ดขาดเพื่อรักษาสถาบัน แต่สำหรับผู้ที่ไม่มีหลักฐานที่เชื่อได้ว่ามีพฤติกรรมในลักษณะนี้ก็ต้องหยุดให้ร้าย เพราะการให้ร้ายในเรื่องนี้อาจจะมีผลบีบคั้นให้ผู้ที่ยังไม่เคยคิดร้ายต่อสถาบันหันไปเป็นศัตรูของสถาบันโดยไม่ตั้งใจ

สำหรับเรื่องการแก้ความขัดแย้งทางการเมือง ซึ่งคงจะแบ่งเป็น 2 ประเด็น คือ การแก้ไขรัฐธรรมนูญในบางข้อ และการออกพระราชบัญญัตินิรโทษกรรมให้แก่นักการเมืองที่เป็นกรรมการบริหารของพรรคที่ถูกยุบนั้น ผมเชื่อว่าพรรคการเมืองทุกพรรคคงจะร่วมกันทำให้ลุล่วงไปได้ในเมื่อรับปากรับคำกันแล้ว นอกจากนี้คดียุบพรรคประชาธิปัตย์ที่อยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญก็น่าจะเป็นปัจจัยที่ทำให้ทุกฝ่ายตกลงกันได้ เพราะจะเป็นประโยชน์แก่ทุกฝ่ายอย่างเท่าเทียมกัน

ในเรื่องการปฏิรูปสื่อซึ่งจะให้สื่อมวลชนทุกชนิดมาร่วมกันกำหนดกติกาที่ใช้ร่วมกันกับทุกฝ่ายนั้น ก็คงจะทำไปได้ระดับหนึ่งที่ไม่สมบูรณ์เท่าใดนัก แต่เมื่อสื่อทุกฝ่ายยอมรับแล้วก็ถือว่างานเสร็จ และประกาศใช้ไปในลักษณะนั้น

สิ่งที่ผมไม่แน่ใจเลยว่าจะทำกันได้เพียงใด ก็คือ การปรับปรุงแก้ไขความไม่เป็นธรรมในสังคม ได้ทราบว่าจะมีการตั้งสมัชชาปฏิรูปประเทศไทยที่มีตัวแทนจากทุกภาคส่วนเข้าร่วม เรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่และมีขอบเขตกว้างขวางมาก การตั้งสมัชชา ซึ่งประกอบด้วยคนจำนวนมากมาร่วมพิจารณาเรื่องที่มีขอบเขตกว้างเป็นเรื่องที่ไม่น่าจะทำให้บรรลุผลได้ในระยะเวลาอันสั้น เรื่องนี้จึงอยู่ที่การกำหนดว่าต้องการอะไรจากที่ประชุมสมัชชา

หากต้องการให้สมัชชาจัดทำถึงขั้นที่เป็นแผนปฏิรูปที่สามารถนำไปปฏิบัติได้ ก็คงจะไม่สามารถทำได้ทันในระยะเวลา 45 เดือนนี้ แต่ถ้าต้องการเพียงแค่ให้ตกลงกันให้ได้ว่าเรื่องใดบ้างที่เป็นเรื่องที่ไม่เป็นธรรมในสังคมที่จำเป็นต้องแก้ไขเพื่อขจัดความเหลื่อมล้ำ ตลอดจนแนวทางที่ควรแก้ไขในแต่ละเรื่องเป็นผลสรุปเบื้องต้นไว้ก่อน โดยรอทำแผนปฏิบัติการที่จะใช้ในการปฏิรูปในภายหลัง ก็น่าจะเป็นงานที่สมัชชาอาจประชุมจัดทำได้เสร็จในระยะเวลาที่มีอยู่ก่อนการเลือกตั้งครั้งใหม่นี้

เรื่องการปรับปรุงแก้ไขความไม่เป็นธรรมในสังคมนี้ ผมยังมีประเด็นที่จะพูดถึงอีกในสัปดาห์หน้า

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท