
เจาะลึกในปรัชญาแห่งการพัฒนาเศรษฐกิจ
ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ประเทศเพื่อนบ้านของไทยต่างได้มีการเร่งรัดพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม เพราะต้องการยกระดับมาตรฐานการครองชีพ (Standard of Living) และความเป็นอยู่ของประชาชน (Well being) ให้ดีขึ้น
ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ประเทศเพื่อนบ้านของไทยต่างได้มีการเร่งรัดพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม เพราะต้องการยกระดับมาตรฐานการครองชีพ (Standard of Living) และความเป็นอยู่ของประชาชน (Well being) ให้ดีขึ้น
ทั้งนี้ การพัฒนาเศรษฐกิจมักจะมีจุดหมายเพื่อเพิ่มระดับรายได้ประชาชาติต่อหัวให้สูงขึ้น ซึ่งความหมายของการพัฒนาเศรษฐกิจ หมายถึง กระบวนการที่ก่อให้เกิดความเจริญทางเศรษฐกิจโดยสม่ำเสมอและต่อเนื่องเป็นระยะเวลายาวนานพอที่จะทำให้เกิดการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงสภาพทางสังคมและยกระดับการดำรงชีพของประเทศให้สูงขึ้น เกิดการเพิ่มขึ้นของรายได้ที่แท้จริงต่อบุคคล (per capita real income) ตลอดระยะเวลายาวนาน เพื่อให้มาตรฐานความเป็นอยู่ของประชาชนส่วนใหญ่ดีขึ้นกว่าเดิม การกระจายรายได้เป็นไปอย่างเสมอภาค ประชาชนส่วนใหญ่ได้รับประโยชน์จากรายได้ที่เพิ่มขึ้นอย่างเท่าเทียมกัน
ดังนั้น การพัฒนาเศรษฐกิจเป็นการวิเคราะห์ในระยะยาวที่มุ่งทำให้อุปทานรวม (Aggregate Supply) สูงขึ้น เพิ่มประสิทธิภาพการผลิตเพื่อให้ผลผลิตของระบบเศรษฐกิจเพิ่มขึ้น มีการใช้ทรัพยากรหรือการจ้างงานภายในประเทศเพิ่มขึ้น โดยที่จุดมุ่งหมายของการพัฒนาเศรษฐกิจสามารถสรุปได้ดังนี้
(1) เพื่อให้รายได้ประชาชาติของประเทศเพิ่มขึ้น โดยใช้มาตรการและนโยบายต่างๆ ส่งเสริมการออม การลงทุน การผลิต ซึ่งจะทำให้สภาพความเป็นอยู่และฐานะทางเศรษฐกิจของประชาชนในประเทศดีขึ้น
(2) เพื่อให้การจ้างงานอยู่ในระดับสูง การว่างงานจะเกิดผลกระทบต่อเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ ดังนั้น รัฐบาลต้องหาวิธีการส่งเสริมการลงทุนในประเทศเพื่อให้เกิดการจ้างงาน ประชาชนในประเทศมีงานทำ กระตุ้นการบริโภคและการลงทุนภายในประเทศ
(3) สร้างและรักษาเสถียรภาพระดับราคาสินค้าในประเทศ หมายถึง การควบคุมภาวะเงินเฟ้อภายในประเทศให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม เนื่องจากประชากรที่เพิ่มขึ้นส่งผลให้ระบบเศรษฐกิจของประเทศขยายตัว ปริมาณเงินหมุนเวียนเพิ่มขึ้น โอกาสที่จะเกิดเงินเฟ้อภายในประเทศสูง รัฐบาลจึงต้องหาวิธีควบคุมภาวะเงินเฟ้อโดยใช้นโยบายการเงินและการคลัง
(4) กระจายรายได้อย่างทั่วถึงและเป็นธรรม เมื่อการพัฒนาเศรษฐกิจเจริญเติบโตเต็มที่ แต่ผลของการพัฒนาไม่กระจายสู่คนหมู่มาก ถือว่าเป็นการพัฒนาเศรษฐกิจที่ไม่สมบูรณ์ ต้องมีการกระจายรายได้ กระจายความมั่งคั่งสู่ประชาชนภายในประเทศให้เท่าเทียมกันเพื่อให้ช่องว่างของรายได้น้อยลง
สำหรับแนวทางการพัฒนาเศรษฐกิจไทย รัฐบาลจึงควรดำเนินนโยบายเพื่อบรรลุในเป้าหมาย 4 ด้านดังกล่าว ดังนั้น ผมมองว่านโยบายรัฐในอนาคตจำเป็นต้องเน้นสร้างปัจจัยที่จะส่งผลให้การขยายตัวของเศรษฐกิจไทยในระยะยาว โดยเฉพาะการเน้นการส่งออกของประเทศในภูมิภาคให้เพิ่มขึ้น
การเพิ่มลงทุนภายในประเทศทั้งจากภาครัฐและเอกชนเพื่อให้คนไทยสามารถมีศักยภาพสูงขึ้น และการพัฒนาศักยภาพการท่องเที่ยวของไทยซึ่งทำรายได้จำนวนมากในรูปของเงินตราต่างประเทศ และถือเป็นรายได้ที่กระจายตัวอยู่ทั่วประเทศ อย่างไรก็ตาม ตั้งแต่ประเทศไทยใช้แผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 1 จนถึงปัจจุบัน โครงสร้างและระบบเศรษฐกิจของประเทศเปลี่ยนแปลงเป็นอย่างมาก ซึ่งปัจจุบันเรามีปัญหาของการกระจายรายได้ จากโครงสร้างการผลิตได้เปลี่ยนจากภาคเกษตรกรรมเป็นภาคอุตสาหกรรม ผลิตเพื่อการส่งออก การเปิดการค้าเสรีและการลงทุน ส่งผลให้เศรษฐกิจโดยรวมของประเทศขยายตัวอย่างรวดเร็วแต่การขยายตัวไม่สม่ำเสมอ อุตสาหกรรมกระจุกตัวเฉพาะในเมืองใหญ่ๆ เกิดความเหลื่อมล้ำของการกระจายรายได้
นอกจากนี้ เรายังมีปัญหาการใช้ทรัพยากรธรรมชาติ ซึ่งการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจทั้งในภาคเกษตรและอุตสาหกรรมจำเป็นต้องใช้ปัจจัยการผลิตจำนวนมาก รวมทั้งทรัพยากรธรรมชาติที่มีจำกัด ทำให้เกิดการบุกรุกที่ดิน ป่าไม้ แหล่งน้ำ เป็นต้น ผลที่ตามมาคือ ทรัพยากรธรรมชาติเสื่อมโทรมหรือหมดไปอย่างรวดเร็ว
สุดท้ายคือ ปัญหาการแข่งขันและขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศไทย การเปิดเสรีทางการค้าและการลงทุนทำให้การแข่งขันระหว่างประเทศรุนแรงขึ้น ปัจจัยที่ทำให้ประเทศแข่งขันกับต่างประเทศได้นอกจากต้นทุนการผลิตแล้วยังมีนโยบายและเสถียรภาพทางเศรษฐกิจ การเมือง และสังคม
ในอดีตประเทศไทยเคยมีต้นทุนการผลิตโดยเปรียบเทียบต่ำกว่าประเทศอื่น แต่ในปัจจุบันความสามารถในการแข่งขันของประเทศลดลงเนื่องจากต้นทุนด้านแรงงานเพิ่มขึ้น ส่งผลให้ประเทศไทยต้องเร่งพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้มีคุณภาพสูงขึ้น มีมาตรฐานสากล รวมทั้งสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผลิตภัณฑ์ที่ผลิตภายในประเทศ ผมได้แต่หวังว่าเราจะสามารถมีนโยบายเศรษฐกิจที่สามารถนำพาประเทศสู่การพัฒนาที่ยั่งยืนในอนาคตนะครับ







