
ตร.ท่องเที่ยวขาดแคลน ดูแลพื้นที่ไม่ทั่วถึง
นับว่าช่วงนี้อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวซบเซาไปมาก ถึงแม้จะอยู่ในช่วงไฮซีซั่นก็ตาม เนื่องจากสถานการณ์ทางความวุ่นวายการเมือง แต่อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวก็เป็นสิ่งที่ละเลยไม่ได้ เพราะยังคงเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมหลักที่ดึงดูดรายได้เข้าประเทศอย่างมหาศาล
นับว่าช่วงนี้อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวซบเซาไปมาก ถึงแม้จะอยู่ในช่วงไฮซีซั่นก็ตาม เนื่องจากสถานการณ์ทางความวุ่นวายการเมือง แต่อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวก็เป็นสิ่งที่ละเลยไม่ได้ เพราะยังคงเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมหลักที่ดึงดูดรายได้เข้าประเทศอย่างมหาศาล
ล่าสุด เว็บไซต์อีเทอร์โบนิวส์ เว็บไซต์ข่าวด้านการท่องเที่ยวได้เสนอให้ประเทศไทยเพิ่มกำลังตำรวจท่องเที่ยวจากเดิม 700 เป็น 2,000 คน เนื่องจากมีนักท่องเที่ยวเพิ่มทุกปีและมีการขยายสถานที่ท่องเที่ยวใหม่ๆ ทำให้เจ้าหน้าที่ไม่สามารถดูแลได้อย่างทั่วถึง
ทางอีเทอร์โบนิวส์ ระบุต่อไปว่า มีความจำเป็นต้องเพิ่มสถานีตำรวจท่องเที่ยวให้ถึง 70 สถานีเช่นกัน เพื่อกระจายการดูแลของตำรวจท่องเที่ยวให้ครอบคลุมแหล่งท่องเที่ยวใหม่ๆ ที่เพิ่งประชาสัมพันธ์ไปเมื่อปีที่ผ่านมา
ในปัจจุบันแต่ละสถานีตำรวจท่องเที่ยว มีเจ้าหน้าที่ประจำอยู่โดยเฉลี่ยเพียง 810 คนเท่านั้น ซึ่งนอกจากดูแลพื้นที่ของตนเองแล้ว เจ้าหน้าที่ต้องดูแลพื้นข้างเคียงด้วย เช่น ตำรวจท่องเที่ยวประจำสถานีพิษณุโลกต้องดูแลพื้นที่ของ จ.สุโขทัย ด้วยเช่นกัน
ยิ่งไปกว่านั้นในพื้นที่แหล่งท่องเที่ยวยอดนิยม อาทิ พัทยาและภูเก็ต ตำรวจท่องเที่ยวเผชิญกับงานหนักกว่าปกติ เพื่อดูแลสวัสดิภาพของนักท่องเที่ยว
เว็บไซต์ข่าวได้รายงานอ้างความคิดเห็นของ พล.ต.ต.อภิชัย ธิอามาตย์ ผบ.กองบังคับการตำรวจท่องเที่ยว ระบุว่า จำเป็นต้องรับสมัครตำรวจท่องเที่ยวเพิ่มอีก 2,000 ตำแหน่ง เพื่อให้สอดคล้องกับการท่องเที่ยวที่กำลังเติบโต
“เป็นเรื่องสำคัญที่รัฐบาลต้องตระหนักถึงความจำเป็นในการเพิ่มตำแหน่งดังกล่าว หากต้องการให้อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวเป็นตัวขับเคลื่อนเศรษฐกิจต่อไป” พล.ต.ต.อภิชัย กล่าว
ตามการคาดการณ์ของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ระบุว่า จะมีนักท่องเที่ยวเข้ามาเที่ยวในประเทศไทยถึง 28 ล้านคน ตลอดปี 2014 นี้ ทั้งนี้ อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของประเทศไทยนับเป็นอุตสาหกรรมที่ทำรายได้เข้าสู่ประเทศไทยกว่า 1.3 ล้านล้านบาท คิดเป็นมากกว่า 10% ของรายได้ทั้งประเทศ
อย่างไรก็ตาม ยิ่งนักท่องเที่ยวมากเท่ากับว่าเรื่องร้องเรียนจากนักท่องเที่ยวจะมากตามไปด้วย
ทั้งนี้ อีเทอร์โบนิวส์ได้ให้ข้อมูลว่า ตำรวจท่องเที่ยวมักได้รับเรื่องร้องเรียนจากนักท่องเที่ยวชาวจีนมากที่สุด ตามมาด้วยนักท่องเที่ยวจากยุโรปและรัสเซียตามลำดับ โดยเรื่องที่ได้รับร้องเรียนส่วนใหญ่มักเป็นเรื่องหนังสือเดินทางหายและหลงทาง นอกจากนี้มักเป็นกรณีแท็กซี่ปฏิเสธผู้โดยสารและการไม่ใช้มิเตอร์ในการคิดค่าโดยสาร
เว็บไซต์ข่าวท่องเที่ยวยังทิ้งท้ายไว้ว่า ประเทศไทยยังขาดแคลนตำรวจท่องเที่ยวที่สามารถสื่อสารภาษาที่ 3 อาทิ ภาษาจีน รัสเซีย และฝรั่งเศส เช่นกัน โดยพบว่ามีตำรวจท่องเที่ยวจำนวนน้อยเท่านั้นที่สามารถสื่อสารภาษาดังกล่าวได้ ประเทศไทยจำเป็นต้องมีตำรวจท่องเที่ยวที่สามารถสื่อสารได้หลายภาษาหากต้องการดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก







