posttoday
ฤๅ...สังคมไทยถึงจุดเปลี่ยนตามธรรมวิถี(๔)

ฤๅ...สังคมไทยถึงจุดเปลี่ยนตามธรรมวิถี(๔)

10 พฤษภาคม 2553

 

 

.....พระอาจารย์อารยะวังโส

ปุจฉา :

“...วันนี้ไม่ว่าจะเดินทางไปทางไหนก็พบว่า ทุกคนมีความไม่สบายใจต่อเหตุการณ์ในประเทศ ซึ่งส่งผลกระทบต่อทุกๆ ด้าน ไม่ว่าเศรษฐกิจ สังคม การเมือง

จึงใคร่ขอฟังธรรม เพื่อนำไปสู่การคลายความทุกข์ใจบ้าง เพื่อประโยชน์แห่งสังคมไทย ขอพระอาจารย์ช่วยโปรดเมตตาด้วยเถิด...”

วิสัชนาธรรม :

อันคงไว้ซึ่งสถาบันหลักทั้งสาม ซึ่งเป็นจุดเด่นที่สำคัญของประเทศไทย ที่ไม่เหมือนกับชาติใดๆ ดังนั้นไม่ว่าประเทศของเราจะก้าวสู่ธรรมวิถี ที่จะต้องเปลี่ยนแปลงไปตามเหตุปัจจัยของโลกหรือไม่ก็ตาม สิ่งที่สำคัญคือ การร่วมแรงร่วมใจกันของชาวไทยในการรักษาไว้ซึ่งขนบธรรมเนียมประเพณีอันดี และมีคุณค่ายิ่งของความเป็นไทย ซึ่งจะต้องช่วยกันคงเอกลักษณ์ดังกล่าวให้สืบต่อไป ภาคสังคมจึงไม่ควรปฏิเสธความเปลี่ยนแปลง แต่ควรร่วมมือกัน ร่วมความคิดกัน สมัครสมานกัน เพื่อช่วยกันควบคุมให้การเปลี่ยนแปลงเป็นไปอย่างมีจุดหมาย ถูกต้องตามหลักการ และมีวิธีดำเนินการที่ถูกต้อง มิใช่เปลี่ยนไปอย่างไร้รูปแบบ ขาดระบบ และไม่เป็นระเบียบ จนยุ่งเหยิงวุ่นวาย และนำไปสู่ความทะเลาะวิวาทกันของภาคสังคม ที่ยอมรับไม่ได้อย่างเด็ดขาด หากต้องเปลี่ยนแปลง โดยละทิ้งคุณค่าคุณความดี เอกลักษณ์ของความเป็นไทย ที่ดำรงอยู่มายาวนาน อันให้คุณกับภาคสังคมมาโดยตลอด ซึ่งไม่ว่าประเทศใดที่ก้าวจากจุดเปลี่ยนไปสู่ความสำเร็จ เขาจะต้องรักษาไว้ซึ่งสิ่งดีๆ ในสังคมของเขา อันเป็นไปตามหลักธรรมในพระพุทธศาสนา ซึ่งกล่าวนัยของปฏิบัติว่า “สิ่งที่ไม่ดี อย่าให้เกิดขึ้น พึงเฝ้าระวัง หากเกิดขึ้นแล้ว ให้ละออก หรือประหารทิ้ง ส่วนสิ่งที่ดี พึงก่อร่างสร้างให้มีขึ้น และพึงรักษาความดี สิ่งที่มีคุณค่านั้นไว้ให้คงสืบต่อไป” ซึ่งสอดคล้องกับภาคสังคมที่ควรแก่การพัฒนา ซึ่งหมายถึง การก้าวไปสู่ความเจริญรุ่งเรือง โดยคงรักษาไว้ซึ่งอารยธรรม สิ่งดีงามมีคุณค่าของสังคมไว้ ที่กล่าวว่า ปฏิรูปสังคมโดยธรรม คือ ให้คำนึงถึงประโยชน์ของสังคม ในการเปลี่ยนแปลงใดๆ และจะไม่ละทิ้งสิ่งที่ดี มีคุณค่า ซึ่งยังคงรักษาไว้ โดยคำนึงถึงประโยชน์โดยธรรมที่ส่งผลต่อสังคม

อยากให้พิจารณาดูประเทศจีน ซึ่งเปลี่ยนแปลงไปเร็วมากในห้วง ๑๐ ปีที่ผ่านมา มีการวางแผนพัฒนาประเทศ อันเป็นไปตามธรรมวิถีแห่งวัตถุนิยม ซึ่งแม้ประเทศจีนจะอยู่ในลัทธิคอมมิวนิสต์ อันเป็นโครงสร้างของสังคมที่ปฏิเสธระบบวัตถุนิยม ที่นำไปสู่กระแสทุนนิยม แต่เมื่อถึงจุดเปลี่ยนของภาคสังคม ประเทศจีนกลับอาศัยเงื่อนไข และโอกาสดังกล่าว ปฏิรูปภาคสังคมได้อย่างสวยงาม วันนี้ประเทศจีน เร่งแผนพัฒนาประเทศในทุกๆ ด้าน ในระยะเวลา ๕๖ ปีที่ผ่านมา มีการวางแผน และทำการตัดถนนไฮเวย์ไปทั่วทุกแคว้น เชื่อมต่อกันอย่างสวยงาม และได้มาตรฐาน ซึ่งตั้งเป้าไว้ตามแผนว่า จะเป็นประเทศที่มีถนนไฮเวย์ยาวที่สุดในโลก ยิ่งกว่าอเมริกาหรือประเทศในยุโรปใดๆ หากสาธุชนผู้อ่านได้มีโอกาสเดินทางไปประเทศจีนในขณะนี้ คงจะต้องชื่นชมกับภูมิทัศน์สองข้างทางถนนไฮเวย์ ซึ่งได้มาตรฐาน มีคุณภาพและสวยงาม เดินทางสะดวกอย่างผิดไปจากเดิม มีการกระจายความเจริญไปสู่ภูมิภาคต่างๆ เพื่อความเท่าเทียมกัน เพื่อเกลี่ยรายได้ให้กับประเทศชาติอย่างเสมอกัน เปิดโอกาสให้แต่ละเมืองเติบโตอย่างมีแบบแผน และจะต้องไม่หลงไปให้ความสนใจต่อการพัฒนาในด้านวัตถุอย่างเดียว จนลืมการเหลียวแล การยกระดับคุณค่าความสำนึกทางจิตวิญญาณของสังคม ซึ่งเป็นหัวใจหลักของการสร้างชาติ สืบทอดแผ่นดิน จึงควรแก่การร่วมกันสร้างอุดมการณ์ ให้เป็นอันเดียวกันของประชากรในชาติ ดังเช่นประเทศจีนที่ได้ให้ความสำคัญในเรื่องดังกล่าว อันควรแก่การศึกษา แม้ภาคสังคมจะเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว แต่ก็ยังได้ให้มีการสนับสนุนส่งเสริมกิจการศาสนามากยิ่งขึ้น ทั้งนี้เพราะคำนึงถึงแกนหลักแห่งภาคสังคมว่าจะสงบเรียบร้อย และมีความสุขได้นั้นจะต้องพัฒนาการทางจิตใจควบคู่ไปด้วย เราจึงเห็นการส่งเสริมศาสนกิจในวัดที่สำคัญๆ อย่างเต็มรูปแบบโดยกรมการศาสนาของจีน มีการส่งเสริมการอุปสมบท เพื่อเข้ารับการเรียนรู้หลักพระธรรมคำสั่งสอนในพระพุทธศาสนา

ล่าสุดเมื่อห้วงเวลาวันที่ ๒๗๓๐ เม.ย. ๒๕๕๓ ที่ผ่านมา มีการบรรพชาอุปสมบท ณ วัดเส้าหลิน มากกว่า ๔๕๐ รูป ถึงแม้ว่าจะเป็นพุทธศาสนาแบบมหายาน แต่ก็ยังคงไว้ซึ่งการปฏิบัติแบบดั้งเดิม ดังที่ปรากฏอยู่ในรูปแบบของวัดเส้าหลิน วัดม้าขาว วัดเซี้ยงโกว๋ ซึ่งเป็นพระอารามหลวง ซึ่งคงมีพระภิกษุอยู่จำนวนมาก และวัดแต่ละแห่งได้คงไว้ซึ่งความเป็นศูนย์รวมการเรียนรู้อารยธรรม ขนบธรรมเนียม และรักษาไว้ซึ่งประเพณีทางสังคม วัดจึงกลายเป็นศูนย์กลางการเรียนรู้เหมือนในอดีต อย่างเช่นวัดเส้าหลินก็จะส่งเสริมการฝึกวิทยายุทธ์ ควบคู่กับการให้ความรู้ทางธรรมะอยู่เหมือนเดิมทุกประการ

อ่านต่อฉบับหน้า

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท