
เสียงจากพื้นที่ชุมนุมหลังพรก.ฉุกเฉิน"คึกคัก-ไร้กังวล"
รัฐบาลไม่ควรประกาศกฎหมายฉบับนี้ออกมา เนื่องจากเหตุการณ์โดยรวมไม่ถึงขั้นต้องใช้กฎหมายฉุกเฉิน
โดย...ชุติมา สุวรรณเพิ่ม / ประลองยุทธ ผงงอย / ชัยรัตน์ พัชรไตรรัตน์
แม้รัฐบาลจะประกาศพ.ร.ก.ฉุกเฉินและมีผลบังคับใช้แล้วในวันที่ 22 ม.ค. แต่บรรยากาศการชุมนุมในหลายเวทีของกปปส.ก็ไม่ได้ลดความคึกคักลงแต่อย่างใด
แม้ในช่วงเช้าบรรยากาศการชุมนุมจะมีผู้มาร่วมบางตา เนื่องจากจะเหลือเฉพาะกลุ่มที่ปักหลักค้างคืน และบางส่วนได้ออกไปเดินขบวนร่วมกับแกนนำ แต่เมื่อเริ่มเข้าช่วงเย็น ก้มีจำนวนผู้ชุมนุมเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว จากมวลชนที่ส่วนใหญ่เป็นชาวกรุงเทพฯ ที่มาร่วมชุมนุมหลังเลิกงาน เลิกเรียน
ที่สำคัญผู้ชุมนุมต่างบอกเป็นเสียงเดียวกันว่าไม่กังวลกับการประกาศพรก.ฉุกเฉิน รวมทั้งไม่หวั่นไหวกับเหตุรุนแรงที่เกิดเขึ้น และจะขอชุมนุมต่อไปจนกว่าจะได้รับชัยชนะ
"กฤษณะ สิสาริกรณ์" ผู้ดูแลโรงครัวม่วงศิริ ที่ทำอาหารเลี้ยงผู้ชุมนุม เวทีกปปส.อโศก กล่าวว่า ไม่รู้สึกกลัวการประกาศใช้ พรก.ฉุกเฉิน เนื่องจากไม่กระทำความมผิดใดๆ และมาด้วยความบริสุทธิ์ใจ โดยยืนยันว่าจะร่วมทำอาหารแจกให้ผู้ชุมนุมของ คปปส. ต่อเนื่องไปทุกวันจนกว่าจะได้รับชัยชนะ
"ขณะนี้ยังไม่มีปัญหาอุปสรรคในการขาดวัตุดิบทำอาหาร โดยอาหารทำแจกส่วนใหญ่จะเป็นก๋วยเตี๋ยว โดยจะแจกวันละ 2 เวลา คือ ช่วงกลางวันวันจำนวน 1,500 ชาม และช่วงเย็นอีก 3,000 ชาม เพื่อรองรับกลุ่มผู้ชุมนุมที่เดินทางมามากขึ้นหลังเลิกงาน"กฤษณะระบุ
เช่นเดียวกับ "ร.ต.ต.ณรงค์ ศิริพันธ์" พ่อครัวใหญ่แห่งโรงครัวตรังประจำเวทีกปปส.แยกปทุมวัน ที่ยืนยันว่า แม้การประกาศ พรก.ฉุกเฉินอาจจะทำให้การออกไปซื้อหาวัตถุดิบมาประกอบอาหารเลี้ยงผู้ชุมนุมลำบากขึ้น แต่ก็ไม่ได้ถึงขั้นที่จะประกอบอาหารเลี้ยงผู้ชุมนุมไม่ได้
"ผมมองว่ารัฐบาลไม่ควรประกาศกฎหมายฉบับนี้ออกมา เนื่องจากเหตุการณ์โดยรวมไม่ถึงขั้นต้องใช้กฎหมายฉุกเฉิน อีกทั้ง จะทำให้ประเทศไทยเสียภาพลักษณ์ว่ามีความรุนแรง"ร.ต.ต.ณรงค์กล่าว
เขาเล่าว่า มาร่วมการชุมนุมและประกอบอาหารให้ผู้เข้าร่วมชุมนุมตั้งแต่ วันที่ 6 พ.ย.รวมเวลาก็ 2 เดือนกว่าแล้ว เพิ่งจะมีโอกาสกลับบ้านที่จ.ตรัง เพียงครั้งเดียว หากจะถามว่าเหนื่อยหรือไม่ ตอบได้คำเดียวไม่เหนื่อย ไม่เบื่อ เพราะไม่ได้มาแบกหามอะไร และมาทำเพื่อชาติแล้วยอมทุกอย่างโดยแต่ละวันจะประกอบอาหารวันละ 2มื้อ มื้อละ 2 เมนู และสามารถทำอาหารให้ผู้ร่วมชุมนุมได้รับประทานวันละ 3,000-5,000 คน
ขณะที่ผู้ชุมนุมที่เป็นนักศึกษา อย่าง "พงษกร ทองหญิง" นักศึกษาคณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฎสวนสุนันทา และ "ธีรชัย โพธิมา" ซึ่งมาร่วมเพนท์สีบนใบหน้าให้กับผู้ชุมนุมพร้อมตั้งกล่องรับบริจาคเพื่อนำไปช่วยเหลือการเคลื่อนไหวของกปปส.ก็ยังคงเดินทางมาทำกิจกรรมของพวกเขาตามปกติ หลังจากที่มีการประกาศ พรก.ฉุกเฉิน
พงษกรกล่าวว่า จะมานั่งให้บริการเพนท์หน้าแก่ผู้ชุมนุมตั้งแต่ 7.00น.-21.00น.ทุกวัน ฝั่งตรงข้ามกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยบางวันเขากับกลุ่มเพื่อนสามารถรวบรวมเงินบริจาคได้มากถึง 1 หมื่นบาท
"พวกเราเป็นนักศึกษาศิลปะก็รู้สึกตื่นเต้นกันมากที่ได้ทำอะไรที่เราถนัด และนำเงินไปช่วยกลุ่มผุ้ชุมนุมที่ทำเพื่อชาติ"พงษกรกล่าว
ด้านผู้ที่จำเป็นต้องใช้เส้นทางสัญจรผ่านพื้นที่ชุมนุมเพื่อไปทำงานเป็นประจำทุกวันอย่าง "ปกรณ์ จันทร์ลิ้ม" และ "รุ่งฤทธิ์ เจริญศุกกุล" พนักงานบริษัทรับจองทัวร์ ตั๋วเครื่องบินทางออนไลน์ ให้สัมภาษณ์ระหว่างใช้ทางเดินสกายวอล์คผ่านกลุ่มผู้ชุมนุมเพื่อไปรับประทานอาหารกลางวันระบุว่า ไม่กังวลกับการชุมชน ไม่คิดว่าจะมีความรุนแรง และไม่คิดว่าแม้รัฐบาลจะประกาศ พรก.ฉุกเฉิน จะสามารถยุติการชุมนุมได้
"การประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉินเมื่อวาน วันนี้ราชประสงค์ก็เหมือนเดิม มีขบวนชุมนุมที่ไม่คาดคิดเหมือนเดิม ไม่เห็นมีประโยชน์อะไร บ้านผมอยู่ที่พุทธมณฑลสาย 3 การเดินทางมาทำงานก็ลำบากในช่วงนี้ อยากให้จบเร็วๆ แต่ไม่รู้เหมือนกันครับว่าจะอยากให้จบแบบนี้เราเป็นประชาชนตอบไม่ได้ แต่ทำได้แค่ดูแลตัวเองโดยเฉพาะการเดินทางไป-กลับ ออฟฟิศ"ปกรณ์ กล่าว
ขณะที่เพื่อนร่วมออฟฟิศที่เดินไปกินข้าวด้วยกัน รุ่งฤทธิ์ บอกว่าแต่การชุมนุมสำหรับเขากลับทำให้เกิดการปรับตัวด้านการเดินทาง จากขับรถมาทำงานก็หันมาใช้รถไฟฟ้าบีทีเอส ประหยัดทั้งเวลา ทั้งค่าน้ำมันรถที่ต้องจอดทิ้งไว้บ้าน
สำหรับสถานการณ์ด้านในห้างสรรพสินค้า เซน ยังคงคึกคักไปด้วยนักช้อปปิ้งในช่วงเที่ยงวัน ซึ่งวันนี้ห้างเซนเปิด 10.00 น. และจะปิดในเวลา 18.00น. โดย "กัณทิมา อ่ำจ้อย" พนักงานขายสินค้าภายในห้าง กล่าวว่าทั้งสัปดาห์นี้ห้างปิดเร็วขึ้นเพื่อความปลอดภัยทั้งของพนักงานและลูกค้า โดยมีการอัพเดทวันเวลาเปิด-ปิด วันต่อวัน
"วันนี้ประกาศ พรก.ฉุกเฉิน ก็ยังไม่มีอะไรพิเศษ ปิดห้าง 6 โมงเย็นเหมือนเมื่อวาน แต่เท่าที่สังเกตทั้งอาทิตย์พอสัก 4-5 โมงก็ไม่มีลูกค้าแล้วค่ะ จะมีแค่คนเดินมาใช้ห้องน้ำในห้าง ใช้เป็นทางผ่านในการสัญจรส่วนยอดขายก็ลดลงตั้งแต่วันชัตดาวน์ เราขายของอยู่ข้างในห้างก็จะไม่มีทางรู้สถานการณ์เวทีม็อบด้านนอกแม้จะอยู่ใกล้ๆ กัน ลูกค้าก็จะรีบซื้อของและรีบกลับค่ะ ไม่ค่อยคุยกับเราเหมือนเมื่อก่อนทุกอย่างต้องฟังการประกาศจากหัวหน้าแผนกเท่านั้น"กัณทิมากล่าว
ขณะที่ช่วงเย็นเวทีชุมนุมต่างๆยังคงมีการปราศรัยสลับกับการแสดงต่างๆ เรียกความคึกคัก และคึกครื้นให้กับผู้ชุมนุมได้เช่นทุกวันจนเรียกได้ว่าบรรยากาศก่อนและหลังจากการประกาศ พรก.ฉุกเฉิน ไม่ได้มีความแตกต่างกันแม้แต่น้อย







