
อุตสาหกรรมลุ้นม็อบจบเร็ว
ดันยอดผลิตเพื่อส่งออกฟื้นโตได้4%แต่ถ้ายื้อถึงไตรมาส2ส่อวูบ5หมื่นล้าน
ดันยอดผลิตเพื่อส่งออกฟื้นโตได้4%แต่ถ้ายื้อถึงไตรมาส2ส่อวูบ5หมื่นล้าน
ภาคอุตสาหกรรม คาดปีนี้ฟื้นตัวจากปีก่อน โต 4% แต่ถ้าการเมืองยื้อถึงไตรมาส 2 ส่อสูญ 5 หมื่นล้านบาท
นายสมชาย หาญหิรัญ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม (สศอ.) เปิดเผยว่า ดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรม (เอ็มพีไอ) เดือน ธ.ค. 2556 อยู่ที่ 168.70 หดตัวลง 6.13% ต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 9 นับแต่เดือน เม.ย. 2556 และเป็นไปได้ที่จะเห็นการหดตัวต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 10 ในเดือน ม.ค. 2557 จากสถานการณ์การผลิตที่ยังไม่ดีขึ้น รวมทั้งต้องเทียบกับฐานที่สูงในช่วงเดียวกันปีก่อน
ทั้งนี้ ข้อมูลที่ออกมาทำให้เอ็มพีไอไตรมาส 4 ปี 2556 และทั้งปี 2556 หดตัว 7.1% และ 3.2% ตามลำดับ การใช้กำลังการผลิตเฉลี่ยที่ 62.2% และ 64.38% ตามลำดับ ขณะที่จีดีพีอุตสาหกรรมทั้งปีขยายตัวเล็กน้อยที่ 0.2% เป็นผลมาจากการลดลงของการผลิตรถยนต์ ฮาร์ดดิสก์ไดรฟ์ อาหารทะเลกระป๋อง รวมทั้งอาหารแช่แข็งเป็นหลัก
อย่างไรก็ตาม สศอ.ยังคงประมาณการจีดีพีภาคอุตสาหกรรมปี 2557 ขยายตัว 34% ส่วนเอ็มพีไอขยายตัว 1.52.5% โดยได้รับแรงหนุนจากการส่งออกขยายตัวตามเศรษฐกิจโลกที่คาดว่าจะโต 3.6% ขณะที่การผลิตของไทยกว่า 70% เป็นการส่งออก และ สศอ.คาดว่าปีนี้การส่งออกอุตสาหกรรมไทยจะขยายตัว 5% จากปี 2556 ที่คาดว่าจะขยายตัว 3% กลุ่มที่ขยายตัวดีคือยานยนต์และอิเล็กทรอนิกส์
อย่างไรก็ตาม ประมาณการดังกล่าวยังไม่ได้รวมผลกระทบทางการเมือง โดย สศอ.ประเมินว่านับแต่เดือน ม.ค.เป็นต้นไป ถ้าการเมืองยืดเยื้อ 34 เดือน จะเกิดปัญหาภาครัฐไม่สามารถเบิกจ่ายงบประมาณลงทุนได้ ส่งผลให้การลงทุนภาคเอกชนลดลงประมาณ 5% และกระทบกับจีดีพีอุตสาหกรรมที่ปัจจุบันมีมูลค่าประมาณ 4.4 ล้านล้านบาท ประมาณ 1.1% หรือราว 5 หมื่นล้านบาท แต่หากการลงทุนภาครัฐยังเดินหน้า ผลกระทบจะเกิดขึ้นเฉพาะการบริโภคที่จะส่งผลต่อจีดีพีอุตสาหกรรมราว 0.4% โดยเมื่อผ่านไตรมาสแรกไปแล้วน่าจะมองเห็นภาพได้ชัดขึ้น
นอกจากนี้ ภาคอุตสาหกรรมยังมีความเสี่ยงอื่น คือ การใช้จ่ายครัวเรือนที่ยังอยู่ในระดับต่ำตามภาวะราคาสินค้าเกษตรที่ต่ำลง ภาวะหนี้ครัวเรือน อัตราดอกเบี้ยมีแนวโน้มจะทยอยปรับขึ้น
“เหตุการณ์ทางการเมืองจะกระทบมากสำหรับกลุ่มการผลิตที่มีฐานการบริโภคในประเทศ เช่น เสื้อผ้าเครื่องนุ่งห่ม รวมถึงเครื่องใช้ไฟฟ้า เซรามิก ซีเมนต์ แต่กลุ่มเหล่านี้มีน้ำหนักในการผลิตรวมน้อย ส่วนใหญ่เป็นการผลิตเพื่อส่งออก ดังนั้นการเมืองจะกระทบกับการผลิตอุตสาหกรรมน้อยกว่าเศรษฐกิจโลก” นายสมชาย กล่าว
สำหรับการผลิตรายอุตสาหกรรมที่สำคัญปี 2556 ในส่วนอุตสาหกรรมรถยนต์ ขยายตัว 0.13% โดยส่งออกเพิ่มขึ้น 9.25% แต่การจำหน่ายในประเทศลดลง 6.98% และปีนี้คาดว่าจะมีการผลิต 2.5 ล้านคัน เพิ่มขึ้น 1.75% แบ่งเป็นขายในประเทศ 1.25 ล้านคัน ลดลง 5.74% และส่งออก 1.25 ล้านคัน เพิ่มขึ้น 11.51%
อุตสาหกรรมไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ การผลิตปี 2556 หดตัว 5.7% ส่วนแนวโน้มปี 2557 คาดว่าการผลิตจะเพิ่มขึ้น 13% ตามการส่งออก อุตสาหกรรมเหล็กและเหล็กกล้า ปี 2556 แม้ความต้องการจะเพิ่มขึ้น 3.6% แต่การผลิตลดลง 3.7% ผลจากตลาดเหล็กในประเทศชะลอตัวลงในครึ่งหลังปี 2556 ส่วนปี 2557 คาดว่าปริมาณผลิตเพิ่มขึ้น 3.6% แต่มีความผันผวนเกี่ยวกับนโยบายรัฐในการก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐาน
ขณะที่อุตสาหกรรมอาหาร การผลิตปี 2556 หดตัว 0.1% และการส่งออกหดตัว 6.2% ขณะที่ปี 2557 คาดว่าอุตสาหกรรมนี้จะขยายตัว 12% ตามการส่งออกที่ดีขึ้น เนื่องจากปัญหาโรคระบาดในกุ้งได้รับการแก้ไขเรียบร้อยแล้ว ขณะที่ญี่ปุ่นเริ่มกลับมานำเข้าไก่จากไทย







