เปิดแผนเฉลิมรับมือ"กำนัน"บุกศรส.
นอกเหนือจากกำลังพลที่มากโขแล้วยังเตรียมตำรวจปฏิบัติการพิเศษ หรือคอมมานโดมือดีจากหน่วยต่างๆมารับมือกลุ่มผู้ชุมนุมครบครัน
โดย...ทีมข่าวการเมือง
คำประกาศท้าทายกันและกันระหว่าง ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รมว.แรงงาน ในฐานะ ผู้อำนวยการศูนย์รักษาความสงบ (ศรส.) และสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการคณะกรรมการประชาชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์ อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข หรือ กปปส. ไม่ใช่แค่วิวาทะตอบโต้กันเท่านั้น หากสุเทพจะเคลื่อนขบวนมวลชน กปปส. บุกไปยังที่ตั้ง ศรส. ภายในกองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด (บช.ปส.) ถนนวิภาวดีรังสิต ก็จะต้องเผชิญกับกองกำลังตำรวจที่เตรียมพร้อมรับมือ
หากมวลชน กปปส.จะบุกฐานบัญชาการ ศรส.จริง คงต้องใช้กำลังหลายหมื่นคน เพราะภายในฐานบัญชาการ ศรส.นั้น รัฐบาลได้ระดมกำลังตำรวจเตรียมพร้อมอยู่ภายในแล้วกว่า 70 กองร้อย หรือ 1.05 หมื่นนาย จากพื้นที่รอบๆ กทม. อาทิ กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 (บช.ภ.1) จากพื้นที่ภาคกลางทั้งหมด บช.ภ.2 จากพื้นที่ภาคตะวันออก บช.ภ.3 พื้นที่อีสานใต้ บช.ภ.4 พื้นที่อีสานเหนือ และ บช.ภ.7 จากพื้นที่ภาคตะวันตก
นอกเหนือจากกำลังพลที่มากโขแล้วยังเตรียมตำรวจปฏิบัติการพิเศษ หรือคอมมานโดมือดีจากหน่วยต่างๆ ประกอบด้วย หน่วยอรินทราช 26 สังกัดกองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) หน่วยนเรศวร 261 สังกัดกองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน (บช.ตชด.) หน่วยสยบริปูสะท้าน หรือคอมมานโดกองปราบปราม และหน่วยสยบไพรี สังกัด บช.ปส. เพื่อปฏิบัติภารกิจพิเศษตามความ เชี่ยวชาญ ซึ่งประกอบด้วยการต่อภัยคุกคาม ที่เป็นอาชญากรรมและการก่อการร้าย การแย่งชิงตัวประกัน และการจู่โจมจับกุม
พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ซึ่งถือเป็นผู้เดียวที่จะอนุมัติการใช้กำลังหน่วยปฏิบัติการพิเศษเหล่านี้ ได้มอบอำนาจการสั่งการให้กับ พล.ต.อ.วรพงษ์ ชิวปรีชา รอง ผบ.ตร. ในฐานะผู้บัญชาการกองกำลังรักษาความสงบ เป็นหัวหน้าชุดปฏิบัติการพิเศษ ควบคุมปฏิบัติการทั้งหมด โดยแผนปฏิบัติการจะแบ่งพื้นที่ตั้งแต่ทางเข้าจากถนนวิภาวดีรังสิตผ่านเข้ามายังอาคาร บช.ปส. ไว้ 4 โซน สำหรับแผนปฏิบัติการ 4 ขั้นตอน ประกอบด้วย
1.จุดสกัดกั้นบริเวณด้านหน้าทางเข้า 2.หากผู้ชุมนุมฝ่าแนวกั้นเข้ามาได้จนถึง ด้านหน้าสโมสรตำรวจก็จะใช้แก๊สน้ำตาและเข้าจับกุม 3.หากไม่อาจสกัดกั้นผู้ชุมนุมได้ ก็จะใช้กระสุนยาง และ 4.แนวรับสุดท้ายคือ การใช้กระสุนจริง หากผู้ชุมนุมยังฝ่าฝืนเข้ามาภายในอาคาร บช.ปส.ที่ตั้งศูนย์ ศรส.
สำหรับผู้รับผิดชอบในด้านต่างๆ ประกอบด้วย พล.ต.อ.วรพงษ์ เป็นผู้รับควบคุมและสั่งการ พล.ต.อ.เอก อังสนานนท์ รอง ผบ.ตร. เป็นหัวหน้าฝ่ายอำนวยการ พล.ต.ท.สฤษฎ์ชัย เอนกเวียง ผู้บัญชาการตำรวจสันติบาล รับผิดชอบด้านการข่าว พล.ต.อ.ชัชวาลย์ สุขสมจิตร์ รอง ผบ.ตร. เป็นหัวหน้าฝ่ายคดี พล.ต.อ.จรัมพร สุระมณี รอง ผบ.ตร. เป็นหัวหน้าฝ่ายนิติวิทยาศาสตร์ พล.ต.ท.นพ. จงเจตน์ อาวเจนพงษ์ แพทย์ใหญ่ตำรวจเป็นหัวหน้าฝ่ายแพทย์และศูนย์ส่งกลับ พล.ต.ท. ประวุฒิ ถาวรศิริ เป็นหัวหน้าฝ่ายเทคโนโลยีและสารสนเทศ
ด้านปฏิบัติการมี พล.ต.ท.วินัย ทองสอง ผู้ช่วย ผบ.ตร. เป็นหัวหน้าชุดสืบสวน พล.ต.ท.อำนาจ อันอาตม์งาม เป็นหัวหน้าชุดลดทอนมวลชนและการเจรจาต่อรอง พล.ต.ท.เรืองศักดิ์ จริตเอก เป็นหัวหน้าชุดการจราจร พล.ต.อ.เอก เป็นหัวหน้าชุดควบคุมอาวุธ พล.ต.ท.สันติ เพ็ญสูตร เป็นหัวหน้าชุดรวบรวมพยานหลักฐาน พล.ต.ต.รณกรณ์ สุขพสมุทร เป็นหัวหน้าชุด เก็บกู้ทำลายวัตถุระเบิด
ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า ขอให้ผู้ร่วมชุมนุมอย่าบุกเข้ามาใน ศรส. เพราะเป็นสถานที่ราชการที่เก็บอาวุธสงครามและเป็นศูนย์ฝึกทหารอเมริกา ผู้ร่วมชุมนุมโดยสุจริตไม่ควรมา เพราะการกระทำเช่นนี้ผิดกฎหมาย
“ผมไม่อยากให้เกิดเหตุการณ์เหมือนในปี 2553 อย่างไรก็ตาม หากกลุ่ม กปปส.มาจริงขอให้มาประมาณเวลา 10.30 น. เพราะหากมาเช้ากว่านี้ ผมมีธุระเดี๋ยวจะหาว่ากลัว ซึ่งตอนนี้ได้ ตั้งทีมตำรวจเจรจากับผู้ชุมนุมไว้แล้ว ทั้งนี้ ใครเข้ามาจับอย่างเดียว ความผิดซึ่งหน้า บุกรุกสถานที่ราชการ และความผิดตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ซึ่งตอนนี้เราไม่ได้ใช้อำนาจเต็มที่ เพราะต่างชาติจับตาอยู่ แต่อย่างไรเน้นการเจรจา แต่หากเจรจาไม่สำเร็จก็แล้วแต่เจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินการ ขอภาวนาให้สุเทพเปลี่ยนใจ”







