
มติครม.ประกาศพรก.ฉุกเฉิน60วัน
ครม.มีมติประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน 60 วัน ในพื้นที่กทม.-บางส่วนของสมุทรปราการ นนทบุรี ปทุมธานี เริ่ม22 ม.ค. ตั้งศูนย์รักษาความสงบให้ "เฉลิม"คุม
ครม.มีมติประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน 60 วัน ในพื้นที่กทม.-บางส่วนของสมุทรปราการ นนทบุรี ปทุมธานี เริ่ม22 ม.ค. ตั้งศูนย์รักษาความสงบให้ "เฉลิม"คุม
เมื่อวันที่ 21 ม.ค.นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล รักษาการรองนายกรัฐมนตรี และรมว.การต่างประเทศ เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.) ว่า ที่ประชุมครม.เห็นชอบประกาศพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) ในสถานการณ์ฉุกเฉินฯ เนื่องจากเห็นว่าการชุมนุมของนายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส.และพวก ได้ละเมิดกฎหมายปิดสถานที่ราชการ สถาบันการเงิน ทั้งยังข่มขู่ข้าราชการไม่ให้ปฏิติหน้าที่
นอกจากนี้ยังมีผู้ไม่หวังดีสร้างสถานการณ์จนเกิดความสูญเสีย บาดเจ็บ ล้มตาย ดังนั้นทางรัฐบาลจึงมีความจำเป็นที่จะต้องบังคับใช้กฎหมายต่อผู้กระทำผิด ซึ่งในการดำเนินการทางรัฐบาลจะยึดหลักสากล และการประกาศ พรก.ฉุกเฉินฯในครั้งนี้ต้องการสนับสนุนให้ประชาธิปไตยเดินหน้า และในวันที่ 22 ม.ค.ทางกระทรวงการต่างประเทศได้นัดทูตานุทูตจากทั่วโลก เข้ามารับฟังคำชี้แจงเหตุผลของรัฐบาลที่มีความจำเป็นต้องประกาศใช้ พรก.ฉุกเฉินฯ ที่กระทรวงการต่างประเทศ
ด้าน ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รมว.กระทรวงแรงงาน กล่าวว่าในวันที่ 22 ม.ค. เวลา 13.00 น.จะแถลงข่าวแนวทางการทำงานในการดูแลสถานการณ์ความไม่สงบทางการเมือง ซึ่งในการทำงานยืนยันว่ารัฐบาลจะไม่ใช้ความรุนแรงด้วยวิธีการสลายการชุมนุมด้วยอาวุธร้ายแรงอย่างแน่นอน แต่จะยึดตามหลักสากลในการดำเนินการตามหลักกฎหมายในการแก้ไขปัญหา
"อยากเรียกร้องให้นายสุเทพจงมอบตัวกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ เนื่องจากมีฐานความผิดเป็นกบฏและได้กระทำผิดละเมิดกฎหมายอาญามีหมายจับศาลด้วย และยืนยันว่าในการประกาศ พรก.ฉุกเฉินฯ ในครั้งนี้ได้มีการหารือกับบรรดาผู้นำเหล่าทัพแล้ว แต่บางเรื่องเป็นความลับไม่อาจเปิดเผยได้"ร.ต.อ.เฉลิมกล่าว
ด้าน พล.ท.ภราดร พัฒนถาบุตร เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) กล่าวว่าโครงสร้างใหม่ในการดูแลสถานการณ์ภายหลังมีการประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ในพื้นที่เดิมตาม พรบ.ความมั่นคงภายในราชอาณาจักร หรือ พรบ.มั่นคงฯ คือ พื้นที่ กทม. จ.นนทบุรี จ.สมุทรปราการ เฉพาะ อ.บางพลี และ จ.ปทุมธานี เฉพาะ อ.ลาดหลุมแก้ว ระยะเวลา 60 วัน
ทั้งนี้ที่ประชุมเห็นชอบจัดตั้งศูนย์รักษาความสงบ (ศรส.) ภายใต้การกำกับดูแลบัญชาการสถานการณ์และคุมกำลังเจ้าหน้าที่โดย ร.ต.อ.เฉลิม ในฐานะรัฐมนตรีที่ได้รับมอบหมายเป็นผู้อำนวยการ ศรส.บัญชาการสั่งการสูงสุด พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผบ.ตร. ในฐานะหัวหน้าส่วนรับผิดชอบส่วนงานด้านคุมกำลัง และหน่วยงานเฉพาะกิจจากฝ่ายความมั่นคงเข้าร่วมโดยมีตัวแทนจากทุกเหล่าทัพ ทั้งกองทัพบก กองทัพเรือ กองทัพอากาศ และตัวแทนผู้บัญชาการทหารสูงสุดส่งตัวแทนร่วมเป็นกรรมการครบถ้วน
สำหรับนายสุรพงษ์ จะไปกำกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ(สตช.)แทน พล.ต.อ.ประชา พรหมนอก รองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายความมั่นคง ซึ่งเดิมนายสุรพงษ์ กำกับศูนย์อำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อย (ศอ.รส.)และ พล.ต.อ.ประชา กำกับ สตช. อย่างไรก็ตามโครงสร้างการทำงานทั้งหมดจะมีความชัดเจนในวันที่ 22 ม.ค.







