posttoday
อียิปต์จะเลือกตั้ง

อียิปต์จะเลือกตั้ง

23 มกราคม 2557

รัฐธรรมนูญฉบับแก้ไขของอียิปต์เพิ่งผ่านประชามติเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว หลังจากนี้อียิปต์ก็จะเดินหน้าเข้าสู่โหมดเลือกตั้งอย่างรวดเร็ว โดยคาดว่าจะมีการเลือกตั้งประธานาธิบดีภายในเดือน มี.ค.นี้ และจะมีการเลือกตั้งสภานิติบัญญัติภายในเดือน มิ.ย.

รัฐธรรมนูญฉบับแก้ไขของอียิปต์เพิ่งผ่านประชามติเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว หลังจากนี้อียิปต์ก็จะเดินหน้าเข้าสู่โหมดเลือกตั้งอย่างรวดเร็ว โดยคาดว่าจะมีการเลือกตั้งประธานาธิบดีภายในเดือน มี.ค.นี้ และจะมีการเลือกตั้งสภานิติบัญญัติภายในเดือน มิ.ย.

ฟังผิวเผินน่าจะเป็นทางออกที่ดีสำหรับปัญหาความขัดแย้งทางการเมืองภายในประเทศ นับตั้งแต่ประธานาธิบดี โมฮัมเหม็ด มอร์ซี ถูกปฏิวัติเมื่อ 6 เดือนก่อน และเกิดการชุมนุมประท้วงโดยกลุ่มมุสลิมภราดรภาพ ซึ่งสนับสนุน มอร์ซี มาอย่างต่อเนื่อง

แต่การเลือกตั้งก็อาจจะไม่ใช่ทางออกที่ดีที่สุดเสมอไป เหมือนที่รัฐบาลรักษาการของเรากำลังดันทุรังจะให้มีการเลือกตั้งให้ได้ในวันที่ 2 ก.พ.นี้ ทั้งๆ ที่ก็รู้ว่าจะไม่ช่วยให้บ้านเมืองเกิดความสงบสุข

ก่อนอื่นต้องบอกว่า ปัญหาที่เกิดขึ้นในอียิปต์มีส่วนที่คล้ายกับเรา และเราน่าจะเรียนรู้จากประสบการณ์ของเขาได้ เพราะปัญหาของเขานำหน้าเราไปประมาณครึ่งปี

เริ่มต้นด้วยรัฐบาลมอร์ซีก่อนถูกโค่นอำนาจได้บริหารเศรษฐกิจผิดพลาดร้ายแรง คอร์รัปชั่นเริ่มแพร่หลาย ตลอดจนพยายามรวบอำนาจด้วยการแก้กฎหมายโดยไม่คำนึงถึงหลักนิติรัฐ ไม่ต่างจากพฤติกรรมของรัฐบาลในบ้านเรา ในที่สุดประชาชนจำนวนมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งชนชั้นกลางและกลุ่มคนมีความรู้ในกรุงไคโรและตามหัวเมืองใหญ่ก็หมดความอดกลั้น ออกมาชุมนุมต่อต้านอย่างกว้างขวาง แต่มอร์ซีก็ไม่แยแส อ้างแต่ความชอบธรรมที่มาจากการเลือกตั้ง

ในช่วงต้นเดือน ก.ค. 2013 เมื่อทหารปฏิวัติ กองทัพได้กลายเป็นขวัญใจประชาชน และตัวผู้นำเหล่าทัพได้กลายเป็นผู้ที่ได้รับความนิยสูงสุดในโพลสำรวจทุกโพลมาจนถึงทุกวันนี้

รัฐบาลมอร์ซีมีความแตกต่างที่สำคัญจากรัฐบาลของเรา คือ ไม่กินเส้นกับสหรัฐ ทำให้ไม่ได้รับการสนับสนุนจากสังคมนานาชาติ ในขณะที่ของเราเป็นนกรู้และเจนเวทีมากกว่า ทันทีที่ได้ครองอำนาจรัฐก็รีบไปเสนอผลประโยชน์ให้สหรัฐ ทำให้ได้รับความเห็นอกเห็นใจมากกว่า

