
เวทีอนุสาวรีย์ฯเข้มติดวงจรปิด-เพิ่มจุดตรวจ
กปปส.อนุสาวรีย์ชัยฯเข้มความปลอดภัย เพิ่มจุดตรวจ ติดตั้งกล้องวงจรปิด
กปปส.อนุสาวรีย์ชัยฯเข้มความปลอดภัย เพิ่มจุดตรวจ ติดตั้งกล้องวงจรปิด
เมื่อวันที่ 21 ม.ค.พ.ต.อ.ชูศักดิ์ เตชะรักษ์พงษ์ รอง ผบก.น.1 พ.ต.ท.เอกรัตน์ เปาอินทร์ รอง ผกก.ป.สน.ชนะสงคราม ในฐานะผู้ดูแลจุดตรวจในพื้นที่รอบอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ พร้อมด้วยนายถาวร เสนเนียม แกนนำ กปปส. เปิดเผยว่า สามารถจับกุมผู้ต้องหาภายในรถที่ฝ่าด่านตำรวจจากถนนพญาไท และด่านของการ์ด กปปส.ได้ 1 คน เป็นผู้หญิง ขณะที่ผู้ต้องชาย 2 คน สามารถหลบหนีไปได้ จากการสอบสวนคาดว่าเป็นกลุ่มผู้ค้ายาเสพติด หรือขบวนการโจรกรรมรถยนต์ ไม่ใช่กลุ่มที่เข้ามาสร้างสถานการณ์หรือก่อเหตุป่วนการชุมนุม
นอกจากนี้ ยังได้เริ่มตั้งจุดตรวจการรักษาความปลอดภัยในพื้นที่ โดยเพิ่มจุดตรวจรอบอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิทั้งหมด 4 จุด มีกำลังตำรวจประจำจุดละ 5 นาย พร้อมด้วยตำรวจเดินเท้าในเครื่องแบบชัดเจน รวมทั้งยังได้ตั้งกองอำนวยการตำรวจอยู่บริเวณหน้าโรงพยาบาลราชวิถี โดยการทำงานจะเริ่มตั้งแต่เวลา 08.00-20.00 น. สำหรับช่วงกลางคืนที่ถือว่ามีความเสี่ยงสูงเนื่องจากเป็นยามวิกาล จะมีการตั้งจุดตรวจเพิ่มขึ้นอีก 1 จุด ตั้งแต่เวลา 21.00-05.00 น. โดยจะตั้งบริเวณโรงพยาบาลราชวิถี การทำงานดังกล่าวจะมีการประสานงานร่วมกับการ์ด กปปส.ตลอดเวลา
สำหรับการรักษาความปลอดภัย การ์ดอาสายังออกประจำจุดต่าง ๆ โดยเฉพาะบริเวณเวทีปราศรัยค่อนข้างเข้มงวด และมีการตระเวนตรวจตราตามซอยต่าง ๆ ขณะที่เจ้าหน้าที่เทศกิจของกรุงเทพมหานคร (กทม.) ตั้งจุดหน่วยประจำการอยู่ที่บริเวณใต้สะพานลอยข้างโรงพยาบาลราชวิถี ตลอด 24 ชั่วโมง ซึ่งจะมีการเดินตรวจบริเวณทางเดินสกายวอล์คเชื่อมต่อสถานีรถไฟฟ้าบีทีเอส สถานีอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ อีกทั้งมีเจ้าหน้าที่ทหารประจำการอยู่หลายจุดรอบนอกพื้นที่อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ เพื่อดูแลความเรียบร้อย
นายถาวร กล่าวว่า วันนี้มีการติดตั้งกล้องวงจรปิดทั้งหมด 28 ตัว โดยรอบบริเวณพื้นที่ชุมนุมอนุสาวรีย์ฯ ภายหลังเหตุปาระเบิดเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ซึ่งปกติ ในบริเวณดังกล่าวมีกล้องวงจรปิดของกรุงเทพมหานครและเอกชนประมาณ 16 ตัว แต่ถูกถุงดำคลุมเอาไว้ เพราะไม่มั่นใจว่ามีกลุ่มใดบ้างที่สามารถดูความเคลื่อนไหวของผู้ชุมนุมจากกล้องของกทม.และเอกชนเหล่านี้ อีกทั้ง หากเกิดเหตุรุนแรงขึ้นอีก การขออนุญาตภาครัฐดูภาพจากกล้องวงจรปิดต้องผ่านหลายขั้นตอน
นายสัญญา จันทรรัตน์ ที่ปรึกษาผู้ว่ากรุงเทพมหานคร กล่าวว่าได้พูดคุยกับนายถาวร ให้นำถุงดำออกที่การ์นำไปคลุมกล้องวงจรปิดออก เพื่อให้กล้องสามารถทำงานได้ตามปกติว่า โดยอธิบายว่า การติดตั้งกล้องวงจรปิดมีเจตนาเพื่อดูแลความปลอดภัยของประชาชน แต่เมื่อประชาชนที่อยู่ตรงนี้เห็นว่าไม่ได้รับผลประโยชน์ อีกทั้ง อาจถูกจับตามองความเคลื่อนไหว ดังนั้น การนำถุงดำมาคลุมก็สามารถกระทำได้ เพราะต้องยอมรับว่าภาพจากกล้องวงจรปิดตรงนี้ไม่สามารถควบคุมได้เต็มที่ ผู้ที่ไม่หวังดีอาจเข้ามาดูความเคลื่อนไหวของการ์ดหรือแกนนำซึ่งอาจส่งผลต่อความปลอดภัยของประชาชนได้
การ์ดของกลุ่มกปปส. เวทีอนุสาวรีย์ชัยฯ กล่าวว่า กล้องวงจรปิดในบริเวณพื้นที่ชุมนุม โดยเฉพาะที่ใกล้กับเวทีแกนนำ ถูกคลุมด้วยถุงดำตั้งแต่ย้ายมาปักหลักที่นี่ เพราะไม่แน่ใจและไม่ไว้ใจว่ากล้องวงจรปิดดังกล่าวเป็นของใคร เป็นของรัฐบาลหรือไม่ และอาจถูกเล่นงานได้ง่าย
นอกจากนี้ เมื่อเวลา 12.00 น. การ์ด กปปส.ได้ นำชาย 3 คนมาพบเจ้าหน้าที่ตำรวจบริการและรักษาความปลอดภัยประชาชน อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ โดยตรวจสอบบัตรประจำตัว พบว่า เป็นชาวกัมพูชา การ์ดได้เข้าควบคุมตัวเนื่องจากชายดังกล่าวปฏิเสธที่จะให้ตรวจกระเป๋าสัมภาระ แต่จากการตรวจค้นก็ไม่พบสิ่งผิดปกติใด ๆจึงได้ปล่อยตัวไป







