
ทร.ซัดตำรวจเกียร์ว่างฉะผู้มีอำนาจรัฐโกหก
พล.ร.ต.วินัย กล่อมอินทร์ ผบ.หน่วยบัญชาการสงครามพิเศษทางเรือ กล่าวผ่านรายการเจาะลึกทั่วไทยอินไซด์ไทยแลนด์ทางสปริงนิวส์ โดยยืนยันอีกครั้งว่า ทหารเรือไม่ได้เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์คนร้ายปาระเบิดที่อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิตามที่ตำรวจได้นำภาพมาเผยแพร่ ว่า หน้าคล้ายหนึ่งในสามนาวิกโยธิน หรือหน่วยซีลที่ถูกควบคุมตัวก่อนหน้านี้ ขอยืนยัน 100% เราไม่ได้ทำ และไม่รู้จะทำไปทำไม
พล.ร.ต.วินัย กล่อมอินทร์ ผบ.หน่วยบัญชาการสงครามพิเศษทางเรือ กล่าวผ่านรายการเจาะลึกทั่วไทยอินไซด์ไทยแลนด์ทางสปริงนิวส์ โดยยืนยันอีกครั้งว่า ทหารเรือไม่ได้เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์คนร้ายปาระเบิดที่อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิตามที่ตำรวจได้นำภาพมาเผยแพร่ ว่า หน้าคล้ายหนึ่งในสามนาวิกโยธิน หรือหน่วยซีลที่ถูกควบคุมตัวก่อนหน้านี้ ขอยืนยัน 100% เราไม่ได้ทำ และไม่รู้จะทำไปทำไม
ผบ.หน่วยบัญชาการสงครามพิเศษทางเรือ กล่าวว่า เชื่อว่าคนร้ายเป็นกลุ่มชายชุดดำที่ก่อความรุนแรงช่วงปี 2553 ดูจากพฤติกรรมการขว้างระเบิดก็สะท้อนได้ และตั้งข้อสังเกตว่า เหตุใดตำรวจซึ่งมีอำนาจหน้าที่โดยตรง ถึงไม่สามารถจับคนร้ายที่ก่อเหตุป่วนรายวันได้ เรื่องแค่นี้ทำไมจับไม่ได้ ทั้งที่ตำรวจมีหูตาเป็นสับปะรดมากกว่า อยู่ทุกท้องที่ สายสืบมีเยอะ ก็ไม่เข้าใจทำไมถึงปล่อยปละละเลย
พล.ร.ต.วินัย กล่าวว่า ขณะนี้ประชาชนไม่เชื่อถือผู้มีอำนาจ เพราะว่าโกหกตลอด ทีวีที่ออกข่าว คนที่เข้าถึงสื่อ ก็ไม่ดูแล้ว
“คนทั้งประเทศเขาก็รู้ ประชาชนคนไทยเขากินข้าวไม่ได้กินอย่างอื่น โดยเฉพาะคนมีความรู้เขาก็มองออกว่าอะไรเป็นอะไร ฉะนั้นสิ่งที่ทำอยู่ในปัจจุบัน ผมว่าเลิกเถอะครับ คนไทยจะได้ไม่ฆ่ากัน มันไม่ควรเกิดขึ้น ใครทำอะไรก็รู้อยู่แก่ใจ กฎแห่งกรรมเป็นกรรมที่แท้จริง จะตอบสนองเขาเหล่านั้นเอง”
พล.ร.ต.วินัย กล่าวว่า เมื่อคืนวันที่ 20 ม.ค. มีการขนคนเขมรเข้ามาประมาณ 10 คันรถตู้จากชายแดนฝั่งตะวันออกเพื่อเข้ามาก่อความไม่สงบ ฉะนั้นเป็นหน้าที่ของตำรวจที่ต้องดูแล
เมื่อถามว่า ผู้มีอำนาจรัฐปัจจุบันจะเล่นเกมแรงหรือไม่ พล.ร.ต.วินัย กล่าวว่า มันแรงมาเรื่อย ทั้งที่มวลมหาประชาชนเขาไม่ได้ทำความเสียหายอะไร แค่มาชุมนุม ร้านค้าก็ขายดี
พล.ร.ต.กาญจน์ ดีอุบล เลขานุการกองทัพเรือ ชี้แจงว่า กรณีที่มีการก่อเหตุโยนระเบิดใส่ผู้ชุมนุม ณ อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ เมื่อวันที่ 19 ม.ค.ที่ผ่านมานั้น สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้ยืนยันแล้วว่า ผู้ก่อเหตุไม่ใช่กำลังพลของกองทัพเรือตามที่มีการเผยแพร่กันในโซเชียลมีเดีย โดยได้มีการออกหมายจับแล้ว และจะดำเนินการตามกฎหมายต่อไป
นอกจากนี้ ผู้บัญชาการทหารเรือ (ผบ.ทร.) ได้สั่งการให้กองเรือยุทธการ ซึ่งเป็นหน่วยต้นสังกัดแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนกำลังพลทั้ง 3 นาย ขณะนี้ได้ผลสรุปว่ากำลังพลทั้งสามอยู่ในชุดตรวจค้น สนับสนุนชุดปฏิบัติการพิเศษ ศูนย์อำนวยการพลังแผ่นดินเอาชนะยาเสพติดกองทัพเรือ (ศพส.ทร.) และมีการลงคำสั่งให้ไปปฏิบัติหน้าที่อย่างถูกต้องตามระเบียบที่เกี่ยวข้องจริง โดยคำสั่งดังกล่าวมีจำนวนเจ้าหน้าที่รวม 10 นาย ขณะที่ถูกจับกุมทั้ง 3 นาย กำลังปฏิบัติหน้าที่ติดตามข่าวยาเสพติดอย่างต่อเนื่อง จากพื้นที่ภาคตะวันออกเข้ามาในพื้นที่ กทม. เมื่อเกิดเหตุ ผบ.ทร.ได้สั่งการให้ชุดปฏิบัติการกลับเข้าที่ตั้งปกติเพื่อป้องกันการเข้าใจผิด และป้องกันการกล่าวอ้างที่จะเป็นเหตุให้เกิดความขัดแย้งในการชุมนุม รวมทั้งเพื่อความสะดวกในการสืบสวนสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ
พล.ร.ต.กาญจน์ กล่าวว่า กรณีที่ทหารเรือทั้ง 3 นาย มีบัตรของเครือข่ายนักศึกษาประชาชนปฏิรูปประเทศไทย (คปท.) นั้น จากการตรวจสอบได้ใช้เป็นบัตรผ่านทาง เพื่อให้สามารถเข้าไปปฏิบัติหน้าที่ซึ่งต้องผ่านเข้าไปยังพื้นที่การชุมนุม สำหรับกรณียานพาหนะและอาวุธนั้นเป็นของทางราชการ มีการเบิกจ่ายอย่างถูกต้องตามระเบียบทุกประการ เพื่อใช้เดินทางและป้องกันตนเองในขณะปฏิบัติหน้าที่