หลังจากรัฐบาลมอร์ซีถูกโค่นอำนาจ มอร์ซีถูกควบคุมตัวและถูกส่งขึ้นศาลเพื่อดำเนินคดี กลุ่มมุสลิมภราดรภาพ ซึ่งเป็นฐานเสียงของมอร์ซี แม้ความนิยมในหมู่ประชาชนจะลดลงไปมาก แต่ก็ออกมาชุมนุมประท้วงอย่างต่อเนื่อง โดยอ้างว่าจะมาทวงความชอบธรรมให้มอร์ซีซึ่งมาจากการเลือกตั้ง

เกิดการปะทะระหว่างกลุ่มผู้ชุมนุมกับกองกำลังรักษาความสงบบ่อยครั้ง จนปัจจุบันมีผู้เสียชีวิตแล้วกว่า 1,000 คน และบาดเจ็บอีกหลายพันคน

แม้จะมีรัฐธรรมนูญใหม่แล้ว และจะเลือกตั้งกันในไม่ช้า แต่โอกาสที่อียิปต์จะเกิดความสงบสุขอีกครั้งหนึ่งคงเป็นไปได้ยาก

เหตุผล ก็คือ แม้ว่าประชาชนส่วนใหญ่จะแซ่ซ้องการโค่นล้มรัฐบาลที่ฉ้อฉล แต่หลังจากกลุ่มมุสลิมภราดรภาพออกมาชุมนุมต่อต้าน รัฐบาลรักษาการและกองทัพอียิปต์ก็ใช้ความรุนแรงในการปราบปราม แม้ว่าจะพยายามปฏิเสธว่าไม่ได้ทำ หรือเป็นเพียงการป้องกันตัวเท่านั้น แต่กลุ่มผู้สังเกตการณ์นานาชาติก็ได้หลักฐานว่ามีการใช้กระสุนจริงและมีการยิงทิ้งแบบประหารนักโทษ ซึ่งด้านหนึ่งอาจได้ผลบ้างในการทำให้เกิดความกลัว แต่อีกด้านหนึ่งก็ทำให้เกิดความเคียดแค้นและกลับเป็นการเรียกแขกมากขึ้น

ส่วนการแก้ไขรัฐธรรมนูญ มีการเพิ่มบทบัญญัติห้ามไม่ให้มีพรรคการเมืองเฉพาะศาสนา เชื้อชาติ เพศ หรือพื้นที่ทางภูมิศาสตร์ ซึ่งมีผลทำให้พรรคการเมืองของกลุ่มมุสลิมภราดรภาพกลายเป็นพรรคนอกกฎหมายในทันที และหมดสิทธิลงสมัครรับเลือกตั้ง ทำให้กลุ่มมุสลิมภราดรภาพประกาศบอยคอตการลงประชามติ

นอกจากนี้ ในช่วงรณรงค์ให้ประชาชนไปลงประชามติ รัฐบาลรักษาการและกองทัพไม่รีรอที่จะจัดการกับบุคคลหรือองค์กรที่แสดงตัวคัดค้านร่างรัฐธรรมนูญฉบับแก้ไข

ผลของการลงประชามติ ร่างรัฐธรรมนูญฉบับแก้ไขผ่านด้วยคะแนนเสียงท่วมท้นถึง 98.1% ของผู้มาใช้สิทธิ 38.6%

มีคนตั้งข้อสังเกตว่า ชัยชนะแบบนี้ยิ่งเป็นการแสดงความไม่เป็นประชาธิปไตย เพราะผิดธรรมชาติอย่างเห็นได้ชัด

ส่วนตัวผมรู้สึกเสียดายแทนภาพลักษณ์ที่ออกมาไม่ดี เพราะการที่มีคนออกมาลงมติรับร่างมากขนาดนี้เป็นเครื่องบ่งชี้ว่า หากใจกว้างปล่อยให้กระบวนการลงประชามติเป็นไปอย่างเสรี ร่างรัฐธรรมนูญก็คงจะผ่านอย่างง่ายดาย

ผมยังอยากจะเชื่อต่อไปว่า ถึงพรรคการเมืองของกลุ่มมุสลิมภราดรภาพจะไม่ถูกตัดสิทธิลงสมัครรับเลือกตั้ง ก็คงไม่สามารถเอาชนะและกลับมาเป็นรัฐบาลได้ เพราะได้สูญเสียคะแนนนิยมไปมากแล้ว แต่จะมีผลพลอยได้ที่ความชอบธรรมในการออกมาชุมนุมประท้วงจะมีน้อยลง

อย่างไรก็ตาม แม้ว่ารัฐบาลรักษาการและกองทัพอียิปต์จะเล่นเกมแรงกับกลุ่มมุสลิมภราดรภาพจนเราไม่ควรเอามาเป็นแบบอย่าง แต่ก็มีอีกบางเรื่องที่เขาทำได้ดีจนเราน่าจะจำไว้ใช้

เช่น เมื่อเกิดการปฏิวัติ แทนที่เขาจะฉีกรัฐธรรมนูญฉบับเดิมแล้วร่างใหม่ เขากลับเพียงระงับการใช้ชั่วคราวเพื่อทำการแก้ไขเฉพาะบางมาตรา และกำหนดกรอบเวลาที่ใช้ในการแก้ไขให้สั้น เพื่อให้สามารถกลับเข้าสู่โหมดเลือกตั้งได้ภายในเวลาไม่กี่เดือน ต่างจากของเราซึ่งมักจะต้องใช้เวลาเป็นปี จนความชื่นชมของประชาชนในระยะแรกกลายเป็นความเหนื่อยหน่ายในเวลาต่อมา

หากเราสามารถทำให้เร็วเหมือนเขาบ้าง โดยที่อีกด้านหนึ่งไม่ต้องใช้ความรุนแรงในการปราบปรามฝ่ายต่อต้าน ผลเสียที่จะเกิดกับเศรษฐกิจและสังคมโดยรวมก็จะมีน้อยลง และกระแสต่อต้านก็จะลดลงด้วย

แต่สิ่งที่ผมอยากจะเห็นจริงๆ ในบ้านเรา คือ รัฐบาลลาออก และมีการแต่งตั้งรัฐบาลรักษาการที่เป็นกลาง หลังจากนั้นมีการปฏิรูปการเมือง โดยใช้เวลาสั้นๆ เช่น ไม่เกิน 3 เดือน และให้เลือกตั้งภายใน 6 เดือน

องค์ประกอบที่สำคัญของการปฏิรูปการเมือง คือ การแก้ไขรัฐธรรมนูญเฉพาะบางมาตรา เช่น

หนึ่ง ให้จัดหนักเรื่องคอร์รัปชั่น เช่น คดีคอร์รัปชั่นไม่มีอายุความ คอร์รัปชั่นเป็นความผิดที่นิรโทษกรรมไม่ได้ และคอร์รัปชั่นในวงเงินเกิน 10 ล้านบาท มีโทษประหารชีวิต เป็นต้น

หลังการปฏิรูปแล้ว การออกกฎหมายล้างผิดให้คนโกงจะเป็นเรื่องที่ทำไม่ได้โดยเด็ดขาด

สอง การใช้จ่ายภาครัฐต้องผ่านกระบวนการทางงบประมาณ ยกเว้นกรณีฉุกเฉินไม่เกิน 36 เดือน จึงให้ออกเป็นพระราชกำหนดได้ และจำนวนเงินรวมต้องไม่เกิน 12% ของบประมาณทั้งปี

ในกรณีนี้ การกู้เงิน 2 ล้านล้านบาท เพื่อนำมาใช้จ่ายข้ามปีโดยไม่มีการตรวจสอบก็จะขัดรัฐธรรมนูญและทำไม่ได้เช่นกัน

สาม อาจมีบทเฉพาะกาลเพื่อให้เกิดความสมดุลมากขึ้นระหว่างกลุ่มคนที่เสียภาษีกับกลุ่มคนที่ไม่เสียภาษี เช่น คนที่เสียภาษีเงินได้เกินปีละ 5,000 บาท ให้มีสิทธิออกเสียงเลือกตั้งเพิ่มอีกคนละ 1 คะแนน จนกว่าจำนวนผู้เสียภาษีกลุ่มนี้จะมีถึง 10-15% ของผู้มีีสิทธิออกเสียงเลือกตั้งทั้งหมด

ข่าวล่าสุด

ทรัมป์ปลดโฆษกทำเนียบขาว หลังรับตำแหน่งไม่ถึงสัปดาห์

ทรัมป์ปลดโฆษกทำเนียบขาว หลังรับตำแหน่งไม่ถึงสัปดาห์