
ทางออกที่ตีบตัน
ยังมืดแปดด้านสำหรับการหาเงินของรัฐบาลรักษาการ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เพื่อมาจ่ายให้กับชาวนา
ยังมืดแปดด้านสำหรับการหาเงินของรัฐบาลรักษาการ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เพื่อมาจ่ายให้กับชาวนาในโครงการรับจำนำข้าวในฤดูกาลผลิต 2556/2557 หลังจากคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) มีมติเป็นเอกฉันท์ไม่พิจารณาการกู้เงิน 1.3 แสนล้านบาท ของรัฐบาลรักษาการว่าทำได้หรือไม่
ถึง กกต.จะให้การกู้เงินเป็นอำนาจของรัฐบาล แต่รัฐบาลก็ใจไม่ถึง ต้องทำเรื่องไปถามสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาว่าสามารถที่จะกู้ได้โดยไม่ผิดกฎหมายและคนอนุมัติจะไม่โดนเช็กบิลในภายหลัง
ทางกฤษฎีกาก็ตอบมาแบบเป็นกลางว่ารัฐบาลทำได้ เพราะเป็นโครงการต่อเนื่อง และเป็นโครงการที่รัฐบาลทำมาก่อนที่นายกรัฐมนตรีจะประกาศยุบสภา
ตามหลักการแล้ว เงินที่จะนำมาใช้จ่ายในโครงการรับจำนำข้าวจะมาจาก 2 ส่วนสำคัญ คือ เงินจากการกู้ และเงินจากการระบายข้าว ในส่วนของเงินกู้มีมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) ให้ใช้เงินไม่เกิน 5 แสนล้านบาท ซึ่งเป็นเงินที่กระทรวงการคลังค้ำประกันเงินกู้ให้ ธ.ก.ส. 4.1 แสนล้านบาท และเงินสภาพคล่องจาก ธ.ก.ส. อีก 9 หมื่นล้านบาท ซึ่งได้มีการใช้เงินเต็มวงเงินไปแล้ว ทำให้ไม่สามารถกู้เงินเพิ่มมาจ่ายชาวนาได้อีกต่อไป
ส่วนเงินที่รัฐบาลจะต้องนำมาจากการระบายข้าวนั้นมีน้อยมากและขาดทุนมหาศาล แต่ก็ไม่มีใครเห็นตัวเลขการระบายข้าวและการขาดทุนที่แท้จริง เพราะกระทรวงพาณิชย์เก็บเรื่องนี้ไว้เป็นความลับ และไม่เคยยอมรับว่าได้ขาดทุนจากโครงการนี้ไปแล้วกว่า 2 แสนล้านบาท
อีกทั้งการวินิจฉัยของสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ก็ได้มีมติให้แจ้งข้อกล่าวหากับอดีตรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องกับโครงการนี้ 2 คน คือ นายบุญทรง เตริยาภิรมย์ และนายภูมิ สาระผล สำหรับตัวนายกฯ ในฐานะประธานคณะกรรมการนโยบาย ข้าวก็โดนตั้งคณะอนุกรรมการขึ้นมาสอบว่าเกี่ยวพันกับการทุจริตหรือไม่
การผ่าทางตันหาเงินกู้มาจ่ายคืนให้กับชาวนาในขณะที่เป็นรัฐบาลรักษาการและอยู่ในช่วงการชุมนุมขับไล่ของ กปปส.นั้น เป็นเรื่องยากที่สุดของรัฐบาล และขณะนี้ก็โดนกดดันจากชาวนาที่นำข้าวไปจำนำแล้วแต่ไม่ได้รับเงินออกมาประท้วงปิดถนน
สิ่งที่เกิดขึ้นวันนี้ เป็นสิ่งที่ถูกเตือนทั้งจาก ป.ป.ช. และเอกชนที่เห็นว่ากระบวนการจำนำข้าวของรัฐบาลนั้นรั่วไหลได้แทบทุกจุด แต่รัฐบาลก็ไม่เคยฟัง อีกทั้งการรับจำนำข้าวในราคาสูงกว่าตลาดมากจนเกินไป ก็สร้างปัญหาทำลายตลาดข้าวต่างประเทศของไทยเอง
นี่เป็นสิ่งที่รัฐบาลปฏิเสธความรับผิดชอบไม่ได้ และเป็นเรื่องที่ทำตัวเอง โดน กปปส.ขับไล่ ยังไม่น่าช้ำใจเท่าโดนชาวนาขับไล่และขู่จะไม่ไปเลือกตั้งหากไม่ได้รับเงินก่อนวันเลือกตั้ง การผ่าทางตันของรัฐบาลมีทางเดียว คือกู้เงินมาให้ชาวนา แต่จะกู้จากที่ไหน ดูไปแล้วก็ยังหาทาง ออกไม่ได้ ซึ่งคงต้องอาศัยสติปัญญาที่สูงส่งของรัฐบาลรักษาการว่าจะแก้ไขปัญหาได้ทันเวลาหรือไม่







