
เฉลิมลั่น 72 ชม.จับแน่สุเทพจ่อยึด ศรส.
ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อย (ศรส.) ประกาศพร้อมส่งหน่วยจู่โจมบุกเข้าจับกุมกลุ่มผู้ชุมนุมที่ปิดกั้นสถานที่ราชการใน 72 ชั่วโมง โดยได้ตั้ง 7 ชุดเคลื่อนที่เร็วไปยังหน่วยงานที่ม็อบยึด ไปอุ้มขึ้นรถตำรวจเพื่อส่งต่อไปยังกองบังคับการตำรวจตระเวนชายแดนภาค 1 ที่คลอง 6 จ.ปทุมธานี แต่ถ้าจับ สุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส.ได้ จะส่งไปขังทุ่งกุลาร้องไห้
ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อย (ศรส.) ประกาศพร้อมส่งหน่วยจู่โจมบุกเข้าจับกุมกลุ่มผู้ชุมนุมที่ปิดกั้นสถานที่ราชการใน 72 ชั่วโมง โดยได้ตั้ง 7 ชุดเคลื่อนที่เร็วไปยังหน่วยงานที่ม็อบยึด ไปอุ้มขึ้นรถตำรวจเพื่อส่งต่อไปยังกองบังคับการตำรวจตระเวนชายแดนภาค 1 ที่คลอง 6 จ.ปทุมธานี แต่ถ้าจับ สุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส.ได้ จะส่งไปขังทุ่งกุลาร้องไห้
“การปิดล้อมสถานที่ราชการให้ยกเลิก จากนี้ต่อไป 72 ชั่วโมง จะส่งหน่วยจู่โจมที่จะตั้งขึ้นในวันนี้ไปจับกุมให้หมด นี่ไม่ได้ขู่ แต่เตรียมการล่วงหน้าภายใน 72 ชั่วโมง ถ้ายังดื้อกัน ลองดี ผมจะใช้อำนาจ ผอ.ศรส.เข้าจับกุมตามอำนาจ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน หน่วยจู่โจมจะใช้กำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจเป็นหลัก โดยยังไม่มีการร้องขอกำลังทหาร อย่าออกมานอกพื้นที่ชุมนุม หากออกมา จะส่งหน่วยเคลื่อนที่ไปยึดพื้นที่คืนทันที” ร.ต.อ.เฉลิม กล่าว
ร.ต.อ.เฉลิม ยังได้ประณาม สุเทพ ว่า ได้ยุยง ปลุกปั่นให้ผู้ชุมนุมขัดขวางการเลือกตั้งล่วงหน้าเมื่อวันที่ 26 ม.ค. จนมีผู้เสียชีวิต แล้วโยนความผิดให้รัฐบาลว่าเป็นผู้กระทำ
“หากไม่มีการปลุกระดมให้ขัดขวางการเลือกตั้งคงจะไม่มีใครตาย และเชื่อว่าคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กปปส. รวมทั้งกรุงเทพมหานคร รับรู้กันที่ไม่อยากให้มีการเลือกตั้งเกิดขึ้น” ร.ต.อ.เฉลิม กล่าว
วันเดียวกัน ร.ต.อ.เฉลิม ยังได้กล่าวระหว่างตรวจเยี่ยมและให้กำลังใจกำลังตำรวจ 18 กองร้อย ที่ประจำการอยู่ภายในกองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด (บช.ปส.) ซึ่งเป็นที่ตั้ง ศรส. ว่า มีข่าวม็อบจะบุก ถ้ามาบุกให้ถอยร่น
“เราไม่ได้สลายม็อบ แต่ม็อบจะมาสลายตำรวจ เราอยู่ที่ตั้ง สามารถใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน จับได้ในความผิดบุกสถานที่ราชการ จะไม่พาตำรวจไปทำผิดหรือสลายการชุมนุม หากเกิดอะไรขึ้นจะรับผิดเพียงคนเดียว ขอให้กำลังพลพร้อมทำหน้าที่ ไม่ต้องกลัว ที่ตำรวจโดนคดีครั้งก่อน เพราะสลายม็อบ แต่นี่เราไม่ได้สลาย” ร.ต.อ.เฉลิม กล่าว
ด้าน ธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ(ดีเอสไอ) ในฐานะเลขานุการ ศรส. แสดงความเชื่อมั่นว่าตั้งแต่วันที่ 3 ก.พ. จะสามารถเปิดส่วนราชการได้ทั้งหมด และ ศรส.จะขอความร่วมมือสื่องดเว้นการนำเสนอข่าวที่มีการยั่วยุตามการปลุกระดมของแกนนำ กปปส. ส่วนการขอออกหมายจับแกนนำ กปปส. 16 คนนั้น ศาลได้นัดฟังคำสั่งในวันที่ 28 ม.ค.
ขณะที่ สุเทพ แถลงว่า การที่ ร.ต.อ.เฉลิม และ ศรส. ประกาศขอพื้นที่ส่วนราชการเป็นเพียงข้ออ้างที่จะใช้กำลังเข้าปราบปรามประชาชนที่ชุมนุมอยู่ตามเวทีต่างๆ เท่านั้น จึงขอชี้แจงให้ประชาชนทราบว่า กลุ่มคนเหล่านี้พูดแล้วไม่ได้ปฏิบัติอย่างตรงไปตรงมา ดังนั้นทุกเวทีจะไม่รับที่จะเจรจากับกลุ่มบุคคลกลุ่มนี้ ไม่ต้องมา ไม่อยากเห็นหน้าด้วย
“เราจะไม่ยอมคืนพื้นที่แม้ตารางนิ้วเดียว ดังนั้นขอประกาศให้ประชาชนทราบว่าเมื่อเข้าสลายเวทีใดให้มวลมหาประชาชนทุกเวทีเข้าไปช่วยเหลือมวลชนของเราที่ชุมนุมอยู่ในเวทีนั้นๆ ขอให้ออกจากบ้าน แต่อย่านำอาวุธมาเด็ดขาด ต้องมาด้วยมือเปล่า หัวใจที่รักสันติ แต่ถ้าทำใจไม่ได้ กรุณาไม่ต้องมา” สุเทพ กล่าว
ทั้งนี้ สุเทพ แถลงด้วยว่า จะให้เวลาภายใน 1 วัน ปิดที่ทำการ ศรส. เนื่องจากเป็นศูนย์เถื่อน ถ้ายังไม่ปิดศูนย์จะเดินทางไปปิดล้อม
“ขอให้ ร.ต.อ.เฉลิม และ สุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล ยกเลิกศูนย์เถื่อนนี้ เพราะไม่มีอำนาจทางกฎหมายและทางการเมืองที่จะตั้งศูนย์ปราบปรามประชาชน และจะไม่เจรจาใดๆ ทั้งสิ้น เพราะศูนย์ดังกล่าวอยู่ไปก็จะสร้างความสับสนให้คนในประเทศและต่างประเทศ เพราะข้อเท็จจริงศูนย์นี้ไม่สามารถรักษาความสงบได้ เพราะยังปล่อยให้อันธพาลในสังกัดรัฐบาลใช้อาวุธปืนสังหาร” สุเทพ กล่าว
พ.อ.วินธัย สุวารี รองโฆษกกองทัพบก กล่าวถึงกรณีที่ สุเทพ เรียกร้องให้ทหารออกไปดูแลประชาชนที่ออกมาร่วมชุมนุม ว่า การออกไปดูแลประชาชนหรือปฏิบัติงานใดๆ ของทหารจำเป็นต้องมีกฎหมายรับรอง ซึ่งขณะนี้กฎหมาย พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ได้มอบให้ พล.ต.อ.อดุลย์แสงสิงแก้ว ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) รับผิดชอบในส่วนของการใช้กำลัง ขอให้ประชาชนได้เข้าใจทหารจำเป็นต้องปฏิบัติงานภายใต้กรอบกฎหมาย โดยเฉพาะต้องมีกฎหมายที่คุ้มครองเจ้าหน้าที่และมีผู้รับผิดชอบต่อการสั่งการใดๆ ชัดเจน
ทั้งนี้ ก็เพื่อให้เกิดความปลอดภัยกับกำลังพลที่ออกปฏิบัติงาน ซึ่งอาจมีโอกาสพบเจอกับเหตุการณ์ความรุนแรงเช่นเดียวกัน
“ปัจจุบันได้ปรับการวางกำลังทหารให้มากขึ้น ให้ครอบคลุมพื้นที่ตามประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ทั้งหมด โดยจะมีการตั้งด่านทั้งทหารและตำรวจ รวมถึงกำลังเคลื่อนที่เร็ว เพื่อแก้ปัญหาสถานการณ์ที่มีความรุนแรงโดยทันที” พ.อ.วินธัย กล่าว
นอกจากนี้ ผบ.ทบ. ได้ปรึกษากับ ผบ.ตร. ให้ติดตามจับกุมดำเนินคดีคนร้ายทุกรายให้ได้โดยเร็ว ปัจจุบันทราบว่ามีความคืบหน้าพอสมควร ส่วนการชุมนุมในพื้นที่ประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ไม่ว่าจะเป็นการชุมนุมของกลุ่มใด ก็ถือว่าผิดกฎหมายด้วยกันทั้งสิ้น ไม่ใช่ว่ามีฝ่ายหนึ่งทำผิด อีกฝ่ายจะมาใช้มาตรการนอกกฎหมายมาดำเนินการ เจ้าหน้าที่จะปล่อยให้เกิดเหตุการณ์อย่างนั้นไม่ได้







