
กกต.ยื่นศาลรธน.ชี้ขาดอำนาจเลื่อนเลือกตั้ง
เลขาศาลรธน. ปัดเป็นเผือกร้อน ยังไม่ชัดหารือก่อนเลือกตั้ง ล่วงหน้าหรือไม่ รอตุลาการพิจารณา
เลขาศาลรธน. ปัดเป็นเผือกร้อน ยังไม่ชัดหารือก่อนเลือกตั้ง ล่วงหน้าหรือไม่ รอตุลาการพิจารณา
เวลา 09.30 น.วันที่ 22 ม.ค. คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) มอบหมายให้น.ส.สุรณีย์ ผลทวี ผู้อำนวยการสำนักเลขานุการ กกต.และเจ้าหน้าที่สำนักกฎหมายและคดีสำนักงานกกต.เข้ายื่นหนังสือถึงประธานศาลรัฐธรรมนูญ ผ่านเจ้าหน้าที่ฝ่ายคดีสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อขอศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 214 ใน 2 ประเด็น ว่าหน่วยงานใดมีอำนาจในการออกพระราชกฤษฎีกากำหนดวันเลือกตั้ง รวมถึงกรณีมีเหตุจำเป็นสามารถกำหนดวันเลือกตั้งใหม่ได้หรือไม่ หลังกกต.และคณะรัฐมนตรี นายกรัฐมนตรีในฐานะผู้รักษาการตามพระราชกฤษฎีกา มีความเห็นขัดแย้งกัน ซึ่งกกต.ให้เหตุผลตามกฎหมายว่า นายกรัฐมนตรีมีอำนาจแต่เพียงผู้เดียวในการนำความขึ้นกราบบังคมทูลเสนอให้พระมหากษัตริย์ทรงลงพระปรมาภิไธยในร่างพระราชกฤษฎีกากำหนดวันเลือกตั้งใหม่และมีหน้าที่ในการลงนามรับสนองพระบรมราชโองการในพระราชกฤษฎีกาดังกล่าว ทั้งนี้ การยื่นคำร้องได้แนบสำเนาเอกสารที่เกี่ยวข้องจำนวน 9 ชุด โดยมีกกต.ทั้ง 5 คนเซ็นต์ลงนามในท้ายคำร้อง
ด้านนายเชาวนะ ไตรมาศ เลขาธิการสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ เปิดเผยว่า ขณะนี้ทางสำนักงานฯได้มอบหมายให้เจ้าหน้าที่ทางด้านคดีดำเนินการตรวจสอบรายละเอียดของเอกสาร ก่อนที่จะนำเสนอคณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาว่าจะรับหรือไม่รับคำร้อง ส่วนจะนำเรื่องดังกล่าวเข้าสู่การพิจารณาได้ทันในวันเลือกตั้งล่วงหน้าวันที่ 26 มกราคม หรือไม่นั้น กรณีนี้ต้องดูคำร้องและรูปแบบของคำร้องก่อนว่าเป็นแนวทางใด แต่ตามขั้นตอนทางเจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการด้วยความเร่งด่วนอยู่แล้ว ซึ่งกระบวนการพิจารณาจะเป็นอย่างไรนั้นขึ้นอยู่กับดุลพินิจขององค์คณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ โดยส่วนตัวไม่ได้มองว่าเป็นปัญหาที่กดดันหรือเป็นเผือกร้อนทั้งสิ้น เพราะว่าเป็นหน้าที่ของศาลรัฐธรรมนูญในการพิจารณาแก้ไขปัญหาเกี่ยวกับข้อพิพาทขององค์กรตามรัฐธรรมนูญเป็นปกติ อย่างไรก็ตาม เบื้องต้นในสัปดาห์นี้ทางสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ ยังไม่มีวาระการประชุมเพื่อพิจารณาคดีใดๆ
ขณะที่นายพิมล ธรรมพิทักษ์พงษ์ หัวหน้าคณะโฆษกศาลรัฐธรรมนูญ เปิดเผยว่า ขั้นตอนหลังจากนี้ก็จะนำคำร้องเสนอให้องค์คณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาว่าศาลรัฐธรรมนูญมีอำนาจรับเรื่องไว้พิจารณาหรือไม่ หากรับเรื่องและเห็นว่ามีข้อมูลเพียงพอก็สามารถพิจารณาและลงมติได้ แต่ยังไม่สามารถตอบได้ว่าจะใช้ระยะเวลาเท่าใดในการพิจารณา







