posttoday
เลือกตั้งล่วงหน้าสะดุดดสะเทือนนับคะแนนทั้งระบบ

เลือกตั้งล่วงหน้าสะดุดดสะเทือนนับคะแนนทั้งระบบ

27 มกราคม 2557

ภาพรวมการใช้สิทธิเลือกตั้งล่วงหน้า 26 ม.ค. เต็มไปด้วยความวุ่นวาย เมื่อคณะกรรมการประชาชน เพื่อการเปลี่ยนแปลงประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข (กปปส.) เคลื่อนมวลชนปิดล้อมหน่วยเลือกตั้งหลายพื้นที่ไม่ให้มีการลงคะแนนได้

ภาพรวมการใช้สิทธิเลือกตั้งล่วงหน้า 26 ม.ค. เต็มไปด้วยความวุ่นวาย เมื่อคณะกรรมการประชาชน เพื่อการเปลี่ยนแปลงประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข (กปปส.) เคลื่อนมวลชนปิดล้อมหน่วยเลือกตั้งหลายพื้นที่ไม่ให้มีการลงคะแนนได้

คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) สรุปข้อมูลว่ามี 89 เขต จาก 375 เขตเลือกตั้งทั่วประเทศถูกปิดล้อม แบ่งเป็น กรุงเทพมหานคร 33 เขต และภาคใต้ 56 เขต มีผู้ลงทะเบียนเลือกตั้งล่วงหน้านอกเขตจังหวัด 4.4 แสนคน หรือ 22% ของผู้ลงทะเบียนทั้งหมด 2.2 ล้านคน ไม่สามารถใช้สิทธิได้ ซึ่ง กกต.จะได้หารือว่าจะดำเนินการอย่างไรต่อไป

ศุภชัย สมเจริญ ประธาน กกต. เปิดเผยว่า ไม่ได้ ร่วมรู้เห็นเป็นใจกับผู้ชุมนุมที่ไปปิดล้อมหน่วยเลือกตั้งเพื่อไม่ให้ลงคะแนนได้ เหตุที่ต้องปิดหน่วยไม่มีการลงคะแนนเนื่องจากเจ้าหน้าที่ถูกปิดล้อม ถูกใส่กุญแจ หากรัฐบาล จะเดินหน้าเลือกตั้ง กกต.ก็พร้อมปฏิบัติงานและจัดการเลือกตั้งอย่างเต็มที่ แม้จะชัดเจนว่าเลือกตั้งวันที่ 2 ก.พ. ก็เปิดประชุมสภาผู้แทนราษฎรไม่ได้ เนื่องจากมี สส. ไม่ครบ 95%

“ส่วนตัวอยากให้ทุกฝ่ายหันหน้ามาเจรจาพูดคุยกัน ถอยกันคนละก้าว มาหาทางออกร่วมกันเพื่อช่วยกัน ทำให้บ้านเมืองเกิดความสงบสุข โดยมั่นใจว่าหากทุกฝ่ายหันหน้ามาหารือร่วมกันแนวโน้มสถานการณ์น่าจะเป็นไปในทิศทางที่ดีขึ้น” ศุภชัย กล่าว

ศุภชัย กล่าวว่า ที่ผ่านมาได้แจ้งสภาพปัญหาให้รัฐบาลทราบไปแล้ว 2 ครั้ง แต่รัฐบาลก็กลับบอกว่า กกต.จินตนาการไปเอง แต่สถานการณ์ที่เกิดขึ้นบ่งชี้ว่าไม่ได้จินตนาการไปเอง ที่ไม่เกิดความรุนแรงสูญเสียเหมือนวันรับสมัครที่ศูนย์เยาวชนไทยญี่ปุ่น ดินแดง ก็เพราะให้นโยบายเจ้าหน้าที่ให้หลีกเลี่ยงการปะทะ ถ้าดำเนินการไม่ได้ก็ให้ยุติการลงคะแนน

ทั้งนี้ หากศูนย์รักษาความสงบ (ศรส.) จะดำเนินคดีตามกฎหมายอาญามาตรา 157 หาว่ารู้เห็นเป็นใจกับ ผู้ชุมนุมก็ไม่เป็นไร ที่ผ่านมาโดนกล่าวหาเช่นนี้โดยตลอด แต่เชื่อว่าศาลจะรับฟังเหตุผลและมีข้อเท็จจริงยืนยัน อยู่แล้ว

ขณะที่ ภุชงค์ นุตราวงศ์ เลขาธิการ กกต. โต้แย้งข้อกล่าวหาของที่ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รมว.แรงงาน ผู้อำนวยการ ศรส.ว่า กกต.ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ ไม่ประสานงานขอกำลังตำรวจ ทหาร มาช่วยรักษาความสงบเรียบร้อย ทั้งที่ผ่านมา กกต.ประสานสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) และทหารตามช่องทางปกติ แต่ไม่ได้ประสาน ศรส.โดยตรง เพราะ สตช.มีแผนดูแลการเลือกตั้งอยู่แล้ว

ขณะเดียวกัน กกต.จะดำเนินคดีกับผู้ขัดขวางการทำหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ประจำหน่วยเลือกตั้ง เพราะถือเป็นคดีอาญาแผ่นดิน โดยกำลังรวบรวมข้อมูลหลักฐานต่อไป

ด้าน ประพันธ์ นัยโกวิท อดีต กกต.ด้านบริหารการเลือกตั้ง กล่าวว่า เมื่อไม่สามารถจัดให้มีการเลือกตั้งล่วงหน้าได้จะเกิดปัญหากับผู้ที่ขอใช้สิทธิเลือกตั้งล่วงหน้านอกเขตเลือกตั้งตามภูมิลำเนาทันที เพราะจะไม่สามารถ เลือกตั้งนอกเขตในวันที่ 2 ก.พ.ได้ เช่น คนต่างจังหวัดที่ทำงานใน กทม.ที่ลงทะเบียนใช้สิทธิเลือกตั้งล่วงหน้าเอาไว้ แต่พอไม่สามารถจัดให้มีการเลือกตั้งล่วงหน้าได้ตามกำหนด ส่งผลให้คนกลุ่มนี้จะมาขอใช้สิทธิเลือก สส.ของจังหวัดตัวเองที่ กทม. ในวันที่ 2 ก.พ.ไม่ได้ เป็นต้น

ประพันธ์ กล่าวต่อไปว่า การไม่สามารถจัดให้ลงคะแนนได้ตามกำหนด ทั้งการเลือกตั้งล่วงหน้าวันที่ 26 ม.ค. หรือวันที่ 2 ก.พ. ซึ่งมีแนวโน้มจะมีปัญหาหลายพื้นที่ จะเกิดปัญหาใหญ่และเป็นปัญหาที่สำคัญที่สุดคือ ไม่สามารถประกาศผลการเลือกตั้ง สส.บัญชีรายชื่อได้ เพราะหัวใจสำคัญของการเลือกตั้ง สส.บัญชีรายชื่ออยู่ที่การหาค่าเฉลี่ยของผลการลงคะแนน สส.บัญชีรายชื่อทั้งประเทศ โดยค่าเฉลี่ยนี้จะต้องนำมาใช้เพื่อคำนวณหาจำนวน สส.ให้กับแต่ละพรรคการเมืองที่ได้รับคะแนนจากประชาชน

“ดังนั้น ถ้าไม่สามารถจัดการเลือกตั้ง สส.บัญชีรายชื่อได้ครบทุกเขตเลือกตั้งก็จะทำให้ กกต.ไม่สามารถนับและประกาศผลคะแนน สส.บัญชีรายชื่อได้ไปในตัวด้วย” ประพันธ์ กล่าว

อดีต กกต.กล่าวอีกว่า ส่วนการเลือกตั้ง สส.ระบบแบ่งเขตก็จะมีปัญหาเช่นเดียวกัน กล่าวคือ หากจังหวัดไหนสามารถจัดการลงคะแนนเลือกตั้งได้ตามปกติก็สามารถนับคะแนนและประกาศผลการเลือกตั้งได้ แต่ถ้าเป็น กรณีที่จังหวัดใดไม่สามารถจัดการลงคะแนนไม่ครบก็ไม่สามารถประกาศผลการเลือกตั้งได้เช่นกัน

“ดังนั้น ถ้าการเลือกตั้งยังคงยืนยันจัดการลงคะแนนตามปกติในวันที่ 2 ก.พ. ทาง กกต.จะต้องกำหนดวัน เลือกตั้งล่วงหน้าใหม่ โดยจะต้องเป็นวันหนึ่งวันใดก่อนวันที่ 2 ก.พ.” ประพันธ์ กล่าว

พล.ต.ต.ปิยะ อุทาโย โฆษก สตช. สรุปเหตุวุ่นวายในการเลือกตั้งล่วงหน้าวันที่ 26 ม.ค. 4 เหตุการณ์ เริ่มจากเวลา 09.27 น. เหตุกระทบกระทั่งที่ลาดกระบังมีผู้ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย จากนั้นเวลา 10.00 น. เขตดอนเมือง ผู้ช่วยผู้อำนวยการเขตดอนเมืองถูกสตรีสองคนทำร้ายโดนผลักให้ล้มและดึงผม ซึ่งจับตัวสตรีทั้งสองคนนั้นได้

ขณะเดียวกัน เวลา 10.00 น. พบกลุ่มชุดขาว 22 คน เข้าไปตัดกุญแจสำนักงานเขต เนื่องจากจะเข้าไปใช้สิทธิ แต่จากการตรวจค้นทั้ง 22 คน ไม่มีการพกบัตรประจำตัวประชาชน ตอนแรกมีการตั้งข้อสงสัยว่าเป็นคนต่างด้าว แต่ สน.บึงกุ่ม ได้ตรวจสอบแล้วว่าเป็นคนไทย ซึ่งได้ตั้งข้อหาเบื้องต้นว่าไม่พกบัตรประจำตัวประชาชนไว้ก่อน

นอกจากนี้ ที่วัดศรีเอี่ยม ซึ่งในช่วงเวลา 11.00 13.00 น. เหตุการณ์ยังคงปกติ แต่เมื่อถึงเวลา 13.30 น. ทางกลุ่มผู้ชุมนุม กปปส. เลิกและกำลังจะกลับ เมื่อ ออกมาได้ประมาณ 200 เมตร มีการปะทะอีกกลุ่มหนึ่ง ตรงโค้งวัดศรีเอี่ยม ซึ่งมีผู้เสียชีวิต 1 คน ได้รับบาดเจ็บ 6 คน ซึ่งเป็นผู้ชุมนุม กปปส. 5 คน และเป็นผู้ชุมนุม นปช. 1 คน

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท