posttoday
ไทนจะดำเนินการเพื่อรองรับ AEC ทันไหม

ไทนจะดำเนินการเพื่อรองรับ AEC ทันไหม

22 มกราคม 2557

ไหนๆ ก็เขียนเรื่องเกี่ยวกับทรัพย์สินทางปัญญาไปในฉบับที่แล้ว ก็เห็นทีจะต่อเรื่องทรัพย์สินทางปัญญาในฉบับนี้อีกสักเรื่อง โดยมาดูความคืบหน้าที่ประเทศไทย หรือหน่วยงานที่รับผิดชอบด้านทรัพย์สินทางปัญญาว่าได้ดำเนินการไปถึงไหนแล้วเกี่ยวกับการที่อาเซียนจะเป็น AEC (ASEAN Economic Community) ในปี ค.ศ. 2015 หรือปีหน้านี้ เดี๋ยวจะมัวแต่มาวุ่นวายอยู่กับเรื่องการเมืองกันจนฝุ่นตลบ พอฝุ่นจางไม่ใช่เจอแต่พม่าอยู่ข้างหน้าอย่างในประวัติศาสตร์ตอนที่พระนเรศวรท้าพม่าชนช้าง แต่จะกลายเป็นพอฝุ่นจางก็เห็นอาเซียนอีก 9 ประเทศเขาวิ่งไปข้างหน้ากันหมดแล้ว ถึงตอนนั้นจะยุ่งกันใหญ่

ไหนๆ ก็เขียนเรื่องเกี่ยวกับทรัพย์สินทางปัญญาไปในฉบับที่แล้ว ก็เห็นทีจะต่อเรื่องทรัพย์สินทางปัญญาในฉบับนี้อีกสักเรื่อง โดยมาดูความคืบหน้าที่ประเทศไทย หรือหน่วยงานที่รับผิดชอบด้านทรัพย์สินทางปัญญาว่าได้ดำเนินการไปถึงไหนแล้วเกี่ยวกับการที่อาเซียนจะเป็น AEC (ASEAN Economic Community) ในปี ค.ศ. 2015 หรือปีหน้านี้ เดี๋ยวจะมัวแต่มาวุ่นวายอยู่กับเรื่องการเมืองกันจนฝุ่นตลบ พอฝุ่นจางไม่ใช่เจอแต่พม่าอยู่ข้างหน้าอย่างในประวัติศาสตร์ตอนที่พระนเรศวรท้าพม่าชนช้าง แต่จะกลายเป็นพอฝุ่นจางก็เห็นอาเซียนอีก 9 ประเทศเขาวิ่งไปข้างหน้ากันหมดแล้ว ถึงตอนนั้นจะยุ่งกันใหญ่

เรื่องอื่นๆ ที่สมาชิกอาเซียนต้องดำเนินการเพื่อให้ทันกับการเป็น AEC ในปี ค.ศ. 2015 นั้น มีหลายเรื่องแน่นอน แต่ผู้เขียนคงจะเลือกพูดเพียงเรื่องเดียวคือ ทรัพย์สินทางปัญญา ผู้เขียนเคยเขียนถึงแผนที่นำทางหรือ Roadmap ที่ฝ่ายนโยบายหรือที่ประชุมระดับรัฐมนตรีเศรษฐกิจของอาเซียนได้จัดทำขึ้น และได้รับความเห็นชอบจากผู้นำอาเซียนไปแล้ว

Roadmap ในเรื่องทรัพย์สินทางปัญญามีการกำหนดให้สมาชิกอาเซียนดำเนินการหลายประการดังที่ผู้เขียนเคยเขียนไปแล้ว ซึ่งมีทั้งการฝึกอบรม การดำเนินการที่จะเป็นประโยชน์กับประเทศสมาชิกอาเซียน ตามทรัพยากรที่มีอยู่ เช่น การคุ้มครองภูมิปัญญาท้องถิ่น ทรัพยากรชีวภาพ และการแสดงออกทางวัฒนธรรมท้องถิ่น การคุ้มครองสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ และเศรษฐกิจสร้างสรรค์อาเซียน เป็นต้น รวมทั้งการเข้าไปมีบทบาทในเวทีทรัพย์สินทางปัญญาระหว่างประเทศมากขึ้น โดยการเข้าเป็นสมาชิกความตกลงที่เกี่ยวกับทรัพย์สินทางปัญญาระหว่างประเทศ Roadmap เหล่านี้ มีเป้าหมายที่ปี ค.ศ. 2015 หรือ พ.ศ. 2558 ซึ่งผู้เขียนคงไม่กล่าวถึงทั้งหมด แต่จะหยิบมาเฉพาะบางเรื่องที่เห็นว่ามีความสำคัญ หรืออาจกล่าวโดยสรุปว่าอาเซียนมีเป้าหมายหลักในการจะเป็น AEC ในส่วนของทรัพย์สินทางปัญญา 5 ประการ ได้แก่

1.สร้างความสมดุลให้เกิดขึ้นในระบบทรัพย์สินทางปัญญาของอาเซียน โดยคำนึงถึงระดับการพัฒนาที่แตกต่างกัน

2.พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านกฎหมายและนโยบายทรัพย์สินทางปัญญาทั้งในระดับชาติและภูมิภาคอาเซียน

3.ส่งเสริมการสร้างสรรค์ การสร้างความตระหนัก และการใช้ประโยชน์ทรัพย์สินทางปัญญาเชิงพาณิชย์ เพื่อให้ทรัพย์สินทางปัญญา เป็นเครื่องมือในการสร้างนวัตกรรมและพัฒนาประเทศ

4.เข้าร่วมมีบทบาทในเวทีทรัพย์สินทางปัญญาระหว่างประเทศและสร้างความสัมพันธ์กับประเทศคู่เจรจา และ

5.สร้างความร่วมมือระหว่างประเทศสมาชิกอาเซียน และส่งเสริมศักยภาพของบุคลากรในสำนักงานทรัพย์สินทางปัญญาของประเทศสมาชิกอาเซียน

ประเด็นข้อสุดท้ายนี้ไม่น่าจะเป็นเรื่องที่ต้องห่วง เพราะส่วนใหญ่ก็จะเป็นการฝึกอบรม สัมมนา จัดประชุมเชิงปฏิบัติการ ซึ่งก็สามารถดำเนินการกันไปได้เรื่อยๆ

อย่างไรก็ตาม นอกจากเรื่องของการฝึกอบรมแล้วก็ยังมีความร่วมมือที่สำคัญประการหนึ่งที่ริเริ่มมาตั้งแต่สมัยผู้เขียน ถึงแม้ระยะหลังจะมีการดัดแปลงไปบ้าง แต่ก็น่าจะยังเป็นประโยชน์กับสมาชิกอาเซียน นั่นก็คือการแลกเปลี่ยนผลการตรวจค้นสิทธิบัตรของอาเซียนที่เรียกว่า ASEAN Patent Search Examination Cooperation หรือที่เรียกย่อๆ ว่า ASPEC หมายความว่า ผู้ตรวจสอบสิทธิบัตรสามารถนำผลการตรวจค้นของประเทศอาเซียนอื่นๆ มาใช้อ้างอิงประกอบการพิจารณาได้ เพื่อช่วยให้การตรวจสอบทำได้เร็วขึ้น เนื่องจากลดการทำงานซ้ำซ้อนและลดขั้นตอนการทำงานลง ซึ่งได้ทราบว่ามีการดำเนินการกันไปแล้ว แต่จนถึงขณะนี้ยังไม่มีสมาชิกอาเซียนใช้ประโยชน์จากความร่วมมือนี้

นอกจากนี้ เรื่องของเศรษฐกิจสร้างสรรค์ก็ดูจะแผ่วๆ และหายเงียบไปเมื่อมีการเปลี่ยนรัฐบาล ซึ่งเป็นเรื่องน่าเสียดาย เพราะถึงแม้หน่วยงานที่รับผิดชอบจะพยายามดำเนินงานไปก็ตาม แต่หากมีการส่งเสริมผลักดันโดยรัฐบาลก็จะเป็นกิจกรรมที่เป็นประโยชน์กับคนไทยมาก

สิ่งที่น่าเป็นห่วงว่าจะทำได้ทันหรือไม่ เนื่องจากมีความขัดแย้งทางการเมือง หรือไม่ก็ขัดผลประโยชน์ของนักธุรกิจบางพวกบางกลุ่ม ก็คือ เรื่องขององค์กรจัดเก็บค่าลิขสิทธิ์ เรื่องของการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านกฎหมาย และการเข้าร่วมมีบทบาทในเวทีทรัพย์สินทางปัญญาระหว่างประเทศ โดยเฉพาะประเด็นหลังนี้ จะมีเรื่องของการเข้าเป็นสมาชิกความตกลงต่างๆ ระหว่างประเทศ เช่น ความตกลงเฮก ในเรื่องสิทธิบัตรออกแบบ ความตกลงหรือพิธีสารมาดริด ในเรื่องเครื่องหมายการค้า เป็นต้น เนื่องจากการจะเข้าเป็นสมาชิกความตกลงเหล่านี้ จำเป็นต้องมีการแก้ไขปรับปรุงกฎหมายหรือพระราชบัญญัติที่เกี่ยวข้องเพื่อรองรับการเข้าเป็นสมาชิก ซึ่งการปรับปรุงหรือแก้ไขกฎหมายทั้งหลายนี้ จะมีกระบวนการและขั้นตอนที่ค่อนข้างยาวนาน ตั้งแต่การพิจารณาของคณะกรรมการพัฒนากฎหมาย ไปยังคณะกรรมการกฤษฎีกา การหารือกับผู้เกี่ยวข้อง หรืออาจต้องไปถึงขั้นตอนการทำประชามติ การเสนอเข้าสภาซึ่งอาจต้องมีการตั้งกรรมาธิการร่วม ดังนั้น การที่มีเวลาเหลืออีกเพียง 1 ปี หรืออย่างมากก็ 2 ปี ดูช่างน่าหวาดเสียวมากว่าจะดำเนินการต่างๆ ได้ทันหรือไม่ ยิ่งปัญหาการเมืองลากกันไปนานเท่าใด โอกาสจะล่าช้าก็มีมากเท่านั้น คงจะได้แต่ภาวนาให้รักษาการรัฐบาลชุดนี้จะทำอะไรที่เป็นประโยชน์กับประเทศชาติสักครั้งเถอะ

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท