
ลุกฮือคว่ำเลือกตั้ง ตะครุบตำรวจยิงมวลชน
ภายหลัง ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี หารือกับคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) โดยยืนกรานเดินหน้าเลือกตั้งวันที่ 2 ก.พ. ต่อไป ส่งผลให้ สุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส. ออกมาประกาศท่าทีให้มวลมหาประชาชนโค่นล้มระบอบทักษิณเตรียมพร้อมต่อต้านการเลือกตั้งทุกวิถีทาง
ภายหลัง ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี หารือกับคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) โดยยืนกรานเดินหน้าเลือกตั้งวันที่ 2 ก.พ. ต่อไป ส่งผลให้ สุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส. ออกมาประกาศท่าทีให้มวลมหาประชาชนโค่นล้มระบอบทักษิณเตรียมพร้อมต่อต้านการเลือกตั้งทุกวิถีทาง
19.30 น. สุเทพปราศรัยเวทีแยกปทุมวัน ว่า เมื่อยิ่งลักษณ์และคณะ ประกาศให้จัดเลือกตั้งวันที่ 2 ก.พ. จึงเป็นหน้าที่พลเมืองดีลุกขึ้นต่อต้านการคัดค้านเลือกตั้งครั้งนี้ ขอประกาศให้ กปปส.ทุกจังหวัดทุกพื้นที่เตรียมการทุกอย่างไม่ให้มีการเลือกตั้งวันที่ 2 ก.พ. เป็นอันขาด
สุเทพ กล่าวว่า มีความจำเป็นยกระดับการต่อสู้ขจัดระบอบทักษิณให้หมดอำนาจ และถ้าทำได้ก่อนวันที่ 2 ก.พ. จะเป็นเรื่องที่ดีที่สุด ซึ่งเราต้องร่วมมือกัน ปฏิบัติการยึดกรุงเทพฯ ของมวลมหาประชาชนเพื่อป้องกันไม่ให้ข้าราชการทั้งหลายเป็นเครื่องมือรับใช้ระบอบทักษิณต่อไป เป็นการกระทำที่ถูกต้อง ต้องปิดให้สนิทไม่ให้ข้าราชการเป็นเครื่องมือระบอบทักษิณอีกต่อไป
ความเคลื่อนไหวของมวลมหาประชาชนโค่นล้มระบอบทักษิณเมื่อวานนี้ ได้มีการรวมตัวออกเดินทางไปที่สโมสรทหารบก ถนนวิภาวดีรังสิต เพื่อขับไล่ยิ่งลักษณ์ หลังจากทราบข่าวว่ายิ่งลักษณ์ใช้เป็นสถานที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) และหารือกับ กกต. ถึงการเลือกตั้ง
อย่างไรก็ตาม ขณะที่กลุ่มผู้ชุมนุมปักหลักฟังปราศรัยอยู่หน้าสโมสรทหารบกก็เกิดเหตุความวุ่นวาย เมื่อมีเสียงปืนดังขึ้นทำให้ผู้ชุมนุมได้รับบาดเจ็บสองราย รายหนึ่งชื่อ พุทธิชัย วิภา นำส่งโรงพยาบาลรามาธิบดี ขณะที่อีกรายกระสุนเฉี่ยวกางเกงยีนส์ จึงบาดเจ็บไม่มากนัก
ทั้งนี้ ผู้ชุมนุมได้เข้าล้อมจับผู้ต้องสงสัยได้หนึ่งราย อยู่ในสภาพสะบักสะบอมก่อนนำตัวไปรักษาที่โรงพยาบาลราชวิถี ซึ่งปลอดภัยดีแล้ว
การจับกุมคนร้ายครั้งนี้ ได้พบหลักฐานจำนวนมาก เป็นเสื้อวินจักรยานยนต์รับจ้างย่านบางซื่อ วิทยุสื่อสารจำนวน 2 เครื่อง เขียนชื่อว่า “ดาบติ” กล้องบันทึกภาพขนาดเล็ก
ต่อมา พล.ต.ต.อดุลย์ ณรงค์ศักดิ์ รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (รอง ผบช.น.) และโฆษก บช.น. เปิดเผยว่า กองบังคับการตำรวจนครบาล 2 ได้จัดชุดสืบสวนเพื่อถ่ายภาพเข้าไปปะปนกับกลุ่มผู้ชุมนุม ซึ่งขณะนั้นได้มีการ์ดของกลุ่มผู้ชุมนุมได้เห็น ด.ต.คงเพชร เพชรกันหา ผู้บังคับหมู่กองกำกับการสืบสวน กองบังคับการตำรวจนครบาล 2 เข้ามาถ่ายภาพ โดยยืนอยู่บริเวณฟุตปาทใกล้ปากซอยวิภาวดีรังสิต 4 การ์ดของผู้ชุมนุมจึงได้เข้ามาขอค้นตัว แต่ ด.ต.คงเพชรไม่ยอมให้ทำการตรวจค้น การ์ดของผู้ชุมนุมจึงเรียกพวกการ์ดมารุมทำร้าย
“ด.ต.คงเพชรใช้อาวุธปืนยิงป้องกันตัวเข้าไปที่กลุ่มการ์ดของผู้ชุมนุม 1นัด ได้รับบาดเจ็บ 1 ราย จากนั้นกลุ่มการ์ดก็เข้ามาจับตัว ด.ต.คงเพชรไว้ได้ และรุมทำร้ายจนได้รับบาดเจ็บสาหัส” พล.ต.ต.อดุลย์ กล่าว
สุเทพปราศรัยว่าจะส่งหลักฐานทั้งหมดไปให้กระทรวงยุติธรรมดูดีเอ็นเอทั้งหมด เพราะถ้าหลักฐานตกไปอยู่ในมือตำรวจก็จะมาอ้างว่าเป็นหลักฐานปลอม
“ผมจะพามวลชนไปที่ศูนย์รักษาความสงบ (ศรส.) จะไปเล่าให้ ร.ต.อ.เฉลิมฟังว่าตั้งแต่ตั้งศูนย์ไม่มีน้ำยาอะไร ส่งลูกน้องมายิงกลางวันแสกๆ แต่ประชาชนจับได้ ร.ต.อ.เฉลิมจะทำอย่างไร และจะสืบหายิ่งลักษณ์ไปไหน รู้พิกัดอยู่ตรงถนนเมื่อไหร่จะล้อมจับให้ได้ ไม่ได้ทำอะไรยิ่งลักษณ์ แต่จะสอบถามว่าวันนี้ประชาชนจับคนทำร้ายประชาชนได้คาหนังคาเขาจะทำอย่างไร” สุเทพ กล่าว
สำหรับการชุมนุมที่แยกปทุมวันยังคงมีบรรดาข้าราชการทั้งอดีตและปัจจุบันทยอยขึ้นเวทีประกาศจุดยืนโค่นล้มระบอบทักษิณ โดยวานนี้เป็นกลุ่มอดีตข้าราชการกระทรวงการคลัง นำโดยอดีตอธิบดีกรมธนารักษ์ มีการนำป้ายข้อความขอทวงคืนวินัยการคลัง ต่อต้านการโกงภาษี ไม่สร้างหนี้โดยนโยบายประชานิยม มีการแถลงจุดยืนปกป้องเงินภาษีประชาชนอย่างเต็มความสามารถ







