posttoday
จีนจะฝืด

จีนจะฝืด

22 มกราคม 2557

เป็นที่รู้กันดีว่าจีนกำลังอยู่ในระหว่างการปรับโครงสร้างเศรษฐกิจครั้งใหญ่ โดยหลักๆ คือการลดการพึ่งพาการส่งออกสินค้า และหันมาพึ่งพาการบริโภคภายในประเทศเป็นสำคัญ ซึ่งแน่นอนว่าจะส่งผลกระทบต่อการเติบโตของจีนในระยะหนึ่งซึ่งกินเวลามานานตั้งแต่ปีที่แล้ว และคาดว่าการเติบโตทางเศรษฐกิจของจีนในปีนี้แม้ว่ารัฐบาลจีนจะบอกว่าดีขึ้น แต่ก็คาดว่าน่าจะอยู่ในโหมดเชื่องช้าต่อไป

เป็นที่รู้กันดีว่าจีนกำลังอยู่ในระหว่างการปรับโครงสร้างเศรษฐกิจครั้งใหญ่ โดยหลักๆ คือการลดการพึ่งพาการส่งออกสินค้า และหันมาพึ่งพาการบริโภคภายในประเทศเป็นสำคัญ ซึ่งแน่นอนว่าจะส่งผลกระทบต่อการเติบโตของจีนในระยะหนึ่งซึ่งกินเวลามานานตั้งแต่ปีที่แล้ว และคาดว่าการเติบโตทางเศรษฐกิจของจีนในปีนี้แม้ว่ารัฐบาลจีนจะบอกว่าดีขึ้น แต่ก็คาดว่าน่าจะอยู่ในโหมดเชื่องช้าต่อไป

การปฏิรูปเศรษฐกิจใหม่ดังกล่าว สะท้อนให้เห็นถึงตัวเลขการนำเข้าส่งออกในเดือน ธ.ค.ที่ผ่านมา ที่การส่งออกของจีนมีปริมาณลดลงกว่าเดิม ขณะที่การนำเข้าเพิ่มมากขึ้น อีกทั้งตลอดปี 2013 ที่ผ่านมา การเติบโตทางเศรษฐกิจของจีนนั้นอยู่ที่ 7.7% เท่านั้น นับว่าเป็นการเชื่องช้ามากที่สุดในรอบ 14 ปีทีเดียว

แต่กระนั้นก็ตาม สิ่งที่น่าเป็นห่วงสำหรับเศรษฐกิจจีนในขณะนี้ก็คือ ภาวะสุญญากาศทางเศรษฐกิจที่อาจจะเกิดขึ้นกับจีนในช่วงของการปฏิรูป นั่นก็คือการส่งออกที่ลดลง อันเนื่องมาจากส่วนหนึ่งได้รับผลกระทบจากความต้องการสินค้าในตลาดโลกยังไม่กระเตื้องดีนัก ประกอบที่แรงบริโภคภายในของเศรษฐกิจจีนเองที่ยังไม่แข็งแกร่งพอที่จะประคองเศรษฐกิจเอาไว้ได้

ดังจะเห็นได้จากตัวเลขเงินเฟ้อในเดือน ธ.ค.ที่ผ่านมาของจีนนั้น อยู่ในระดับต่ำมากที่สุดในรอบ 7 เดือน อยู่ที่ 2.5% ย่อมแสดงให้เห็นว่าความต้องการสินค้าภายในของจีนนั้นยังไม่สู้ดีนัก

ดังนั้น รัฐบาลจีนจึงต้องแสดงบทบาทเป็นผู้ประคองเศรษฐกิจที่สำคัญที่สุด ไม่ว่าจะเป็นการกระตุ้นผ่านโครงการก่อสร้างต่างๆ ของภาครัฐ ที่รัฐบาลกรุงปักกิ่งกระทำมาอยู่อย่างต่อเนื่อง และเมื่อกลางปีที่แล้ว รัฐบาลจีนก็ต้องออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจมาครั้งหนึ่งท่ามกลางความประหลาดใจของหลายฝ่าย

เมื่อวานนี้ ธนาคารกลางจีนก็ประกาศอัดฉีดเงินเข้าสู่ระบบอีก 2.55 แสนล้านหยวน เพื่อสร้างสภาพคล่องให้กับระบบการเงิน แม้จีนจะอ้างว่าเป็นการทำเพื่อรับเทศกาลตรุษจีนที่จะมีการใช้จ่ายของชาวจีนอย่างคับคั่งก็ตาม

การปฏิรูปเศรษฐกิจของจีนในครั้งนี้ บรรดาคณะผู้นำประเทศได้ออกมาย้ำเตือนในหลายครั้งครับว่าจะต้องใช้เวลาเพื่อที่จะปรับเปลี่ยนโครงสร้างเศรษฐกิจและสังคมในระยะยาว ซึ่งจะทำให้จีนมีความยั่งยืนมากขึ้นกว่าเดิม

แต่กระนั้น การปรับเปลี่ยนเช่นนี้ย่อมมีความเสี่ยง โดยเฉพาะตามลักษณะนิสัยและพฤติกรรมของชาวจีนที่มีพฤติกรรมการออมสูงนั้น อาจจะทำให้จีนไม่สามารถพึ่งพาพลังของผู้บริโภคภายในประเทศได้อย่างเต็มที่นัก

ให้ดูญี่ปุ่นเป็นตัวอย่าง คนเก็บเงินอย่างเดียวถึงขนาดทำให้เศรษฐกิจเจอกับภาวะเงินฝืดนานหลายสิบปีทีเดียวครับ

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท