posttoday
แนะปูถอยสุดซอยเสี่ยง "ไทยฆ่าไทย"

แนะปูถอยสุดซอยเสี่ยง "ไทยฆ่าไทย"

28 มกราคม 2557

สุภชาติ เล็บนาค

สุภชาติ เล็บนาค

การชุมนุมของ กปปส. ยืดเยื้อเข้าเดือนสู่เดือนที่ 3 ท่ามกลางทางออกที่น้อยลงๆ ไปทุกที เพราะทั้งสองฝ่ายปิดประตูการเจรจาเดินหน้าสู่ทางตัน

ทั้งนี้ หากตั้งสมมติฐานว่าทั้งสองฝ่ายยังยืนยันจุดยืนโดยไม่เขยิบเข้ามาเจรจากัน จะมีทางเลือกอย่างไรที่จะทำให้สังคมไทยไม่เข้าสู่จุดที่คนหยิบอาวุธขึ้นมาฆ่ากันอีกครั้ง และนี่คือมุมมองจาก 2 นักวิชาการแนวร่วมเครือข่าย “2 เอา 2 ไม่เอา” ที่เปิดตัวไปเมื่อ 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา

ศ.อรรถจักร์ สัตยานุรักษ์ อาจารย์ภาควิชาประวัติศาสตร์ คณะมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เชื่อว่า การหารือระหว่างนายกรัฐมนตรีและคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) วันนี้ จะทำให้การเลือกตั้งต้องเลื่อนออกไปอย่างน้อย 3 เดือน แต่ใน 3 เดือนนี้ ความรุนแรงก็ยังคงอยู่ เพราะ กปปส.ยังชุมนุมเพื่อเรียกร้องให้รัฐบาลลาออกไม่ใช่เพื่อให้เลื่อนเลือกตั้ง เพราะฉะนั้นทางเดียวที่จะยุติความขัดแย้งคือให้นายกรัฐมนตรีลาออก อย่างไรก็ตาม การให้นายกรัฐมนตรีลาออก ก็ต้องไม่ใช่การมอบอำนาจให้ กปปส.ตั้งสภาประชาชนเช่นกัน เพราะเป็นวิธีการนอกระบบ และแน่นอนว่าทำให้มวลชนของรัฐบาล หรือคนเสื้อแดงไม่พอใจ ซึ่งจะนำไปสู่ความรุนแรงรอบใหม่ในอนาคต

“ทางเลือกมีอยู่ 2 ทาง คือ 1.นายกฯ หยุดพักงานแล้วให้คนอื่นๆ ในพรรคเพื่อไทยรักษาการแทน เพื่อแสดงให้เห็นว่ารัฐบาลถอยอีกก้าวหนึ่งแล้ว ตรงนี้ถ้า กปปส.ยอมก็จบ แต่หากไม่ยอมก็อาจจะใช้ทางเลือกที่ 2 ที่พอมองเห็นคือให้รัฐบาลลาออกทั้งคณะ โดยให้ปลัดกระทรวงทำหน้าที่คณะรัฐมนตรีแทน เพื่อปฏิบัติราชการรวมถึงยกร่างวางแผนการปฏิรูปประเทศอย่างเดียว ให้เวลา 1 ปี โดยให้ผู้อาวุโสที่สุดขึ้นเป็นนายกรัฐมนตรีแทนก็ได้ ตรงนี้ถือเป็นการถอยแบบสุดขั้ว หาก กปปส.ไม่ยอมก็จะมีน้ำหนักในการชุมนุมน้อยลงเอง ผมเชื่อว่า นปช.อาจจะยอมรับได้ ถือว่าเป็นการถอยเพื่อให้ประเทศเดินต่อโดยหลีกเลี่ยงความรุนแรง” ศ.อรรถจักร์ เสนอ

อย่างไรก็ตาม โอกาสที่จะใช้สองทางเลือกนี้มีน้อยมาก แต่ถ้าไม่เลือกทางเหล่านี้ ทางออกอื่นก็ยังนองไปด้วยเลือดทั้งหมด เพราะทางเลือกของรัฐบาลที่จะทำให้ความขัดแย้งเบาลง มีเพียง 2 อย่าง คือ 1.นายกฯ ลาออก หรือ 2.ทำให้คนที่เข้าร่วมน้อยลง ซึ่งก็หนีไม่พ้นการถอย

