
จี้"ยิ่งลักษณ์"รับผิดชอบขอทหารคุ้มครอง
การเสียชีวิตของสุทิน ธราทิน ผู้ประสานงานเครือข่ายกองทัพประชาชนโค่นระบอบทักษิณ (กปท.) ระหว่างการชุมนุมคัดค้านการใช้สิทธิเลือกตั้งล่วงหน้า บริเวณวัดศรีเอี่ยม เขตบางนา กทม. เมื่อวันที่ 26 ม.ค. ได้ทำให้แกนนำคณะกรรมการประชาชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข (กปปส.) แสดงท่าทีแข็งกร้าวไปยังรัฐบาลอีกครั้งในการประกาศเดินหน้าต่อต้านการเลือกตั้ง
การเสียชีวิตของสุทิน ธราทิน ผู้ประสานงานเครือข่ายกองทัพประชาชนโค่นระบอบทักษิณ (กปท.) ระหว่างการชุมนุมคัดค้านการใช้สิทธิเลือกตั้งล่วงหน้า บริเวณวัดศรีเอี่ยม เขตบางนา กทม. เมื่อวันที่ 26 ม.ค. ได้ทำให้แกนนำคณะกรรมการประชาชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข (กปปส.) แสดงท่าทีแข็งกร้าวไปยังรัฐบาลอีกครั้งในการประกาศเดินหน้าต่อต้านการเลือกตั้ง
ต่อมาในเวลา 19.15 น. สุเทพ เทือกสุบรรณ ได้ประกาศแนวทางการเคลื่อนไหวต่อไปบนเวทีสี่แยกปทุมวัน ว่า ถือเป็นคนที่ 4 แล้วที่เป็นพลเมืองดีต้องเสียชีวิตจากการออกมาต่อสู้เพื่อความถูกต้องและความยุติธรรม แต่พวกเราทุกคนยืนยันจะต่อสู้ต่อไปเพื่อล้มระบอบทักษิณ พร้อมกับจะให้ความช่วยเหลือแก่ครอบครัวผู้เสียชีวิตเป็นเงิน 1 ล้านบาท เพื่อให้เป็นทุนการศึกษาแก่บุตรของสุทิน
เลขาธิการ กปปส. กล่าวว่า สำหรับเหตุการณ์เกิดขึ้นตอนกลางวัน แต่สงสัยว่าทำไมเจ้าหน้าที่ตำรวจไม่สามารถดำเนินการอะไรได้ หรือเป็นคนต่างชาติที่เข้ามาก่อสถานการณ์ ซึ่งยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ต้องรับผิดชอบ
“มีตำรวจดีๆ ส่งข่าวมาว่ามีการเตรียมใช้สไนเปอร์ 80 คนไปอยู่ตึกสูงและเตรียมทำร้ายประชาชนและแกนนำ ถ้ามีโอกาส ขอฝากไปถึงผู้บัญชาการเหล่าทัพทั้ง 3 เหล่าทัพได้โปรดพิจารณาด้วยว่า ถ้าเห็นว่าการต่อสู้ของประชาชนเป็นไปตามรัฐธรรมนูญ ผมอยากให้จัดกำลังเจ้าหน้าที่ทหารมาคุ้มครองประชาชนด้วย อาจจะมาตั้งด่านรอบๆ พื้นที่ที่เราชุมนุมอยู่เพื่อช่วยตรวจค้นอาวุธและสกัดจับคนร้ายเวลาหลบหนีหลังจากทำร้ายประชาชน ซึ่งไม่ใช่การให้พวกทหารออกมาปฏิวัติ” เลขาธิการ กปปส. กล่าว
สุเทพ ประกาศอีกว่า ขณะเดียวกัน ขอให้การ์ดที่ดูแลรักษาความปลอดภัยในทุกเวทีเพิ่มความเข้มงวดให้มากขึ้น เพราะมีความพยายามจากตำรวจในการจับกุมแกนนำให้ได้ อย่างไรก็ตาม ยืนยันว่าจะไม่หนีไปไหนแต่พร้อมเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมเพื่อสู้คดีตามกฎหมายหลังจากเสร็จภารกิจโค่นล้มระบอบทักษิณ
“ขอประกาศยืนยันว่าเราไม่ได้คัดค้านการเลือกตั้งเพื่อให้เลื่อนวันเลือกตั้งออกไป เพราะไม่ว่าจะเลื่อนไปนานเท่าไหร่ก็ไม่มีความหมายสำหรับเราเพราะเป้าหมายของเรา คือ การปฏิรูปประเทศโดยไม่มีนักการเมืองเข้ามาร่วมปฏิรูป ดังนั้น อย่ามาต่อรองกับเรา ยืนยันอีกครั้งว่า ถ้าเรายังไม่ชนะเราจะยังไม่กลับบ้าน การตัดสินใจของมวลมหาประชาชนจะไม่ผูกพันกับพรรคการเมืองใดๆ ทั้งสิ้น ยิ่งลักษณ์และคณะรัฐมนตรีทุกคนต้องลาออกเพื่อเปิดโอกาสให้มีการตั้งรัฐบาลและสภาของประชาชนเพื่อปฏิรูปให้มีประชาธิปไตยที่สมบูรณ์ก่อนเลือกตั้งต่อไป” สุเทพ ประกาศกร้าว
ด้าน สาทิตย์ วงศ์หนองเตย แกนนำ กปปส. ประกาศว่า ความรุนแรงและการเสียชีวิตที่เกิดขึ้นของสุทิน เป็นการสะท้อนให้เห็นว่ารัฐบาลได้บังคับใช้พระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548 แบบเลือกปฏิบัติ
“รถพยาบาลพยายามเข้าไปช่วยเหลือผู้บาดเจ็บ แต่คนเสื้อแดงไม่ยอมให้รถพยาบาลเข้าไปช่วย และตำรวจในวัดศรีเอี่ยมกลับไม่ดำเนินการใดๆ กับกลุ่มคนเสื้อแดง เป็นการดำเนินการภายใต้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ที่สองมาตรฐาน เพราะตำรวจตรวจรถพยาบาล ตรวจมวลชนที่ไม่มีอาวุธ แต่กลับปล่อยให้คนเสื้อแดงมีอาวุธมาทำร้ายประชาชนมือเปล่า” สาทิตย์ กล่าว
ขณะที่ พ.ต.ท.กุลธน ประจวบเหมาะ ผู้สมัคร สส. กทม.เขตบางนา พรรคเพื่อไทย ซึ่งถูกพาดพิงว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เนื่องจากมีกลุ่มผู้ชุมนุมเห็นปรากฏตัวในพื้นที่เกิดเหตุ ได้ชี้แจงว่า ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ ทั้งสิ้น
“ได้ทราบข่าวว่ามีเหตุยิงกันเกิดขึ้น ย่านแยกศรีอุดม ผมและลูกน้องอีก 2 คน จึงออกเดินทางไปดูสถานที่เกิดเหตุ แต่ยังไม่ถึงสถานที่เกิดเหตุ และระหว่างทางได้จอดแวะพูดคุยสอบถามเหตุการณ์กับคนในพื้นที่ประมาณ 56 คน จึงคาดว่าในช่วงเวลานั้นอาจมีคนมาเห็นเข้าและเข้าใจผิดว่าตนเป็นผู้นำคนเสื้อแดงออกไปทำร้ายกลุ่ม กปปส.ที่มาชุมนุม” พ.ต.ท.กุลธน กล่าว







