
แบ่งเค็กงบปี 2554 กองทัพรับอื้อ
8...ทีมข่าวการเงิน
แม้ว่าการเมืองจะร้อนแรงเพียงไร แต่รัฐบาลก็ยืนหยัดสู้ยิบตา การยุบสภาหรือการเลือกตั้งใหม่ จะต้องมีหลังการจัดทำงบประมาณปี 2554 เสร็จสิ้นกระบวนการไปแล้วเท่านั้น เพื่อไม่ให้กระทบกับการบริหารเศรษฐกิจ
รัฐบาลให้เหตุผลว่า งบปี 2554 จะล่าช้าเหมือนงบปีที่ผ่านๆ มาไม่ได้ เพราะไม่สามารถใช้งบประมาณปีก่อนหน้าแทนไปได้ เนื่องจากปี 2553 เป็นงบที่ผิดปกติมีจำนวนน้อยจากวิกฤตเศรษฐกิจ แต่งบปี 2554 เป็นงบที่มีการจัดสรรมากกว่า ดังนั้นปี 2553 ใช้แทนงบปี 2554 ไม่ได้ ส่งผลให้รัฐบาลใส่เกียร์เดินหน้าเข็นร่างงบประมาณปี 2554 ให้เป็นไปตามปฏิทินตารางเวลาที่วางเอาไว้
ทั้งนี้เมื่อ 27 เม.ย. 2553 คณะรัฐมนตรี (ครม.) อนุมัติแผนการจัดทำงบประมาณประจำปี 2554 โดยมีวงเงินงบประมาณรายจ่ายที่ 2.07 ล้านล้านบาท ประมาณการรายได้ที่ 1.6 ล้านล้านบาท เป็นงบประมาณขาดดุล 4.2 แสนล้านบาท ภายใต้การคาดการณ์เศรษฐกิจไทยปี 2554 ขยายตัวในระดับ 6.5%
วงเงินงบประมาณรายจ่ายในปีงบประมาณ 2554 เพิ่มขึ้นจากปีงบประมาณ 2553 จำนวน 3.7 แสนล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 21.8% งบประมาณรายจ่ายทั้งหมด แยกเป็นงบรายจ่ายประจำ 1.66 ล้านล้านบาท คิดเป็น 80% ของงบรายจ่ายทั้งหมด ลดลงจากปีก่อน สำหรับงบประมาณรายจ่ายเพื่อการลงทุน อยู่ที่ 3.44 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 60% เป็นการเพิ่มเติมงบลงทุนให้มากขึ้นจากกรอบเดิมประมาณ 45 หมื่นล้านบาท เพื่อนำไปใช้ลงทุนในโครงการไทยเข้มแข็งที่ตามแผนเดิมจะใช้เงินจากพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจ 4 แสนล้านบาท แต่ขณะนี้รัฐบาลจะถอนร่าง พ.ร.บ. ดังกล่าวออกจากการพิจารณาของสภา
เมื่อเจาะลึกลงไปในรายละเอียดงบประมาณปี 2554 จะเห็นชัดเจนว่า การจัดสรรงบประมาณให้กับทหารซึ่งสนับสนุนยืนเคียงบ่าเคียงไหล่รัฐบาลนี้มาด้วยตลอด รวมถึงการจัดสรรโครงการต่างๆ ที่อยู่ในดูแลของพรรคร่วม จะได้มากโขมากกว่ากลุ่มอื่น
โดยจัดทำงบประมาณปี 2554 ในส่วนของกระทรวงกลาโหมถือว่ารับไปเนื้อๆ เสนอของบประมาณปี 2554 ไว้ถึง 2.2 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้นจากงบประมาณปี 2553 ที่ได้รับจัดสรรจำนวน 1.54 แสนล้านบาท โดยอ้างความจำเป็นเรื่องการซ่อมบำรุงอาวุธยุทโธปกรณ์ รวมทั้งต้องมีอาวุธสำรอง ประเภทกระสุนปืน และอะไหล่ต่างๆ เพื่อรองรับกรณีที่ยุทโธปกรณ์หลักเข้ารับการซ่อมบำรุง
การจัดทำงบประมาณปี 2554 ในส่วนของกระทรวงกลาโหม ได้ขอให้สำนักงบประมาณพิจารณาจัดสรรงบประมาณให้แก่กองทัพ และต้องการได้รับจัดสรรงบประมาณไม่ต่ำกว่า 1.61.7% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) โดยระบุว่าขณะนี้จีดีพีประเทศมีอัตราการเติบโตเพิ่มขึ้น และที่ผ่านมานับตั้งแต่ช่วงวิกฤตเศรษฐกิจเมื่อปี 2540 เป็นต้นมา กองทัพถูกปรับลดงบประมาณมาต่อเนื่อง แต่ปัจจุบันสถานการณ์เศรษฐกิจปรับตัวดีขึ้น จึงขอเพิ่มงบประมาณ เพื่อให้กองทัพมีกำลังรบที่เหมาะสมและทันสมัยสอดคล้องกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนไป
การเพิ่มงบให้กับทหาร จะเห็นได้จากปีงบประมาณปี 2553 ที่ทั้งทหารบกได้งบซ่อมบำรุงซื้ออาวุธจำนวนมาก รวมถึงกองทัพอากาศที่ได้รับอนุมัติซื้อฝูงบิน เป็นเงินจำนวนหลายหมื่นล้านบาท
การจัดสรรงบประมาณให้ทหารมากเป็นประวัติการณ์ 2 ปี ซ้อนในรัฐบาลชุดนี้ ถูกมองว่าเป็นผลประโยชน์ต่างตอบแทน ที่ทำหารช่วยค้ำนาวารัฐบาลให้อยู่ท่ามกลางมรสุมม็อบเสื้อแดงได้ ขณะที่ทหารก็ได้งบประมาณไปบำรุงกำลังกันได้อย่างทั่วถึงและเป็นน้ำเป็นเนื้อกว่าทุกรัฐบาลที่ผ่านมา
นอกจากทหารที่ได้งบประมาณปี 2554 ก้อนโตไปแล้ว ที่เหลือก็หนีไม่พ้นจะเป็นของพรรคร่วมรัฐบาล ร่วมถึงพรรคประชาธิปัตย์เอง ที่เป็นแกนนำ โดยอนุมัติผ่านโครงการต่างๆ เป็นกระสุนเสบียงไว้สำหรับการเลือกตั้งใหม่ที่ไม่ขึ้นปลายปีนี้ก็ต้นปีหน้า
สำหรับรายละเอียดงบประมาณกระทรวงต่างๆ ของงบประมาณปี 2554 นั้นปรากฏว่า โครงการส่วนใหญ่ที่กระทรวงต่างๆ กำหนดไว้เพื่อขอจัดสรรงบประมาณจะเป็นโครงการไทยเข้มแข็ง ระยะที่ 2 เป็นหลัก เนื่องจากรัฐบาลมีนโยบายให้กระทรวงต่างๆ จัดทำโครงการที่จะขอรับจัดสรรงบประมาณโดยอิงกับโครงการไทยเข้มแข็งระยะที่ 2 ที่กำหนดกรอบดำเนินโครงการไว้ตามแผนปฏิบัติการไทยเข้มแข็งในปี 2554
กระทรวงที่ได้รับจัดสรรงบประมาณปี 2554 วงเงินเพิ่มขึ้นนั้นจะกระจายไปยังกระทรวงที่อยู่ภายใต้การดูแลของทั้งพรรคประชาธิปัตย์ ที่เป็นแกนนำและพรรคร่วมรัฐบาล เช่น กระทรวงมหาดไทย กระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงคมนาคม กระทรวงการท่องเที่ยวและการกีฬา โดยเฉพาะกระทรวงกลาโหมนั้น ได้รับจัดสรรงบประมาณปี 2554 สูงถึง 1.65 แสนล้านบาท
ทั้งนี้ รายละเอียดกระทรวงต่างๆ ที่ได้รับจัดสรรงบประมาณปี 2554 ประกอบด้วย งบกลาง วงเงิน 2.85 แสนล้านบาท สำนักนายกรัฐมนตรี วงเงิน 2.53 หมื่นล้านบาท กระทรวงการคลัง วงเงิน 2.50 แสนล้านบาท กระทรวงมหาดไทย วงเงิน 2.31 แสนล้านบาท กระทรวงศึกษาธิการ วงเงิน 3.74 แสนล้านบาท กระทรวงสาธารณสุข วงเงิน 7.34 หมื่นล้านบาท กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ วงเงิน 6.48 หมื่นล้านบาท กระทรวงคมนาคม วงเงิน 6.99 หมื่นล้านบาท กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม วงเงิน 2.19 หมื่นล้านบาท กระทรวงการต่างประเทศ วงเงิน 7,590 ล้านบาท กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา วงเงิน 5,650 ล้านบาท กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงมนุษย์ วงเงิน 9,550 ล้านบาท กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) วงเงิน 4,000 ล้านบาท กระทรวงพลังงาน วงเงิน 2,100 ล้านบาท
ขณะที่กระทรวงที่อยู่ในการคุมพรรคร่วม อย่างกระทรวงพาณิชย์ได้รับจัดสรร วงเงิน 7,180 ล้านบาท กระทรวงอุตสาหกรรม วงเงิน 6,290 ล้านบาท กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี วงเงิน 8,300 ล้านบาท กระทรวงแรงงาน 2.9 หมื่นล้านบาท กระทรวงยุติธรรม วงเงิน 1.68 หมื่นล้านบาท กระทรวงวัฒนธรรม วงเงิน 5,000 ล้านบาท รัฐวิสาหกิจ วงเงิน 1.06 แสนล้านบาท กองทุนและเงินหมุนเวียน 1.29 แสนล้านบาท
สอดคล้องกับที่นายธีระ วงศ์สมุทร รมว.เกษตรและสหกรณ์ ออกมาเปิดเผยว่า กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้รับการจัดสรรงบประมาณปี 2554 ตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 27 เม.ย. ที่ผ่านมา ในวงเงินทั้งสิ้น 78,486 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปี 2553 ถึง 38.05%
ขณะที่นายโสภณ ซารัมย์ รมว.คมนาคม ออกมาประกาศเดินหน้าก่อสร้างโครงการก่อสร้างระบบรถไฟทางคู่ระยะเร่งด่วนที่จะดำเนินการภายในปี 25532558 ของการรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) ว่า ขณะนี้สำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) อยู่ระหว่างศึกษาความเหมาะสมและออกแบบเบื้องต้นของโครงการไว้ 3 เส้นทาง ระยะทาง 415 กิโลเมตร ประกอบด้วย สายเหนือ ช่วงลพบุรีนครสวรรค์ สายอีสาน ช่วงมาบกระเบานครราชสีมา และสายใต้ ช่วงนครปฐมหัวหิน ซึ่งส่วนหนึ่งจะได้รับจัดสรรงบประมาณปี 2554
สำหรับถนนไร้ฝุ่นระยะที่ 1 ภายใต้แผนปฏิบัติการไทยเข้มแข็ง 2555 จำนวน 901 โครงการ ระยะทาง 3,246 กิโลเมตร วงเงิน 14,821 ล้านบาท ก่อสร้างเสร็จแล้วประมาณ 590 โครงการ โดยเป้าหมายจะแล้วเสร็จทั้งหมดภายในเดือน ก.ย. 2553 ซึ่งคาดว่าเดินหน้าได้เร็วเพราะมีงบประมาณปี 2554 มาเสริมอีกแรง หลังจากรัฐบาลยกเลิก พระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) กู้เงิน 4 แสนล้านบาท
ด้านนายอรรถชัย บุรกรรมโกวิท ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เปิดเผยว่า ได้เริ่มเข้ามาทำงานที่กระทรวงการท่องเที่ยวฯ แล้ว เบื้องต้นมองว่างานทุกเรื่องที่อยู่ระหว่างดำเนินการนั้นเป็นเรื่องเร่งด่วนทั้งหมด ที่ต้องเร่งจัดทำให้แล้วเสร็จตามกำหนดระยะเวลา เช่น การจัดทำงบประมาณประจำปี 2554 ที่กระทรวงการท่องเที่ยวฯ ได้รับจัดสรรงบประมาณตามที่เสนอขอไป 3.8 หมื่นล้านบาท หรือถ้าจำเป็นต้องถูกตัดก็ต้องให้ตัดน้อยที่สุด ต้องชี้แจงและทำให้ทุกฝ่ายเข้าใจถึงความจำเป็นที่จะต้องใช้งบประมาณตามที่ขอเพื่อมาฟื้นฟูการท่องเที่ยว
การจัดสรรงบประมาณปี 2554 ที่เน้นให้ทหารและพรรคร่วมมากเป็นพิเศษ นอกจากเป็นการซื้อใจให้ร่วมทำงานที่ยังเป็นรัฐบาลสมัยนี้ ยังเป็นการซื้อใจกองทัพและพรรคร่วมรัฐบาล มาร่วมจัดตั้งรัฐบาลที่มั่นคงและมีเสถียรภาพบริหารประเทศอีกสมัยหนึ่งด้วย







