
อย่าบิดเบือน
เป็นสัจธรรมเสมอมาครับ อะไรที่ถูกบิดเบือน สิ่งนั้นก็จะให้ผลที่ไม่ยั่งยืน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการเมืองหรือเศรษฐกิจ หรืออะไรก็ตาม เพราะการบิดเบือนนั้นถือว่าเป็นการขัดกับ “ความเป็นจริง” ที่ยากจะหลีกเลี่ยง
เป็นสัจธรรมเสมอมาครับ อะไรที่ถูกบิดเบือน สิ่งนั้นก็จะให้ผลที่ไม่ยั่งยืน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการเมืองหรือเศรษฐกิจ หรืออะไรก็ตาม เพราะการบิดเบือนนั้นถือว่าเป็นการขัดกับ “ความเป็นจริง” ที่ยากจะหลีกเลี่ยง
ในด้านเศรษฐกิจ มหาอำนาจทางเศรษฐกิจของโลกหลายแห่งพยายามบิดเบือนกลไกค่าเงินของตัวเองให้อ่อนค่ากว่าความเป็นจริง ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดในปัจจุบันก็คือ ญี่ปุ่น ที่ใช้มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจทางการเงินแบบผ่อนปรนเชิงปริมาณ หรือที่รู้จักกันว่า คิวอี เพื่อทำให้ค่าเงินเยนอ่อนค่าลง
แม้ว่าในชั่วครู่ชั่วยาม มาตรการดังกล่าวจะทำให้ค่าเงินเยนอ่อนลงจริง และทำให้เอกชนญี่ปุ่นมีกำไรเพิ่มขึ้นจากการแลกเปลี่ยนเงินกำไรที่เป็นเงินดอลลาร์กลับมาเป็นเงินเยน แต่ในทุกวันนี้ก็ต้องบอกว่าญี่ปุ่นกำลังเจอกับ “ความเป็นจริง” ที่หลีกเลี่ยงได้ยาก ไม่ว่าจะเป็นต้นทุนการผลิตในญี่ปุ่นเองที่แพงขึ้น
และที่สำคัญที่สุด ผลจากการที่ค่าเงินเยนถูกบิดเบือนให้อ่อนลงสวนทางกับความเป็นจริงนั้นได้ทำให้ในปี 2013 ญี่ปุ่นต้องขาดดุลการค้าต่างประเทศสูงถึง 1.12 แสนล้านเหรียญสหรัฐ อันเป็นผลจากมูลค่าการนำเข้าที่มากขึ้น
จีนเองก็เป็นหนึ่งในประเทศต้นตำรับของการบิดเบือนค่าเงินหยวนให้อ่อนค่ากว่าความเป็นจริง ซึ่งแน่นอนว่าการบิดเบือนดังกล่าวจะให้ผลดีกับการส่งออก แต่ขณะเดียวกันก็เป็นการบั่นทอนกำลังซื้อภายในประเทศของจีนเช่นกัน จนทุกวันนี้จีนต้องหันมาปรับตัวเองใหม่ เริ่มผ่อนคลายการแทรกแซงเงินหยวนเพื่อปล่อยไปตามกลไกตามธรรมชาติมากขึ้น ก็ต้องแสดงความยินดีไว้ด้วยครับ
ส่วนสหรัฐก็บิดเบือนระบบเศรษฐกิจของตัวเองด้วยนโยบายคิวอีมานานตั้งแต่ปลายปี 2008 ผลจากการบิดเบือนของสหรัฐทำให้เศรษฐกิจสหรัฐกลายเป็นเด็กหัวโตแต่ตัวลีบ เงินถูกๆ ที่หว่านมาจากธนาคารกลางสหรัฐผ่านนโยบายคิวอี ทำให้เกิดการเก็งกำไรในตลาดทุนลวงอย่างตลาดหุ้นและตลาดเงิน แต่ทว่าการฟื้นตัวของภาคเศรษฐกิจจริงนั้นกลับเป็นไปอย่างเชื่องช้า
สหรัฐหว่านเงินลงมาแล้วมากกว่า 1 ล้านล้านเหรียญสหรัฐตั้งแต่ปี 2008 แต่สภาพเศรษฐกิจสหรัฐเองในวันนี้ก็ยังไม่สู้ดีนัก แม้ว่าจะมีหลายฝ่ายบอกว่าปีนี้จะฟื้นตัวได้ดีมากขึ้น แต่ก็ยังถือว่าไม่ดีจริงๆ นัก เพราะหากพิจารณาผลประกอบการของภาคเอกชนและแรงซื้อของผู้บริโภคสหรัฐอันเป็นปัจจัยขับเคลื่อนเศรษฐกิจที่สำคัญที่สุดนั้นก็ยังถือว่าไม่ดีเท่าไหร่ครับ
ส่วนในบ้านเราตัวอย่างง่ายๆ ก็นโยบายจำนำข้าว ราคาข้าวที่ถูกบิดเบือนไปด้วยนโยบายของรัฐก็ได้ผลอย่างที่เห็น คงไม่ต้องอธิบายอะไรกันมากมายครับ







