posttoday
4 องค์กรสื่อค้านพรก.ฉุกเฉิน

4 องค์กรสื่อค้านพรก.ฉุกเฉิน

23 มกราคม 2557

4 องค์กรวิชาชีพสื่อ ประกอบด้วย สภาการหนังสือพิมพ์แห่งชาติ สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย สมาคมนักข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย สภาวิชาชีพข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย ออกแถลงการณ์คัดค้านการประกาศใช้ พ.ร.ก.บริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน 2548 (พ.ร.ก.ฉุกเฉิน) โดยระบุว่า ประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน โดยอ้างการชุมนุมที่เกินขอบเขต ก่อความรุนแรงโดยกลุ่มผู้ที่ไม่ประสงค์ดีจนประชาชนได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต อีกทั้งการเสนอข้อมูลข่าวสารในสื่อต่างๆ ในทางที่ยุยง บิดเบือน สร้างความแตกแยก ส่งผลกระทบต่อความมั่นคงของประเทศ

4 องค์กรวิชาชีพสื่อ ประกอบด้วย สภาการหนังสือพิมพ์แห่งชาติ สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย สมาคมนักข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย สภาวิชาชีพข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย ออกแถลงการณ์คัดค้านการประกาศใช้ พ.ร.ก.บริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน 2548 (พ.ร.ก.ฉุกเฉิน) โดยระบุว่า ประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน โดยอ้างการชุมนุมที่เกินขอบเขต ก่อความรุนแรงโดยกลุ่มผู้ที่ไม่ประสงค์ดีจนประชาชนได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต อีกทั้งการเสนอข้อมูลข่าวสารในสื่อต่างๆ ในทางที่ยุยง บิดเบือน สร้างความแตกแยก ส่งผลกระทบต่อความมั่นคงของประเทศ

อย่างไรก็ตาม การยกอ้างเหตุผลดังกล่าวในการประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ยังมีข้อโต้แย้ง ข้อสงสัยว่าเป็นสถานการณ์ที่มีความร้ายแรงอย่างยิ่งหรือไม่ ข้ออ้างดังกล่าวจึงยังไม่เพียงพอที่จะอาศัยเป็นข้อยกเว้นในการจำกัดเสรีภาพของประชาชนและสื่อมวลชน ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 45 และนับเป็นการส่งสัญญาณที่รัฐบาลอาจออกข้อกำหนดในลักษณะลิดรอนสิทธิเสรีภาพของสื่อมวลชน เช่น การห้ามนำเสนอข่าวหรือข้อความอันอาจทำให้ประชาชนเกิดความหวาดกลัว เป็นต้น

องค์กรวิชาชีพสื่อมวลชน เห็นร่วมกันว่าการใช้อำนาจเช่นนี้ยิ่งจะสร้างความขัดแย้งให้สังคมมากขึ้น และอาจนำไปสู่การลิดรอนสิทธิเสรีภาพของสื่อมวลชน ซึ่งขัดต่อบทบัญญัติรัฐธรรมนูญอย่างชัดแจ้ง ดังนั้น การดำเนินการใดๆ ของรัฐบาลภายใต้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน พึงต้องระมัดระวัง มิให้ละเมิดเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นของบุคคลและสื่อมวลชน ขณะเดียวกันสื่อมวลชนก็ต้องระมัดระวังการใช้เสรีภาพภายในขอบเขตความรับผิดชอบด้วย

แถลงการณ์ระบุด้วยว่า อำนาจของนายกรัฐมนตรีตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉินแบบครอบจักรวาลเช่นนี้ หากผู้ใช้อำนาจไม่มีความเที่ยงธรรมหรือใช้อำนาจโดยไม่สุจริต โดยเลือกปฏิบัติแล้วจะก่อให้เกิดการรับรู้ข้อมูลข่าวสารเพียงด้านเดียว เป็นการปิดหูปิดตาประชาชนโดยอาศัยกฎหมายเป็นเครื่องมือจัดการสื่อที่ไม่ได้อยู่ภายใต้อาณัติเท่านั้น

ทั้งนี้ ประเด็นสำคัญที่ต้องใส่ใจเป็นพิเศษ ในท่ามกลางสถานการณ์อันเปราะบางของบ้านเมือง ความอ่อนไหวในเรื่องของอารมณ์และความรู้สึกของประชาชนทุกฝ่ายในขณะนี้ คือ การถ่ายทอดวาทกรรม การกระทำซ้ำที่สร้างและสั่งสมความเกลียดชัง (hate speech) ที่แม้ไม่ส่งผลกระทบในทันที แต่ในระยะเวลาหนึ่งจะนำมาสู่ความโกรธแค้นและลงมือต่ออีกฝ่ายด้วยความรุนแรงในที่สุด

4 องค์กรวิชาชีพสื่อ ขอเรียกร้องให้รัฐบาลได้ใช้ความละเอียด รอบคอบในการตราข้อกำหนดใดๆ ในลักษณะที่จะเป็นการลิดรอนสิทธิเสรีภาพของสื่อและประชาชน รัฐบาลพึงต้องตระหนักว่าเสรีภาพในการทำหน้าที่ของสื่อมวลชนได้รับการคุ้มครองโดยรัฐธรรมนูญ รัฐบาลจึงมิอาจแทรกแซงการทำหน้าที่ของสื่อมวลชนในทุกกรณี ขณะเดียวกัน รัฐบาลต้องใส่ใจในบทบาทการแถลงหรือเผยแพร่ข้อมูลใดๆ จากรัฐบาลหรือหน่วยงานในกำกับ จะต้องไม่บิดเบือน ยั่วยุ สร้างความโกรธแค้น ไม่ไว้วางใจในหมู่ประชาชน

ขณะเดียวกัน สื่อมวลชนทุกแขนงก็ต้องระวังไม่รายงานข่าวที่กระตุ้นให้เกิดความเกลียดชัง ต้องรับผิดชอบและช่วยสร้างสังคมให้มีสติ ร่วมกันหาทางออกจากปัญหาความขัดแย้งโดยไม่ใช้ความรุนแรง

ด้าน สุภิญญา กลางณรงค์ กรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ระบุว่า หากศูนย์รักษาความสงบ (ศรส.) จะใช้อำนาจปิดสถานีโทรทัศน์ ก็ต้องดูว่าสถานีนั้นเป็นสถานีที่ถูกกฎหมายหรือไม่ แต่ถ้าเป็นสถานีที่ถูกกฎหมายจะมีเครื่องป้องกันคือ ใบอนุญาต ซึ่งคนที่มีอำนาจเพิกถอนใบอนุญาตสถานีโทรทัศน์ได้มีเพียงผู้เดียว คือ กสทช. ถ้า ศรส.ทำเรื่องขอให้ปิดสถานีโทรทัศน์บลูสกาย ก็ต้องถามว่าปิดบนพื้นฐานอะไร เนื่องจาก 1.ไม่ได้ใช้คลื่นเถื่อน 2.ไม่ได้ทำผิดเงื่อนไขผังรายการ 3.มีใบอนุญาตตามกฎหมาย ถ้าจะให้ปิดเพราะเนื้อหาก็ต้องส่งข้อความมาให้วินิจฉัยว่าเนื้อหานั้นกระทบตรงไหน อย่างไร

สุภิญญา ยืนยันว่า กสทช.เป็นองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ ไม่ได้ยึดโยงกับฝ่ายบริหาร จึงไม่จำเป็นต้องทำตามคำสั่ง ศรส.

พล.ท.ภราดร พัฒนถาบุตร เลขาธิการสภา ความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) กล่าวว่า สถานีโทรทัศน์หรือสื่อมวลชนที่ให้ข้อมูลข่าวสารเพียงด้านเดียว อาจจะมีการเชิญผู้บริหารหรือบรรณาธิการของบางสื่อบางสถานีมาทำความเข้าใจ รวมทั้งผู้อำนวยการสถานีบลูสกาย หากเห็นว่าการนำเสนอข้อมูลข่าวสารยังไม่เหมาะสมก็อาจจะมีการเชิญมาพูดคุย

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท