
ประกันไม่คุ้มครองเชื่อต่างชาติไม่เผ่น
หลังรัฐบาลประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน หลายฝ่ายต่างวิตกกังวลว่าสถานการณ์จะนำไปสู่ความรุนแรงมากขึ้น
หลังรัฐบาลประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน หลายฝ่ายต่างวิตกกังวลว่าสถานการณ์จะนำไปสู่ความรุนแรงมากขึ้น
พุทธิพงษ์ ด่านบุญสุต รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท ไทยเศรษฐกิจประกันภัย กล่าวว่า ผู้ที่ทำประกันอุบัติเหตุส่วนบุคคลหรือพีเอ หรือประกันภัยรถยนต์ต้องดูแลตัวเองให้ดี อย่าเข้าไปในพื้นที่เสี่ยงตามที่รัฐบาลได้ประกาศไว้ เพราะหากเกิดเหตุ ตามเงื่อนไขกรมธรรม์จะไม่ให้ความคุ้มครองกรณีเกิดการจลาจลหรือเกิดการชุมนุมทางการเมือง แม้ผู้เอาประกันจะได้รับเหตุที่เกิดขึ้นจากความตั้งใจหรือถูกลูกหลงก็ตาม
ขณะที่ ตนุภัทร รัตนพูลชัย ผู้ช่วยเลขาธิการ สายคุ้มครองสิทธิประโยชน์ สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) กล่าวว่า การคุ้มครองหรือไม่คุ้มครองนั้น คงต้องพิจารณารายกรณี ไม่สามารถระบุได้ว่า เมื่อเกิดเหตุในพื้นที่ชุมนุมหรือจลาจลแล้ว จะถูกยกเว้นความคุ้มครองทั้งหมด เช่น ถ้าขับรถยนต์ติดธงชาติบนถนนแล้วถูกทุบรถ ไม่ให้ความคุ้มครองก็คงไม่ได้
รังสรรค์ ศรีวรศาสตร์ ปลัดกระทรวงการคลัง กล่าวว่า การประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน จะกระทบกับเศรษฐกิจไทยบ้าง เพราะนักลงทุนจะไม่เชื่อมั่นมากขึ้น แต่เป็นเรื่องที่รัฐบาลต้องเสี่ยง เพราะหากประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน แล้วทุกอย่างจบ เศรษฐกิจก็จะดีขึ้นได้เร็ว แต่หากไม่จบเศรษฐกิจก็จะแย่ลงไปกว่าเดิมอีก
วัลลภ วิตนากร รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวว่า การประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน จะสร้างความกังวลให้แก่คู่ค้าของภาคธุรกิจมากขึ้น โดยเฉพาะคู่ค้าต่างชาติ ผู้ประกอบการควรจะเร่งทำความเข้าใจกับคู่ค้าว่าเป็นการดูแลความสุ่มเสี่ยงที่จะเกิดความรุนแรง แต่การผลิตและขนส่งสินค้ายังคงเป็นไปตามปกติ
พรศิลป์ พัชรินทร์ตนะกุล รองประธานสภาหอการค้าไทย กล่าวว่า คงไม่ทำให้บรรยากาศดีขึ้นแน่ อาจมีความรุนแรงเกิดขึ้นได้ ผลกระทบที่จะเกิดขึ้นทันทีคือ นักท่องเที่ยวจะไม่เดินทางมาไทยแน่นอน ส่วนทางด้านการค้าการลงทุนคงไม่เกิดผลทันที
อุดม วงศ์วิวัฒน์ไชย เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) กล่าวว่า ยังไม่แน่ใจว่าจะกระทบต่อบรรยากาศการลงทุนและความเชื่อมั่นของนักลงทุนมากน้อยเพียงใด แต่ก่อนหน้านี้ นักลงทุนส่วนใหญ่ยังคงเข้าใจสถานการณ์ในประเทศไทยว่าเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นระยะสั้นและจะสงบลง
ด้านตลาดทุนนั้น จรัมพร โชติกเสถียร กรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย กล่าวว่า การประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน เป็นสิ่งที่ตลาดหุ้นคาดการณ์ก่อนหน้านี้และปรับตัวลงมาแล้ว ดังนั้นคงจะมีผลกระทบต่อการลงทุนไม่มากนัก หุ้นจะปรับขึ้นหรือลงแรง คงมาจากปัจจัยอื่นมากกว่า
นอกจากนี้ นักลงทุนต่างชาติได้ขายหุ้นไทยออกมามากแล้ว นับตั้งแต่ต้นปี 2556 จนถึงปัจจุบันเกือบ 2 แสนล้านบาท คงจะขายอีกไม่มากแล้ว
“ผมไม่เคยได้ยินว่า กองทุนต่างชาติจะต้องขายหุ้นออกหากประเทศไหนใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน และนโยบายการลงทุนของแต่ละกองทุนเป็นความลับ ไม่มีการประกาศออกมา” จรัมพร กล่าว
ภัทธีรา ดิลกรุ่งธีระภพ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทหลักทรัพย์ ดีบีเอส วิคเคอร์ส (ประเทศไทย) ในฐานะนายกสมาคมบริษัทหลักทรัพย์ไทย กล่าวว่า การประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน แสดงว่าเหตุการณ์ผิดปกติ จึงเป็นการเตือนให้นักลงทุนระมัดระวังการซื้อขายมากขึ้น สำหรับนักลงทุนต่างชาติที่ขายหุ้นไทยออกมามากแล้ว คงเหลือที่จะทิ้งอีกไม่มากนัก จึงไม่น่ากลัว แต่ไม่เป็นผลดีต่อตลาด เรื่องการใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉินนานถึง 60 วัน
ขณะที่ วิน อุดมรัชตวนิชย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนรวม วรรณ กล่าวว่า นักลงทุนต่างชาติน่าจะมีความกังวลต่อการประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน หากนักลงทุนต่างชาติจะขายหุ้นออกมาอีกก็คงจะเหลืออีกประมาณ 1 แสนล้านบาทเท่านั้น เพราะที่ผ่านมาขายหุ้นออกมาอย่างต่อเนื่องแล้ว







