
จับตาพื้นที่รอบกรุงเสี่ยงรุนแรง
ทีมข่าวภูมิภาค
ทีมข่าวภูมิภาค
สถานการณ์ความรุนแรงทางการเมือง ใช่จำกัดอยู่ในพื้นที่ชุมนุมใหญ่ของกลุ่ม กปปส.ในเมืองหลวงเท่านั้น แต่ยังขยายออกมายังชานเมือง ไม่เพียงแต่ จ.ปทุมธานี และนนทบุรี ช่วงรอยต่อแจ้งวัฒนะที่เคยเกิดการกระทบกระทั่งของมวลชนทั้งสองฝ่ายมาแล้วเท่านั้น จ.ราชบุรี ก็เป็นอีกพื้นที่หนึ่งซึ่งต้องจับตาเฝ้าระวังความรุนแรงเป็นพิเศษ
ล่าสุด เมื่อกลางดึกคืนวันที่ 26 ม.ค.ที่ผ่านมา คนร้ายยิงปืนขนาด .45 เข้าใส่ร้านไพศาลฮาร์ดแวร์ ต.โคกหม้อ อ.เมือง จ.ราชบุรี ของ ยุทธพล ปฐมสาธิต แกนนำ กปปส.ราชบุรี ประตูเหล็กหน้าร้านมีรอยกระสุนเป็นรูพรุนกว่า 10 รู นอกจากนี้ กระจกและโคมไฟภายในร้านแตกกระจาย ชาวบ้านที่อยู่ใกล้เคียงเล่าว่า เห็นรถเก๋งไม่ทราบสียี่ห้อมาจอดหน้าร้าน จากนั้นก็มีเสียงปืนดังขึ้นนับสิบนัด ก่อนที่รถเก๋งจะรีบขับออกไป
ด้าน ยุทธพล กล่าวว่า ที่ผ่านมานั้นไม่มีเรื่องขัดแย้งกับใคร เว้นแต่เรื่องการเมือง ในฐานะแกนนำ กปปส.ราชบุรี ซึ่งเคยนำมวลชนปิดล้อมศาลากลาง สถานที่ราชการ รวมทั้งต่อต้านโครงการฟลัดเวย์แม่น้ำแม่กลองตลอดสาย
พล.ต.ต.กฤษณะ ทรัพย์เดช ผู้บังคับการตำรวจภูธรจจังหวัดราชบุรี เปิดเผยว่า ควบคุมตัวผู้ต้องสงสัยซึ่งพกพาอาวุธปืนขนาด .45 แบบเดียวกับที่คนร้ายยิงใส่บ้านยุทธพลได้ 1 คน อยู่ระหว่างตรวจสอบเทียบหัวกระสุนว่ายิงมาจากปืนกระบอกเดียวกันหรือไม่
ทั้งนี้ ช่วง 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา เกิดเหตุข่มขู่แกนนำ กปปส.ในพื้นที่ จ.ราชบุรี มาแล้ว 2 ครั้ง โดยเมื่อวันที่ 14 ม.ค. คนร้ายปาประทัดยักษ์ใส่บ้าน อาทิตยา แดนมะตาม แกนนำ กปปส.พื้นที่ อ.บ้านโป่ง ถัดมาวันที่ 20 ม.ค. คนร้ายใช้อาวุธปืนยิงรถกระบะของ จิราธร จักรวัฒน์ แนวร่วม กปปส. ซึ่งจอดอยู่ด่านหน้าสำนักงาน บุญมาก ศิริเนาวกุล อดีต สส. ราชบุรี พรรคประชาธิปัตย์
จ.ราชบุรี ถือเป็นพื้นที่เคลื่อนไหวที่สำคัญของมวลชนทั้งกลุ่มที่สนับสนุนและต่อต้านรัฐบาล ซึ่งมีกิจกรรมทางการเมืองมาโดยตลอด
ล่าสุด ช่วงเช้าวันที่ 27 ม.ค. กลุ่มคนรักษ์บ้านโป่งประมาณ 50 คน รวมตัวกัน ณ ที่ว่าการอำเภอบ้านโป่ง เปิดประตูสถานที่ทำการ และแบ่งกำลังชายฉกรรจ์จำนวนหนึ่งเฝ้าบริเวณทางเข้าออกอำเภอ เพื่อป้องกันกลุ่ม กปปส.จะมาปิดประตูซ้ำอีก หลังจากถูกกลุ่ม กปปส.นำมวลชนปิดล้อม จนต้องปิดทำการไปหลายวัน
ด้าน กลุ่ม กปปส. อ.วัดเพลง จ.ราชบุรี ก็ได้ระดมมวลชนกว่า 100 คน ปิดล้อม อบต.จอมประทัด อ.วัดเพลง เพื่อมิให้มีการจัดอบรมเจ้าหน้าที่ กกต. สำหรับเตรียมพร้อมเลือกตั้ง วันที่ 2 ก.พ.นี้
