posttoday
ห่วงคนไทยชินคำพูดหยาบนำไปสู่ความรุนแรง

ห่วงคนไทยชินคำพูดหยาบนำไปสู่ความรุนแรง

22 มกราคม 2557

กรมสุขภาพจิตเผยผลสำรวจช่วงการเมือง พบ คนไทยเครียดกับการเดินทาง ชี้คนรับได้กับคำพูดหยาบ เป็นสัญญาณสู่พฤติกรรมรุนแรง

กรมสุขภาพจิตเผยผลสำรวจช่วงการเมือง พบ คนไทยเครียดกับการเดินทาง ชี้คนรับได้กับคำพูดหยาบ เป็นสัญญาณสู่พฤติกรรมรุนแรง

นพ.เจษฎา โชคดำรงสุข อธิบดีกรมสุขภาพจิต เปิดเผยว่า กรมสุขภาพจิตลงพื้นที่สำรวจภาวะสุขภาพจิตของประชาชนต่อสถานการณ์การชุมนุมทางการเมือง ระหว่างวันที่ 17-19 มกราคม ที่ผ่านมา จากกลุ่มตัวอย่าง 308 ราย ในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล ทั้งผู้ที่เคยเข้าร่วมชุมนุมและไม่เคยเข้าร่วมชุมนุม พบว่า ส่วนใหญ่ 78.60% มีความเครียดน้อยขณะที่ 7.40% มีความเครียดมากถึงมากที่สุด ผู้ที่เคยเข้าร่วมชุมนุมมีความเครียดมากกว่าผู้ที่ไม่เคยเข้าร่วมชุมนุม และสาเหตุของความเครียดอันดับ 1 มาจากการเดินทาง รองลงมา คือ การรับข่าวสารผ่านสื่อต่างๆ และการได้รับฟังคำพูดที่รุนแรง

ทั้งนี้ ผู้ตอบแบบสอบถาม 93.80% รับข้อมูลข่าวสารผ่านสื่ออินเตอร์เน็ตมากที่สุด รองลงมา คือ สื่อวิทยุ 71.80% โดยส่วนใหญ่เปิดรับข้อมูลข่าวสารทางการเมืองวันละไม่เกิน 1 ชั่วโมง คิดเป็น 42.50%  รองลงมา เปิดรับ 2-3 ชั่วโมงต่อวัน คิดเป็น 39%

อธิบดีกรมสุขภาพจิต กล่าวว่า สิ่งที่น่าสนใจจากการสำรวจในครั้งนี้ คือ ความรู้สึกของประชาชนต่อการใช้คำพูดรุนแรงและมีเจตนาให้เกิดความเกลียดชัง พบว่า เกินครึ่งหรือ 53.20% รู้สึกไม่ชอบฟังแล้วเครียด รองลงมา 25.30%มีความรู้สึกเฉยๆ และรู้สึกว่าสะใจดี

อย่างไรก็ตาม เมื่อสอบถามถึงความคิดเห็นที่มีต่อการใช้คำพูดรุนแรง พบว่า ส่วนใหญ่เห็นว่าเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนและศักดิ์ศรีของความเป็นมนุษย์ 76.60% รองลงมา เห็นว่า เป็นการใช้คำพูดหยาบคาย แม้จะเกลียดกันแต่ก็ไม่ควรพูดเช่นนั้น 59.10% และอีกส่วนหนึ่ง 57.50% เห็นว่า เป็นเรื่องธรรมดาของการแสดงออกถึงความเกลียดชังฝ่ายตรงข้าม  ขณะที่ 51.30% เห็นว่า คำพูดรุนแรงนำไปสู่ความรุนแรงหรือกระตุ้นให้เกิดความรุนแรงได้ อย่างไรก็ตาม ความเห็นที่ระบุว่าเป็นสิทธิเสรีภาพในการแสดงออกในระบอบประชาธิปไตย และความเห็นว่าเป็นการกระตุ้นอารมณ์โกรธและปลุกปั่นให้เกิดความแตกแยกได้ มีผู้ตอบในสัดส่วนเท่ากัน 51%

"ถือว่าเป็นเรื่องที่น่าห่วงสำหรับสังคมไทย ที่ประชาชนเกินครึ่งเห็นว่าการใช้คำพูดที่รุนแรงเป็นเรื่องธรรมดาของการแสดงออกถึงความเกลียดชังฝ่ายตรงข้าม เพราะเป็นสัญญาณที่เริ่มบ่งบอกว่าสังคมไทยเริ่มคุ้นชินกับการใช้คำพูดที่รุนแรงซึ่งมีแนวโน้มไปสู่พฤติกรรมที่รุนแรงมากขึ้นได้" นพ.เจษฎา กล่าว

นพ.เจษฎา กล่าวว่า การใช้คำพูดที่รุนแรงส่งผลกระทบต่อบุคคล 3 กลุ่มด้วยกัน ได้แก่ คนพูด , คนที่เป็นฝ่ายตรงข้ามกับคนพูด และคนที่อยู่รอบข้าง อาทิ เด็กและเยาวชน ซึ่งจะเกิดการเรียนรู้และเลียนแบบจากความคุ้นชินในการใช้คำพูดที่รุนแรง ซึ่งอาจขยายความเกลียดชังเป็นวงกว้าง และเมื่อเติบโตเป็นผู้ใหญ่ก็จะคุ้นชินต่อการใช้คำพูดรุนแรงโดยไม่รู้ตัว เสี่ยงต่อการมีปัญหาทางอารมณ์และการสร้างสัมพันธภาพกับผู้อื่นในอนาคต ส่งผลให้เป็นคนรุ่นใหม่ที่เสี่ยงจะใช้พฤติกรรมรุนแรง ส่วนคนที่รับฟังมากเกินไป ก็จะส่งผลให้เครียดและกังวลสูง ขณะที่ในระดับสังคม การใช้คำพูดที่รุนแรงจะสร้างบรรยากาศที่เต็มไปด้วยความรู้สึกรุนแรง เกลียดชังฝ่ายที่คิดต่าง ส่งผลให้ความเอื้ออาทรต่อกันในสังคมอ่อนแอลง เกิดความเปราะบางในสังคม คนในสังคมมีความเครียดกังวล สังคมขาดความสุข

"ดังนั้น จึงควรมีสติ รับฟังข้อมูลอย่างไตร่ตรอง นึกถึงผลกระทบของการใช้คำพูดรุนแรง เพราะการให้ข้อมูลความเป็นจริง ไม่จำเป็นต้องใช้คำพูดที่รุนแรงสร้างความเกลียดชัง ซึ่งเมื่อใช้จะยิ่งไปกระตุ้นและยั่วยุให้สถานการณ์เลวร้ายมากขึ้นไปอีก" อธิบดีกรมสุขภาพจิต กล่าว

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท