
ค้าน พรก.ฉุกเฉิน
การประกาศใช้ พ.ร.ก.บริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินของรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ไม่เข้าเงื่อนไข ไม่สอดคล้องสถานการณ์ความเป็นจริง และเป็นการเลือกใช้กฎหมายผิดช่วงจังหวะเวลา
การประกาศใช้ พ.ร.ก.บริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินของรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ไม่เข้าเงื่อนไข ไม่สอดคล้องสถานการณ์ความเป็นจริง และเป็นการเลือกใช้กฎหมายผิดช่วงจังหวะเวลา
สิ่งที่รัฐบาลควรตัดสินใจอย่างเร่งด่วนเพื่อคลี่คลายสถานการณ์ในขณะนี้ก็คือ สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมผู้ก่อเหตุรุนแรงต่อผู้ชุมนุม ทั้งที่ถนนบรรทัดทอง และอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิให้ได้โดยเร็ว
หากผู้บริหารสูงสุดของสำนักงานตำรวจแห่งชาติไร้ความสามารถ เจ้าหน้าที่ระดับปฏิบัติการไม่มีประสิทธิภาพ ก็ควรเปลี่ยนตัวบุคคลมาจัดการปัญหา เพื่อให้บ้านเมืองเกิดความสงบเรียบร้อย
รัฐบาลอย่าเสแสร้งจงใจแปลความหมายคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญเป็นอย่างอื่น เพราะศาลได้ย้ำชัดเจนว่า การชุมนุมทางการเมืองของกลุ่ม กปปส. เป็นการใช้สิทธิเสรีภาพของประชาชนที่ไม่ขัดต่อบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ
ดังนั้น การที่รัฐบาลดันทุรังออกกฎหมายที่เข้มข้นรุนแรง เพื่อหวังยุติการชุมนุม ทั้งๆ ที่ผู้บัญชาการเหล่าทัพไม่ขอร่วมสังฆกรรมเป็นกรรมการศูนย์รักษาความสงบ (ศรส.) แต่กองทัพส่งแค่ตัวแทนเข้าร่วมพอเป็นพิธี จึงจะไม่มีประโยชน์ใดๆ
นั่นเพราะ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ. อธิบายไว้ชัดว่า สถานการณ์ในขณะนี้ยังไม่ถึงจุดที่ทหารจะต้องออกมาจัดการ ดังนั้นความฉุกเฉินที่รัฐบาลตีความเข้าข้างตัวเอง จึงรังแต่จะเพิ่มเงื่อนไขให้ตัวเองเดินเข้าสู่ทางตันมากยิ่งขึ้น
นอกจากนี้แล้ว การบังคับใช้กฎหมายผิดฝั่งผิดฝาครั้งนี้ ยังแสดงเจตนาลิดรอนสิทธิเสรีภาพสื่ออีกด้วย โดยยกข้ออ้างเรื่องการเสนอข้อมูลข่าวสารในสื่อต่างๆ ในลักษณะยุยง บิดเบือน สร้างความแตกแยก ส่งผลกระทบต่อความมั่นคงของประเทศ
ข้ออ้างที่กล่าวมาเลื่อนลอย เพราะฝ่ายรัฐบาลและหน่วยงานของรัฐต่างหากที่มีการบิดเบือนข้อมูลมาต่อเนื่อง ทั้งจำนวนผู้ชุมนุม ใส่ร้ายผู้ชุมนุมว่าจัดฉากก่อเหตุรุนแรงขึ้นเอง ฯลฯ
ดังนั้น รัฐบาลควรยุติการสั่งการใดๆ ที่เข้าข่ายลิดรอนสิทธิเสรีภาพของสื่อมวลชนในทุกกรณี เพราะเสรีภาพของสื่อมวลชนได้รับการคุ้มครองโดยรัฐธรรมนูญ
ในทางกลับกัน ควรหันไปใส่ใจบทบาทการทำความจริงให้ปรากฏ จับกุมผู้ก่อเหตุมาลงโทษ และใช้สติปัญญาไปหาวิธีการออกจากความขัดแย้งที่ดำรงอยู่ โดยที่ทุกฝ่ายให้การยอมรับ ฯลฯ
หากรัฐบาลยังดื้อด้าน ปฏิเสธการรับฟังข้อเสนอจากภาคส่วนต่างๆ ท่องแต่คาถารักษาประชาธิปไตยบทเดิมๆ นอกจากจะมองไม่เห็นแนวโน้มทางออกแล้ว รัฐบาลจะเจอทางตันอย่างโดดเดี่ยว







