
มวลมหาประชาชนท่องเที่ยว..ยอมเจ็บเพื่อวันข้างหน้า
จากใจมวลมหาประชาชนท่องเที่ยวไทย..ยอมเจ็บได้เพื่อวันข้างหน้า
จากใจมวลมหาประชาชนท่องเที่ยวไทย..ยอมเจ็บได้เพื่อวันข้างหน้า
โดย...จารุพันธ์ จิระรัชนิรมย์
ภาคท่องเที่ยวเป็นภาคแรกๆ ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการเมืองวุ่นวาย รวมถึงการปิดกรุงเทพฯ แต่ผู้ประกอบการท่องเที่ยว รวมทั้งบรรดาพนักงานในอุตสาหกรรม และเจ้าหน้าที่หน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง กลับรวมตัวกันมาไม่ต่ำกว่า 100 คน ที่เวทีสวนลุมพินี เพื่อแสดงความคิดเห็นในฐานะมวลมหาประชาชน ท่องเที่ยวไทย ลองมาฟังเสียงของแต่ละคนกันว่า เหตุใดเขาจึงออกมา
เริ่มที่โต้โผ เจริญ วังอนานนท์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท กังวาลฮอลิเดย์ เปิดใจว่า ถ้าไม่จำเป็นภาคท่องเที่ยวคงจะไม่ออกมา เพราะการท่องเที่ยวเป็นธุรกิจที่ต้องการความสงบของบ้านเมือง แต่นักการเมืองดันทุรังกันจนบ้านเมืองเสียหายหมด ทำให้รู้สึกว่าพอกันที ต้องออกมาแล้ว ซึ่งในช่วงที่ปิดกรุงเทพฯ นั้น ภาคท่องเที่ยวก็ยังพอไปได้บ้าง แต่รัฐบาลก็พยายามทำให้บ้านเมืองเสียหายโดยเฉพาะที่รัฐบาล ออก พ.ร.ก.ฉุกเฉิน มา โดยไม่รู้ว่าใช้เหตุผลอะไร ทำให้บรรยากาศการท่องเที่ยวเสียหายมาก เหมือนเอาความเสียหายเป็นเครื่องต่อรอง
ทางด้าน หฤทัย บุญวงศ์โสภณ กรรมการผู้จัดการ บริษัท สีสันทัวร์ กล่าวว่า เราเป็นคนไทย เป็นนักธุรกิจที่อยากเห็นความถูกต้องใสสะอาด คิดว่าต้องปฏิรูปประเทศ จังหวะนี้เป็นจังหวะที่ดีที่จะทำ ปรับปรุงทุกอย่างให้ถูกต้อง ในส่วนของภาคท่องเที่ยว ก่อนหน้านี้แม้มีปิดกรุงเทพฯ ก็ยังไม่ได้รับผลกระทบรุนแรง ต่างชาติที่เดินทางมายังมองสิ่งที่เกิดในไทยเป็นเรื่องแปลก แต่มากระทบหนักๆ เมื่อรัฐบาลประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน นั่นเอง
ประวิทย์ ทองวนิชนพคุณ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ชลบุรีเวชสวรรค์ธุรกิจ กล่าวว่า ปิดกรุงเทพฯ เป็นสิ่งที่กระทบการท่องเที่ยวบ้างก็จริง แต่เรายอมเจ็บได้ เพราะประเทศควรได้รับการพัฒนา ถ้าไม่ยอมเจ็บ ประเทศก็คงต้องด้อยพัฒนาต่อไป
"ส่วนตัวไม่ได้ชื่นชอบกำนันสุเทพ มาก่อนหน้านี้ แต่หลังจากที่กำนันสุเทพมาเป็นผู้นำเวที กปปส. กล้าลุกขึ้นมาพูด มาทำ ก็เห็นด้วย เพราะมองว่าถ้าแก้ปัญหาบ้านเมืองเรื่องนี้ผ่านไปไม่ได้ ก็แก้ปัญหาอื่นไม่ได้ เช่นภาคท่องเที่ยวที่มีปัญหาเรื้อรังเกี่ยวกับการทุจริตคอรัปชั่นใต้ดินรูปแบบต่างๆ มากๆ อย่าง มาฟียท่องเที่ยวบางพื้นที่ เป็นต้น" ประวิทย์ กล่าว
เอิร์ธ สายสว่าง นายกประชาสัมพันธ์โรงแรมแห่งประเทศไทย กล่าวว่า ช่วงที่ปิดกรุงเทพฯ ท่องเที่ยวก็ยังพอไปได้บ้าง เพราะไม่ได้ปิดแบบเต็มตัว ยังเปิดให้รถผ่านเข้าออกได้บางช่วงเวลา แต่หลังรัฐออก พ.ร.ก.ฉุกเฉิน มา ทำให้กระทบหนักมาก และการที่ออกมาแสดงความคิดเห็นครั้งนี้ก็เพราะภาคโรงแรมทนไม่ไหวแล้วกับสิ่งที่รัฐทำ
สำหรับหนทางอื่นที่โรงแรมประคองตัวให้รอช่วงนี้ คือ บางโรงแรมยกเลิกโปรแกรมห้องอาหารบุฟเฟ่ต์ชั่วคราว เหลือแค่อาหารตามสั่งให้บริการ รวมทั้งทำโปรโมชั่นกันอย่างหนัก เช่น มา 2 จ่าย 1 และขยายบริการทำอาหารส่งถึงบ้านทันที
ขณะเดียวกันก็ช่วยกันประหยัดน้ำ ประหยัดไฟ และพยายามรวมตัวกันระหว่างโรงแรมช่วยเหลือกันมากที่สุด และไปรวมตัวภาคอื่น เช่น ไปออกบูธ จำหน่ายอาหารตามห้างสรรพสินค้า เป็นต้น
นี่ยังเป็นเพียงเศษเสี้ยวความคิดเห็นเล็กน้อยของภาคท่องเที่ยวเท่านั้น พวกเขาเหล่านี้ยอมเจ็บยอมเสียหายได้บ้างเพื่อประเทศชาติ เพราะเชื่อว่าเจ็บวันนี้อาจจะดีวันหน้า หากภารกิจครั้งนี้สำเร็จจริงดังฝัน







