
คนไทยกระเป๋าแฟบยอดเบิกเงินสดพุ่ง
การเมืองออกฤทธิ์ คนไทยแห่กดเงินสดผ่านบัตรเพิ่ม สวนยอดรูดปรื๊ดใช้จ่ายในธุรกิจท่องเที่ยวซบ
การเมืองออกฤทธิ์ คนไทยแห่กดเงินสดผ่านบัตรเพิ่ม สวนยอดรูดปรื๊ดใช้จ่ายในธุรกิจท่องเที่ยวซบ
นายชาติชาย พยุหนาวีชัย รองกรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย เปิดเผยว่า สถานการณ์ทางการเมืองที่มีมาตั้งแต่ปลายปี 2556 จนถึงขณะนี้ ส่งผลให้พฤติกรรมการเบิกถอนเงินสดล่วงหน้าผ่านบัตรเครดิตตั้งแต่ช่วงต้นปีเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 1,590 ล้านบาท จากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มียอดการเบิกเงินสด 1,380 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 14.4% เป็นสัญญาณว่าในปีนี้ลูกค้ามีความต้องการกดใช้เงินสดมากขึ้น เพราะหนี้ครัวเรือนและการชะลอการใช้จ่ายในปีที่ผ่านมา
นอกจากนี้ จากพฤติกรรมการใช้จ่ายของผู้ถือบัตรเครดิตยังพบว่า ธุรกิจที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ทางการเมืองและมียอดการใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตลดลงคือธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกับการท่องเที่ยวและเครื่องประดับ โดยธุรกิจการท่องเที่ยวมียอดการใช้จ่ายเติบโตชะลอตัวลงอย่างเห็นได้ชัด จากที่เคยขยายตัวถึง 52% ในปี 2556 ลดลงเหลือแค่ 9% ในปีนี้
ธุรกิจโรงแรมที่เคยขยายตัวได้ถึง 21% ในปี 2556 ปีนี้ขยายตัว 0% ธุรกิจภัตตาคารและร้านอาหาร การขยายตัวลดลงจาก 26% เหลือ 19% ปั๊มน้ำมันขยายตัวลดลงจาก 23% เหลือ 14% ขณะที่การซื้อทองคำผ่านบัตรเครดิตในปี 2556 ที่เคยขยายตัว 33% แต่ในปีนี้มียอดการใช้จ่ายติดลบ 7%
อย่างไรก็ตาม มีธุรกิจบางประเภทที่มียอดใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตเติบโตขึ้นเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน เช่น เฟอร์นิเจอร์ การเติบโตเพิ่มจาก 17% ในปี 2556 เป็น 30% ในปี 2557 การซื้อขายสินค้าในซูเปอร์มาร์เก็ตเพิ่มจาก 3% เป็น 8% เช่นเดียวกับธุรกิจประกันชีวิตก็มียอดการใช้จ่ายเพิ่มขึ้นจากที่เคยขยายตัวได้ 26% ในปี 2556 ขณะนี้เพิ่มมาเป็น 33% ถือเป็นสัญญาณที่ดีที่คนไทยหันซื้อประกันมากขึ้น
นายชาติชาย กล่าวว่า จะเห็นได้ว่าการชุมนุมทางการเมืองได้ส่งผลกระทบด้านจิตวิทยาต่อการใช้จ่ายของประชาชนผ่านบัตรเครดิตทั้งในแง่ของการซื้อสินค้าและการถอนเงินสดล่วงหน้า โดยจากข้อมูลการใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตในช่วง 3 สัปดาห์แรกของปี 2557 พบว่า ยอดการใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตของธนาคารมีอัตราการเติบโต 19% เทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2556 ที่เติบโตถึง 30% ขณะที่ตลาดรวมโตเพียง 13% ถือว่าต่ำกว่าที่คาดการณ์ไว้
ทั้งนี้ ธนาคารมียอดการใช้จ่ายผ่านบัตรอยู่ที่ 1.4 หมื่นล้านบาท เทียบกับปีที่ผ่านมาซึ่งอยู่ที่ 1.18 หมื่นล้านบาท
นอกจากนี้ ในส่วนยอดการถอนเงินสดล่วงหน้าผ่านบัตรปีช่วงต้นปี 2557 พบว่าอยู่ที่ 1,590 ล้านบาท จากช่วงเดียวกันของปี 2556 ที่มียอดการถอนเงิน 1,380 ล้านบาท เป็นสัญญาณว่าในปีนี้ลูกค้ามีความต้องการกดใช้เงินสดมากขึ้น สืบเนื่องจากภาวะหนี้ครัวเรือนและการชะลอการใช้จ่ายในปีที่ผ่านมา
นายชาติชาย กล่าวว่า ธุรกิจที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ทางการเมืองและมียอดการใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตเติบโตชะลอตัวหรือลดลง จะเป็นธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกับการท่องเที่ยวและเครื่องประดับ โดยธุรกิจการท่องเที่ยวมียอดการใช้จ่ายเติบโตชะลอตัวลงอย่างเห็นได้ชัด จากที่เคยขยายตัวถึง 52% ในปี 2556 ลดลงเหลือ 9% ในปี 2557 โรงแรมที่เคยขยายตัวถึง 21% ในปี 2556 ในปีนี้ขยายตัว 0% ภัตตาคารและร้านอาหารการขยายตัวลดลงจาก 26% เหลือ 19% ในปีนี้ และปั๊มน้ำมันการขยายตัวลดลงจาก 23% เหลือ 14% ในปีนี้ ขณะที่การซื้อทองคำผ่านบัตรเครดิตในปี 2556 ที่เคยขยายตัวสูงถึง 33% แต่ในปี 2557 มียอดการใช้จ่ายติดลบถึง 7%
อย่างไรก็ตาม มีธุรกิจบางประเภทที่มียอดใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตเติบโตขึ้นเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน อาทิ เฟอร์นิเจอร์การเติบโตเพิ่มจาก 17% ในปี 2556 เป็น 30% ในปี 2557 ซูปเปอร์มาร์เก็ตเพิ่มจาก 3% เป็น 8% และประกันชีวิตซึ่งมียอดการใช้จ่ายเพิ่มขึ้นจากที่เคยขยายตัว 26% ในปี 2556 มาเป็น 33% ในปี 2557 ซึ่งเป็นสัญญาณที่ดีที่คนไทยหันมาสนใจทำประกันชีวิตมากขึ้น
สำหรับเป้าหมายทางธุรกิจในปีนี้ ธนาคารได้ตั้งเป้ายอดการใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตเพิ่มขึ้นประมาณ 30% หรือเพิ่มขึ้นจาก 2.45 แสนล้านบาทในปีที่ผ่านมา เป็น 3.1 แสนล้านบาท ขณะเดียวกันยังได้ตั้งเป้าหมายขยายฐานลูกค้าผู้ถือบัตรในปีนี้เพิ่มขึ้นจาก 3.1 ล้านบัตร เป็น 3.6 ล้านบัตร หรือเพิ่มขึ้นสุทธิ 5 แสนบัตร
ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) รายงานว่า ยอดการใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตในระบบธนาคารพาณิชย์ งวดสิ้นเดือน พ.ย. 2556 ที่ผ่านมา มียอดค้างทั้งสิ้น 1.27 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีการใช้จ่าย 1.2 แสนล้านบาท แบ่งเป็นการใช้จ่ายในประเทศ 1.05 แสนล้านบาท จากปีก่อนที่มียอดใช้จ่าย 9.9 หมื่นล้านบาท การใช้จ่ายในต่างประเทศ 7,370 ล้านบาท จากปีก่อน 6,479 ล้านบาท การกดเงินสดล่วงหน้า 1.5 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้นจาก 1.42 หมื่นล้านบาท