นักประวัติศาสตร์ผู้นี้ยังเชื่อด้วยว่า จะไม่มีการใช้กำลังขอคืนพื้นที่ เพราะถือเป็นสิ่งเดียวที่ทำให้รัฐบาลเพื่อไทยต่างจากรัฐบาลอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ซึ่งทุกคนในพรรคเพื่อไทยต่างประณามก่อนหน้านี้

ด้าน เดชรัต สุขกำเนิด อาจารย์คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ แสดงความเห็นว่า หากต้องการเลี่ยงความขัดแย้งเฉพาะหน้าที่รุนแรงขึ้น ก็ควรจะต้องเลื่อนการเลือกตั้งในวันที่ 2 ก.พ.ออกไป เพราะหากยังคงการเลือกตั้งไว้ในวันเดิม ก็เกิดความเสี่ยงที่จะเกิดการปะทะกันอีกครั้ง แต่การเลื่อนการเลือกตั้งออกไปจะต้องมีทางออกด้วย ไม่ใช่เลื่อนออกไปโดยไม่รู้จบ และไม่รู้ว่าหากเลือกตั้งอีกจะเกิดปัญหาเหมือนเดิมหรือไม่

“หากไม่มีทางออกให้ รัฐบาลก็ไม่แน่ใจว่าถ้าเลื่อนเลือกตั้งออกไป อนาคตประเทศจะเป็นอย่างไร และจะจบตรงไหน เพราะฉะนั้นรัฐบาลก็ไม่มีทางเลือกอื่น นอกจากใช้กฎหมายจำกัดพื้นที่การชุมนุมเข้าไปเรื่อยๆ ขณะที่ฝ่ายผู้ชุมนุมเองก็จะยกระดับการชุมนุมกดดันและขัดขวางการเลือกตั้ง ทำให้เสี่ยงการปะทะมากขึ้น” เดชรัต วิเคราะห์

เดชรัตยกตัวอย่างการเลื่อนการเลือกตั้ง เช่น ตั้งโจทย์ไว้ว่าหากเลื่อนเลือกตั้งออกไป 3 เดือน แล้วภายใน 3 เดือนรัฐบาลจะมีกระบวนการปฏิรูปประเทศอย่างไรบ้าง หรือว่าภายใน 3 เดือนนี้อาจจะตั้งสภาปฏิรูปประเทศ ซึ่งสามารถตั้งได้ตามกลไกรัฐธรรมนูญทันทีหรือไม่ ขณะที่ฝ่าย กปปส.ก็ต้องให้ทางออกไว้ด้วยว่าหากเลื่อนออกไป การเลือกตั้งครั้งหน้าจะไม่มีการขัดขวางอีก

ขณะที่การเจรจานั้นยังมองไม่เห็นโอกาสที่ทั้งสองฝ่ายจะลดเงื่อนไขเข้าสู่การเจรจา ทั้งที่วันนี้หากฝ่ายไหนเริ่มปรับตัวเข้าสู่การเจรจาและทำให้คู่กรณีสามารถนั่งคุยกันได้ ถือว่าเป็นการรุกและได้เปรียบทางการเมืองด้วยซ้ำ เนื่องจากทำให้ประเทศได้เห็นทางออกมากขึ้น

“ผมคิดว่าทางออกที่อีกฝ่ายรับได้ อาจมีความสำคัญมากกว่าตัวกลางในการเจรจา ซึ่งเครือข่ายมวลมหาประชาชนคุยเสนอทางออกไปแล้ว แต่เราก็ไม่แน่ใจว่าใครที่มีอำนาจตัดสินใจทั้งในรัฐบาลและใน กปปส. นอกจากคุณยิ่งลักษณ์และคุณสุเทพ เพราะถ้าคนสองคนนี้ไม่ตัดสินใจว่าจะใช้ทางออกอะไรและไม่เริ่มคุยกัน ก็มีความเสี่ยงจะนำไปสู่ความรุนแรงสูง” เดชรัต กล่าว

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท