posttoday
ทายาทลุงกำนัน แทน เทือกสุบรรณ

ทายาทลุงกำนัน แทน เทือกสุบรรณ

26 มกราคม 2557

“เห็นความตั้งใจในตัวพ่อแล้ว ผมก็ภูมิใจในตัวพ่อที่สุด พ่อได้ทำมาถึงจุดนี้ก็ถือว่าเป็นที่สุดของตระกูล”

โดย...ชัยฤทธิ์ ยนเปี่ยม ธนพล บางยี่ขัน

“เห็นความตั้งใจในตัวพ่อแล้ว ผมก็ภูมิใจในตัวพ่อที่สุด พ่อได้ทำมาถึงจุดนี้ก็ถือว่าเป็นที่สุดของตระกูล”

ความรู้สึกจากก้นบึ้งหัวใจของ แทน เทือกสุบรรณ ทายาทคนโต “ลุงกำนัน” สุเทพ เทือกสุบรรณ ที่กำลังสร้างวีรกรรม ภารกิจเพื่อชาติที่ยังไม่รู้จะมีบทสรุปอย่างไร แต่นับวันยังคงได้รับการสนับสนุนจากผู้คนหลายวงการอย่างไม่ขาดสาย

“ตระกูลผม ญาติพี่น้องผม อยู่ในม็อบนี้ทุกคน ผมว่ามีหลายร้อยนะ ลูกพี่ลูกน้อง ญาติห่างตำบลที่คุณพ่ออยู่ก็มากันทั้งตำบล ทุกคนภูมิใจหมด และทุกคนเห็นด้วยหมด บางคนมาเป็นการ์ดบ้าง มาเป็นพ่อครัวบ้าง ใครทำอะไรได้มากันหมด หลายคนก็อยากมา แต่ผมบอกว่า อย่าเพิ่ง ทำงานของคุณไปก่อน แล้วผลัดกันมา ทุกคน”

“แทน” คุยกับเราที่หลังเวทีปทุมวันต้นสัปดาห์ที่ผ่านมาในบรรยากาศเย็นสบาย ขณะเจ้าตัวเพิ่งเสร็จจากการเดินเท้าพบประชาชนร่วมคณะลุงกำนัน ก่อนจะแยกทางมาให้สัมภาษณ์พิเศษ ส่วนกำนันสุเทพยังไม่หมดแรง เดินอาดๆ ไปนำทัพ ขบวนแพทย์ที่ยกพลมาให้กำลังใจสนับสนุนการปฏิรูปก่อนเลือกตั้ง

เด็กหนุ่มวัย 33 ท่าทางทะมัดทะแมง แววตามุ่งมั่น ไม่มีอาการเหนื่อยให้เห็น มาร่วมต่อสู้กับพ่อตั้งแต่การชุมนุม ครั้งแรกเมื่อหลายเดือนก่อน เทียวไปเทียวมา กรุงเทพฯสุราษฎร์ธานี สางงาน บริษัท ศรีสุบรรณฟาร์ม ที่เขาดูแลอยู่ จนช่วงหลังยอมทิ้งงานให้คนดูแลแทนเพื่อขึ้นมากรุงเทพฯ อยู่เป็นกำลังใจข้างกายผู้เป็นพ่อ

ภารกิจแต่ละวันของแทน นอกจากคอยเป็นกำลังใจ ทั้งร่วมเดิน เป็นการ์ดครอบครัว ยังนอนเคียงข้างพ่อ แบ่งเวรครอบครัวสลับกันไปอยู่เป็นเพื่อน

สุขภาพของ “ลุงกำนัน” เป็นอย่างไร ในฐานะผู้นำขบวนการภาคประชาชนสูงวัยที่สุด อายุ 64 ปี เดินเท้ารณรงค์ในพื้นที่กรุงเทพฯ รวมระยะทางหลายร้อยกิโลเมตร ในช่วงเวลา 3 เดือน

“จริงๆ คุณพ่อไม่ค่อยเหนื่อยเท่าไร ไม่ค่อยบ่นเรื่องเมื่อยเลยนะ ก็คงเหมือนกับว่า เราทำสิ่งที่เราชอบ ความเหนื่อย ความล้า มันเลยไม่มี ซึ่งก็น่าเซอร์ไพรส์ผมเหมือนกัน เพราะขนาดผมไปเดิน ผมยังเมื่อยมาก ทั้งที่ปกติผมวิ่งเป็นประจำครั้งละ 10 กิโล ผมยังรู้สึกเหนื่อย ใช้เวลายืนร่วม 10 ชั่วโมง แค่ยืนอย่างเดียวก็เมื่อยแล้ว”

แทน บอก สภาพร่างกายพ่อยังฟิตอยู่ ปกติจะมีคุณแม่ ศรีสกุล พร้อมพันธุ์ ภรรยา เป็นคนดูแลทุกอย่าง ทั้งหยูกยา วิตามิน อาหารเสริมเยอะแยะจนบอกไม่ถูก ปัญหาของพ่อคงมีเรื่องไอเท่านั้น เพราะใช้เสียงมากเกินไป แต่โดยรวมยังดี มีเวลาพักผ่อนเพียงพอ ทุกอย่างยังจัดการได้ พยายามนอนให้เร็วขึ้น

“เรื่องสุขภาพของพ่อไม่ใช่ปัญหา ที่เป็นปัญหาคือแรงกดดันจากคนนู้น คนนี้ อยากได้อย่างนั้น อย่างนี้ มันจะเป็นความเครียดมากกว่า เพราะมวลชนมีหลากหลายความคิดเห็น” แทน เล่าพลางว่า “นี่ทำให้ผมต้องมาช่วยพูดกับพ่อในบางเรื่องที่ ไม่มีใครกล้าบอก เพราะบางเรื่องเราพอพูดได้บ้าง บางคนเขาอยากจะพูดกับพ่อ ก็มาพูดผ่านผมบ้าง เพราะผมจะกล้าพูดกับพ่อ ผมเองที่ผ่านมาทำงานกับพ่อ และทะเลาะกันมาเยอะแล้ว กล้าขัดใจเขา ส่วนคนอื่นก็ยังไม่กล้าขัดใจเท่าไร”

ทายาทลุงกำนัน ยืนยันว่า กลยุทธ์ต่างๆ ในการขับเคลื่อนส่วนใหญ่พ่อคิดเองทั้งนั้น แม้ต้องรับฟังความเห็นทีมงานมากมาย รวมถึงคนอื่นที่ต่อสายเข้ามา แต่พ่อฟังหมด ก่อนจะมาประมวล ตัดสินใจเอง

“เวลาพูดบนเวที สคริปต์น้อยมาก ก็มีบางเรื่องที่ใหญ่ๆ เท่านั้น อันนี้คือจุดเก่งของพ่อ มีไม่กี่คนในประเทศไทยที่ทำอย่างนี้ได้ คิดออกจากหัว อย่างเมื่อวานเดินอยู่ลาดพร้าว พอมาถึงเวทีก็พูดเลย และเป็นเนื้อหาใหม่ แสดงว่าระหว่างที่เดินพ่อก็คิดไปด้วย” แทน เล่าด้วยความภูมิใจ

เคยนึกมาก่อนไหม คุณพ่อจะทิ้งบทบาทนักการเมืองในสภา มานำประชาชนขึ้นมาถึงจุดนี้

“ผมก็คาดไม่ถึง แต่ก็ภูมิใจ ถือว่าเป็นสิ่งที่เขาทำมาตลอดชีวิต และก็ไม่นึกว่า เขาจะได้รับสิ่งตอบแทนที่ว่าเหมาะสมที่เขาทำมา ผมว่าพ่อดีใจ มันคุ้มค่านะกับชีวิตที่เราเดินบนถนน แล้วมีคนมาต้อนรับเราสองข้างทาง ผมว่ามันเป็นที่สุดของนักการเมืองแล้ว”

ถามไปว่า ตกกระไดพลอยโจนหรือขี่หลังเสือแล้วลงไม่ได้? แทนตอบทันที “ทุกอย่างเป็นความตั้งใจ และพ่อวางแผนไว้ 2 ปีแล้ว คิดเรื่องนี้มาตั้งแต่ลาออกจากเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ ไม่ใช่มาคิดวันนี้ โดยเริ่มจากการทำบลูสกาย ทำเวทีผ่าความจริง และเรารู้อยู่แล้วว่า วันนึง มันต้องมาถึงจุดนี้ แม้กระทั่งเดิน พ่อก็ซ้อมมาตลอด เดินที่บ้านที่สุราษฎร์ธานี

“ไม่ใช่เราตกกระไดพลอยโจนนะ แต่ว่ามันอาจเร็วกว่าที่คิด เราไม่คิดว่ารัฐบาลมันจะเร็วขนาดนี้ แต่เรารู้แหละ มันเอาแน่ มันทำแน่ (ร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรม) เรารู้ เราก็เลยเตรียมตัวล่วงหน้า”

การชุมนุมใหญ่ที่ผ่านมาไม่มีท่าทีว่าจะแผ่ว ยิ่งนานวันยิ่งมี คนดังหลายวงการ เปิดตัวเข้าร่วมปฏิบัติการชัตดาวน์บางกอก ปฏิรูปก่อนเลือกตั้ง สำหรับ แทน ฟันธง มวลมหาประชาชนชนะแน่นอน ส่วนจะชนะแบบไหน เมื่อไร ยังตอบไม่ได้ เขามองว่า การที่ประชาชนทุกกลุ่ม ทั้งคนกลางๆ ไทยเฉย ตื่นตัวออกมาชุมนุมมากมายที่ถนนราชดำเนิน ตั้งแต่ก่อนวันที่ 24 พ.ย. 2556 ถือว่าเป็นชัยชนะแล้ว จากนี้ไปใครจะมาโกงประเทศไทย ออกกฎหมายเลวๆ คงไม่เกิดขึ้น ถ้าเกิดก็คงยาก แต่สิ่งที่แทนคาดไม่ถึง คือไม่คิดว่าผู้มีอำนาจเล่นเกมยื้อได้นานขนาดนี้ ทั้งที่มีคนออกมาชุมนุมมหาศาลจนทำให้ต้องปักหลักนานกว่าที่คิด

“คุณพ่อเองก็คาดไม่ถึงด้วยซ้ำว่าจะเกิดปรากฏการณ์นกหวีดมาถึงวันนี้ได้ ผู้คนตื่นตัวทางการเมืองสูง เราคิดว่าน่าจะจบก่อนหน้านี้ ไม่คิดว่ามันจะยาวขนาดนี้ แต่เราก็บอกไปแล้วว่าเราจะสู้ให้ยาวที่สุดเท่าที่จำเป็น จะยาวแค่ไหนเราก็สู้ได้ เราพร้อมที่จะสู้ไปให้ถึงที่สุด”

nจุดแข็งพ่อ ความชัดเจน

จุดอ่อน...?

ความสัมพันธ์ระหว่าง แทน กับ พ่อ สะท้อนผ่านข้อความกินใจที่เจ้าตัวพูดถึงพ่อในเฟซบุ๊กเมื่อวันที่ 5 ธ.ค. ปีที่แล้ว “ผู้ชายคนหนึ่ง...ทำงานรับใช้บ้านเมืองอย่างไม่มีวันหยุดมากว่า 30 ปี แล้ววันหนึ่ง...ขายทรัพย์สินที่มี เบิกเงินจนหมดบัญชี ทิ้งอาชีพ ที่เขารักมาก ทิ้งพรรคที่เขารักมากกว่า ยอมเป็นผู้ต้องหาคดีกบฏ ยอมเสี่ยงโดนประหารชีวิตลุกขึ้นมานำมวลมหาประชาชนเพื่อเปลี่ยนแปลงประเทศ ปลุกจิตวิญญาณที่รักชาติรักแผ่นดินของคนไทยให้ตื่นขึ้น ผมภูมิใจที่ได้เรียกผู้ชายคนนี้ว่า ‘พ่อ’ ครับ”

อะไรเป็นจุดแข็งของพ่อ? “ผมว่าความจริงใจที่ชัดเจน คนกรุงเทพฯ และคนไทยตอนนี้เขาต้องการความชัดเจน ทำอะไรที่จริงๆ จังๆ และเป็นคนที่กล้า”

และจุดอ่อนล่ะ? แทน คิดนาน “จุดอ่อนก็...ความจริงไม่อยากจะบอกนะ”

เขายิ้มเล็กน้อยก่อนว่าต่อ “จุดอ่อนคือ พ่อเป็นคนที่เซนซิทีฟ เขาไม่ต้องการให้พี่น้องประชาชนเสียชีวิต เขาไม่ใช่คนเลือดเย็นที่จะให้ประชาชนมาตายเพื่อไปสู่เป้าหมาย เขาพยายามหลีกเลี่ยงการปะทะมาโดยตลอด”

หลายครั้งที่กำนันสุเทพพูดบนเวทีถึงความไม่ปลอดภัยที่จะเกิดขึ้นได้ทุกวินาที โดยเฉพาะการตกเป็นเป้าฝ่ายตรงข้าม จนอาจถูกสไนเปอร์ลอบยิง ความรู้สึกของผู้เป็นทายาทหวิวแค่ไหน

“ก็เป็นห่วงนะครับ...ที่ผมมาอยู่ตรงนี้เหตุผลหนึ่ง อยากจะมาดูแลคุณพ่อที่นี่ด้วย บางอย่างพ่อค่อนข้างจะดื้อ เขาเป็นคนไม่กลัวตายเลย เขาบอกว่า...ก็ดี โดนก็จะได้ชนะเลย เขาก็จะพูดอย่างนี้ตลอด บางทีเราก็ต้องมาคอยเป็นกำลังใจและต้องคอยบอกว่า เฮ้ย อันนี้ไม่ได้นะ พ่อต้องหลบนะ ระวังนะ เพราะคนอื่นพูด พ่อเขาอาจจะไม่เชื่อ เราก็ต้องพยายามบอก”

แล้วเวลา แทน บอก พ่อเชื่อไหม?

“ก็เชื่อบ้าง (หัวเราะ) แต่ส่วนใหญ่ก็ยังดื้ออยู่ แต่มันจำเป็นนะ ถ้าเราไม่เดิน เรากลัว เรามัวแต่หลบ มันก็ไปไม่ได้”

“อะไรๆ มันก็เกิดขึ้นได้ ระเบิดที่บรรทัดทอง มันเป็นการกระทำที่โหดเหี้ยมมาก การโยนระเบิดใส่ผู้คนที่เดินขบวนอย่างสงบ ไม่ได้เดินไปมุ่งร้ายใคร นี่ต้องการฆ่าคนโดยไม่เลือกหน้า ขอให้เป็นใครก็ได้ จะสังเกตเห็นว่าอารมณ์ของพ่อวันนั้น ค่อนข้างโกรธเรื่องนี้เพราะมันเกินไป ยังมาใส่ร้ายเราอีกว่า คนโยนระเบิดมาจากพวกเดียวกันเอง ใครมันจะกล้าทำ”

แทนเชื่อคำพูดที่ว่า ถ้าวันหนึ่งพ่อเป็นอะไรไปขึ้นมา จะมีคนอย่างสุเทพเป็นล้านๆ มาสานภารกิจขับไล่ตระกูลชินวัตรต่อ เขาว่าการเคลื่อนไหวของมวลมหาประชาชนต่างจากมวลชนเสื้อแดง ซึ่งมีกำลังหลักจากเงินของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ที่ส่วนหนึ่งไปจ้างให้มาชุมนุม เมื่อไม่มีเงินประชาชนก็เลิก แต่ที่นี่ประชาชนเป็นหุ้นส่วนเหมือนกันหมด ถ้าไม่มีสุเทพ ไม่มีแกนนำ มวลชนก็สามารถไปต่อได้ เพราะตอนนี้ทุกคนมีอุดมการณ์เดียวกันหมดแล้วรู้วิธีเดินไปสู่เป้าหมาย

“เงินที่เราใช้จัดการการชุมนุมมันก็เยอะ ทั้งค่าใช้จ่ายเวที ค่าอาหาร ค่าเครื่องเสียง แต่ถ้าเป็นกลุ่มของเขา (พ.ต.ท.ทักษิณ) ถือว่าน้อยมาก เพราะเขามีเงินมากกว่าเรา”

“คนที่ไม่เคยมาก็อยากให้มาดู จะได้เห็นการต่อสู้ของประชาชนที่เขาตั้งใจจะเปลี่ยนแปลงประเทศ ครั้งนี้ก็จะทำให้จบ ถ้าเราออกมาเยอะๆ ผมว่าจบ ก็อยากจะฝากว่า คนที่เคลือบแคลงใจว่าพ่อผมมีวาระซ่อนเร้นอะไรไหม บอกได้เลยในฐานะลูกที่ ใกล้ชิดว่าไม่มีแน่นอน พ่อตั้งใจทำงานนี้ให้จบ แล้วเขาก็เลิก แล้วผมก็ดีใจนะที่เขาตั้งใจอย่างนั้น ไม่รับตำแหน่งรัฐบาลที่จะถึง”

nทุบหม้อข้าว

เสียดายแต่ต้องเสียสละ

จริงหรือไม่ที่ลุงกำนันประกาศบนเวที การต่อสู้ครั้งนี้ทุ่มหมดหน้าตัก ถึงขั้นทุบหม้อข้าว นำทรัพย์สินส่วนตัวมาใช้เป็นทุนสำหรับการชุมนุมจนกว่าจะชนะ แทน ยอมรับ ทุกอย่างเป็นเรื่องจริง ไม่มีโกหก

“มันก็เป็นแบบนั้นจริงๆ ก็...เกือบหมดแล้วครับ ของคุณพ่อไม่เหลืออยู่แล้ว”

“ทรัพย์สินของพ่อที่เป็นส่วนตัว เขาก็ไว้ใช้ส่วนนี้ ก็ยังเหลือแต่ของผม...ก็ไปพอสมควรแล้ว (หัวเราะ) แต่ว่าก็ไม่เป็นไร”

แล้วเสียดายไหม?

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท