ปลากะพงตายยกกระชังเสียหายกว่า 10 ล้าน
ชาวบ้านจังหวัดชุมพรเดือดร้อนหนัก ปลากะพงที่เลี้ยงไว้ตายยกกระชัง คาดเสียหายกว่า 10 ล้าน น้ำหนักรวมราว 80 ตัน
ชาวบ้านจังหวัดชุมพรเดือดร้อนหนัก ปลากะพงที่เลี้ยงไว้ตายยกกระชัง คาดเสียหายกว่า 10 ล้าน น้ำหนักรวมราว 80 ตัน
นางบุญเตือน บุญยืน ประธานกลุ่มผู้เลี้ยงปลาในกระชังคลองท่าตะเภา-บางหมาก ต.ท่ายาง อ.เมือง จ.ชุมพร ได้แจ้งกับ นางสาว เอี่ยม มากอำไพ นายกเทศมนตรีตำบลท่ายาง อ.เมือง จ.ชุมพร ว่า ปลากะพงขาว ที่กลุ่มเลี้ยงในกระชัง ลอยหัวและตายจำนวนมาก
หลังได้รับแจ้งนางสาวเอี่ยม มากอำไพ นายกเทศมนตรี พร้อมกับคณะบริหารเทศบาล จึงเดินทางไปตรวจสอบ พบว่าชาวบ้านกำลังขนปลาขึ้นจากคลอง เพื่อแช่น้ำแข็งกองไว้ ตลอดแนวคลอง แต่เนื่องจากปัญหาที่เกิดขึ้นผู้เลี้ยงปลาได้รับความเดือนร้อนมาก ปลาตายหลาย 10 ตัน ความเสียหายนับ 10 ล้านบาท จึงได้รายงานผ่านทางอำเภอเมืองชุมพร และจังหวัดเพื่อรับทราบ
ต่อมา นายการัณย์ ศุภกิจวิเลขการ ผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพร พร้อมด้วย เจ้าหน้าที่ประมง,เจ้าหน้าชลประทาน ได้เดินทาง ไปตรวจสอบข้อเท็จจริง พร้อมกับได้ มอบหมายให้ นาย ชนการ ทิพย์ประเสริฐสุข ปลัดอำเภอเมืองชุมพร ประสานกับ พ่อค้าแม่ค้า มารับซื้อปลาเพื่อเร่งระบายปลาออกสู่ตลาด นอกจากนี้ยังได้ ประสานงานกับ บริษัทสามารถโฟรเซ่นฟู๊ดส์ ซึ่งเป็นบริษัทแช่แข็งสัตว์น้ำ มารับปลาเข้าเก็บยังโรงงาน เพื่อบรรเทาปัญหา ปลาราคาตก
นาย เดชา ก่อนยืนยง ผู้เลี้ยงปลากะพงขาวในกระชัง ม.4 ต.ท่าง อ.เมือง จ.ชุมพร หนึ่งในผู้ที่ได้รับความเสียหาย เปิดเผยว่า ปลาเริ่มมีอาการ ลอยหัว และตาย ตั้งแต่เวลาประมาณ 06.00 น. วันที่ 9 พ.ค.53 ปลาตายเร็วมาก ส่วนสาเหตุน่าจะมาจาก การเปิดประตูน้ำ คลองท่าตะเภาของสำนักงานชลประทานชุมพร เพื่อไล่น้ำเสียจากเขตเทศบาลเมือง เมื่อ น้ำเสียไหลตามคลองท่าตะเภาก่อนลงทะเล เกิดน้ำทะเลหนุน เข้าคลองที่มีการเลี้ยงปลา ทำให้ปลาตายดังกล่าว
“ปลาที่ตายมีขนาด 2 กิโลกรัมขึ้นไป ซึ่งเป็นปลาขนาดใหญ่ ถ้าจำหน่ายจะมีราคา 130-150 บาทต่อกิโลกรัม โดยต้องใช้เวลาเลี้ยงมาประมาณ 11-12 เดือน หากไม่ได้รับการช่วยเหลือ ผู้เลี้ยงหลายคนคงหมดตัว”
นางบุญเตือน บุญยืน ประธานกลุ่มผู้เลี้ยงปลาในกระชังคลองท่าตะเภา-บางหมาก กล่าวว่า ปัจจุบัน กลุ่มผู้เลี้ยงปลา คลองท่านางสังข์ และคลองท่าตะเภา มีประมาณ 200 ราย และประมาณ 100 รายได้รับความเดือนร้อนจากปลาตายในครั้งนี้ ซึ่งจากการประเมินขั้นต้นน่าจะไม่น้อยกว่า 80 ตัน หรือมีมูลค่ากว่า 10 ล้านบาท เพราะปลาที่ตายเป็นปลาขนาดใหญ่ ตัวละ 2 กิโลกรัมขึ้นไป
นาย ธนดล จันทขวัญ หัวหน้าพัฒนาและส่งเสริมอาชีพประมง สำนักงานประมงจังหวัดชุมพร กล่าวว่า สาเหตุที่ปลาตายมาจาก การขาด ออกซิเจนในน้ำ ที่ผ่านมา สนง.ประมง ได้เตือนผู้เลี้ยงปลากะพงในคลองท่านางสังข์มาตลอด เนื่องจากมีการเลี้ยงปลาในกระชังที่หนาแน่น ซึ่งตามปกติ การเลี้ยงปลาในกระชังจะต้องมีความหนาแน่นไม่เกิน 30 เปอร์เซ็นต์ของพื้นที่ แต่เนื่องจาก คลองท่านางสังข์ เป็นคลองที่มีความเหมาะในการเลี้ยงปลา และได้ผลดี ทำให้มีผู้เลี้ยงเพิ่มขึ้น ปัจจุบันมีประมาณกว่า 200 รายหรือ ประมาณ 50-60 เปอร์เซ็นต์ของพื้นที่ซึ่งหนาแน่นมาก ซึ่งเสี่ยงที่น้ำจะขาดออกซิเจนและทำให้ปลาตายได้ ส่วนปลาที่ตาย สามารถนำไปบริโภคได้ตามปกติ และจะมีรสชาติ ดีเช่นเดียวกับปลาที่จับตามปกติ ส่วนแนวทางแก้ไข ผู้เลี้ยงต้องเพิ่มเครื่องให้ออกซิเจนในน้ำให้มากขึ้น เพื่อป้องกันการขาดออกซิเจน
นาย ชนการ ทิพย์ประเสริฐสุข ปลัดอำเภอเมืองชุมพร เปิดเผยว่า ขณะนี้ได้รับแจ้งว่ามีปลาตายแล้วประมาณ 100 ราย ซึ่งเป็นผู้เลี้ยง ในเขต ต.บางหมาก และ ต.ท่ายาง โดยเฉพาะ ม.4 ต.ท่ายาง เป็นปลาขนาดใหญ่ ได้รับความเสียหายมาก ส่วนการช่วยเหลือ ทางอำเภอได้ประสานงานกับ พ่อค้าแม่ค้า และบริษัทแช่แข็งสัตว์น้ำมารับซื้อในราคาเป็นธรรมเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของเกษตรกร ส่วนสาเหตุที่อาจจะมาจากการเปิดประตูน้ำของชลประทานนั้น ขณะนี้ได้ประสานงานให้ปิดประตูน้ำแล้ว