ขณะเดียวกัน เมืองปากน้ำ หรือ จ.สมุทรปราการ ก็เป็นอีกพื้นที่หนึ่งซึ่งต้องเฝ้าระวังสถานการณ์เผชิญหน้าของมวลชนเช่นกัน โดยช่วงเช้าวันที่ 27 ม.ค. กลุ่ม กปปส.สมุทรปราการ ประมาณ 70 คน ยื่นหนังสือต่อ ผวจ.สมุทรปราการ ทวงสัญญาให้ทางจังหวัดสั่งห้ามกลุ่มเสื้อแดงใช้พื้นที่บริเวณศาลากลางตั้งเวทีปราศรัยปลุกปั่นให้เกิดความแตกแยก หากยังไม่ดำเนินการก็ขอทราบนโยบายเพื่อขอใช้สถานที่จัดกิจกรรมด้วยเช่นกัน
ทั้งนี้ ขณะที่กลุ่ม กปปส.รวมตัวกันอยู่ที่ด้านหน้าศาลากลางนั้น กลุ่ม กปปส.พระประแดง ได้รวมตัวกันที่ประตูระบายน้ำคลองลัดโพธิ์เพื่อจะมาสมทบ แต่ได้เปลี่ยนแผนกะทันหัน เนื่องจากมีข่าวว่าจะมีการดักทำร้ายระหว่างการเดินทาง
ด้าน อาภรณ์ สาราคำ ภรรยา ขวัญชัย สาราคำ หรือไพรพนา ประธานชมรมคนรักอุดร ปฏิเสธว่า ข้อสันนิษฐานของ พล.ต.ท.อนุชัย เล็กบำรุง ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 4 ว่าการลอบยิง ขวัญชัย มาจากเรื่องส่วนตัวนั้นไม่น่าจะเป็นไปได้
อาภรณ์ ยืนยันว่า ขวัญชัยเป็นสื่อมวลชน จัดรายการวิทยุ พูดข่าว ให้สัมภาษณ์ วิพากษ์วิจารณ์ถึงคนอื่น บางครั้งก็จะรุนแรง พูดแต่เรื่องจริง ไม่เคยใส่ร้ายป้ายสีใคร ไม่เคยทำธุรกิจ ไม่ไปหาผลประโยชน์จากใคร ดังนั้น จึงไม่มีเรื่องขัดแย้งส่วนตัว มีแต่เรื่องการเมืองเท่านั้น
ขณะเดียวกัน การปิดล้อมศาลากลางในจังหวัดต่างๆ โดยเฉพาะภาคใต้ ยังคงปิดต่อเนื่อง โดยมีข้าราชการในหลายจังหวัดเดินทางมาปฏิบัติหน้าที่ แต่เมื่อพบว่ากลุ่ม กปปส.ยังปิดสถานที่จึงพากันเดินทางกลับ
นอกจากนี้ กลุ่ม กปปส.เมืองตากและนครแม่สอด ร่วมกับกลุ่มแพทย์พยาบาลและกลุ่มเครือข่ายชาวนา บุกปิดศาลากลางจังหวัดตาก นอกจากเพื่อโค่นล้มระบอบทักษิณแล้ว กลุ่มชาวนายังเรียกร้องให้รัฐบาลเร่งจ่ายเงินจำนำข้าว ไม่เช่นนั้นจะปิดเส้นทางสายหลักถนนกรุงเทพฯเชียงใหม่ ที่ผ่านใน จ.ตาก รวมทั้งถนนสายต่างๆ ที่จะผ่านไปยังจังหวัดใกล้เคียงทั้งหมด
สำหรับการปิดศาลากลางจังหวัดตากนั้น กลุ่มต่อต้านรัฐบาล ทั้ง กปปส.แพทย์พยาบาลและชาวนาจะปิดอย่างต่อเนื่องทั้งสัปดาห์เพื่อไม่ให้ข้าราชการไปทำงาน
นอกจากนี้ มีรายงานอีกว่า การปิดศาลากลางวันนี้เป็นวันแรกของสัปดาห์ ทำให้ข้าราชการสังกัดกรมกองและหน่วยงานต่างๆ ไม่สามารถเข้าไปทำงานได้ อย่างไรก็ตาม ข้าราชการบางคนได้เปิดประตูเล็กด้านข้างศาลากลางเพื่อเข้าไปทำงาน แต่ข้าราชการส่วนใหญ่ไม่สามารถเข้าไปทำงานได้ ซึ่งการชุมนุมของกลุ่ม กปปส. กลุ่มผู้ประกอบวิชาชีพแพทย์พยาบาล เป็นไปอย่างสงบ มีเพียงกลุ่มเครือข่ายชาวนาเท่านั้นที่จะทำการปิดถนน หากรัฐบาลยังไม่สามารถจ่ายเงินในโครงการจำนำข้าวตามที่เคยรับปากไว้







