posttoday
แด่....ความปรองดอง

แด่....ความปรองดอง

09 พฤษภาคม 2553

.....อภิวัจ สุปรีชาวุฒิพงศ์

วิกฤตการเมือง ซึ่งเสมือนช่วงเวลาแห่งฝันร้ายของสังคมไทยค่อยๆ เข้าสู่บรรยากาศของการคลี่คลาย หลังจากความรุนแรงและการสูญเสียในทุกด้านกดดันให้ผู้คนเข้าสู่ความโกรธแค้นเกลียดชัง

ใช่เพียงแค่สองเดือนนับจากผ่านฟ้าลีลาศถึงสี่แยกราชประสงค์ ที่เสียงปืน เสียงระเบิด ความหวาดผวาเข้าเกาะกุมความรู้สึกของผู้คนกลางเมืองหลวง แต่เป็นช่วงเวลาอันยาวนาน ซึ่งก่อนหน้านี้กลุ่มสีต่างๆ ได้ผลัดกันเข้ามาก่อภาวะเช่นว่านี้ ภายใต้ข้ออ้างการต่อสู้เพื่อความเป็นธรรม แต่สิ่งใดเล่าคือเนื้อแท้ของความเป็นหรือไม่เป็นธรรม ทุจริตเชิงนโยบาย เอื้อประโยชน์ต่อตนเอง ครอบครัว เครือญาติ พวกพ้อง ขายสมบัติชาติ สองมาตรฐาน ทำลายประชาธิปไตย ละเลยทุกข์ยากปัญหาคนชั้นรากหญ้า ฯลฯ

หากคำถามถึงความเป็นธรรมเหล่านี้ยังคงอยู่ ความวุ่นวายและความรุนแรงที่เคยเกิดขึ้นเทียบไม่ได้เลยกับสิ่งที่จะเกิดขึ้นตามมาในภาวะสังคมแตกสลาย กลไกโครงสร้างทางสังคมไม่ได้รับความเชื่อถือศรัทธา เนื่องจากไม่สามารถทำหน้าที่เพื่อรักษาความเป็นธรรม และผู้คนมองเห็นสีที่แตกต่างกันเป็นศัตรูที่ต้องทำลายล้าง

แม้วันนี้รัฐบาลจะใช้กำลังเข้าสลายการชุมนุม จับกุมแกนนำเสื้อแดงได้ทั้งหมด แต่ปัญหาก็ใช่ว่าจะจบสงบลงไปได้ มิใช่แค่มวลชนเสื้อแดงที่ยังฝังตัวในพื้นที่ต่างจังหวัด การลุกฮือขึ้นของผู้คนแม้จะน่าหวาดหวั่น แต่ก็เพียงแค่ชั่วครู่เวลา หากรัฐมีอำนาจที่เหนือกว่าก็อาจควบคุมให้สถานการณ์กลับเข้าสู่ภาวะปกติได้ในไม่ช้า

แต่สิ่งที่น่าวิตกอย่างยิ่งคือคำถามและแนวคิดการสร้างความเป็นธรรม ซึ่งเสมือนโรงงานแหล่งผลิตบ่มเพาะนักต่อสู้รุ่นใหม่ให้เกิดขึ้น และสืบทอดภารกิจต่อสู้ทวงถามถึงความเป็นธรรมต่อไปอย่างไม่สิ้นสุด

ความเป็นธรรมจึงเป็นโจทย์ใหญ่ที่สังคมไทยกำลังเผชิญ การทำให้ผู้คนทั้งแผ่นดินรู้สึกร่วมกันได้ถึงความเป็นธรรม จึงเป็นสิ่งที่สังคมไทยภายใต้วัฒนธรรมอุปถัมภ์ที่ฝังรากมายาวนานไม่คุ้นเคย และอาจไม่เข้าใจ

ความไม่เข้าใจทำให้ไม่ตระหนักและริเริ่มเปลี่ยนแปลงปรับตัว ในสายตานักการทหารประวัติศาสตร์สงครามตั้งแต่อดีตจวบจนปัจจุบันเป็นที่ประจักษ์ชัดเจนว่า ถ้าสู้ในสงครามที่ไม่เข้าใจ ต้องทำทุกวิถีทางเพื่อให้เข้าใจ เพราะในสงครามนั้นใครไม่ปรับตัว คนนั้นแพ้

การสร้างความเป็นธรรมอาจเริ่มต้นว่า เรา “รู้สึก” อย่างไรกับ “ความยุติธรรม” เรารู้สึกอย่างไรกับเรื่องราวของผู้คนที่แม้จะร่วมสังคมไทย แต่ก็ห่างไกลกันสุดกู่

เรารู้สึกอย่างไรบ้าง หากได้รับรู้เรื่องราวชาวบ้านตัวเล็กๆ ที่วิถีชีวิตอยู่กับการหาปลาแลกเงิน แล้ววันหนึ่งการเกิดขึ้นของเขื่อนผลิตไฟฟ้ามหึมา ทำให้สิ่งที่เขาเคยเป็นมาตลอดทั้งชีวิตเปลี่ยนแปลงไป เรารู้สึกอย่างไรกับครอบครัวที่เคยมีบ้านหลังใหญ่ อยู่ร่วมพร้อมหน้าปู่ ย่า พ่อ แม่ ซึ่งหายไปกับเหมืองแร่ขนาดใหญ่ และโรงงานอุตสาหกรรม เงินชดเชยที่อาจเรียกได้ว่ามหาศาลสำหรับชาวบ้าน จะมีค่าเหลือสักเท่าไหร่เมื่อชีวิตชาวนาชาวไร่ต้องกลายมาเป็นคนงานในเมือง และเรารู้สึกอะไรอีกบ้าง มากไปกว่าความหงุดหงิดใจที่รถติด จากการปิดถนนประท้วง ราคาผลผลิตตกต่ำของกลุ่มเกษตรกร

เรื่องเล่า เรื่องราว ของพี่น้องร่วมสังคมไทยที่เผชิญปัญหาสารพันเหล่านี้ ส่งผลต่อความคิดของเรา คนเมือง ชนชั้นกลางที่มีความสามารถในการแสวงหาโอกาสใหม่ๆ ให้ชีวิต

ที่ผ่านมา ในช่วงเวลาที่เปิดโอกาสให้ผู้คนแข่งขันกันใช้ศักยภาพแสวงหาประโยชน์ภายใต้แนวคิดเสรีนิยมและการค้าเสรี เราเข้าใจและรู้สึกทุกข์ร้อนร่วมกับเพื่อนร่วมชาติที่ประสบชะตากรรมดังเช่นที่ยกตัวอย่างมาแค่ไหน

ข้อเสนอเพื่อสร้างความปรองดองของนายกรัฐมนตรี ซึ่งจุดเน้นหนึ่งคือการสร้างความเป็นธรรม แม้จะริเริ่มได้ช้ากว่าที่ควร แต่ก็ยังไม่สายกับการตั้งหลักปรับตัว ปรับสมดุล ปฏิรูปโครงสร้างของสังคมใหม่ ซึ่งความเป็นธรรมต้องมีความหมายที่ลึกซึ้งและกว้างไกลกว่าความอยู่ดีกินดี ประเด็นหนึ่งที่ควรต้องให้ความสำคัญ คือการจัดการความขัดแย้ง สร้างกระบวนการให้ผู้คนได้มีโอกาสต่อสู้เพื่อความเป็นธรรม ลดแรงกดดันมหาศาลที่เกิดจากการไม่มีช่องระบาย

การเปิดโอกาสให้ทุกฝ่ายเข้าร่วมในการจัดทำข้อเสนอเพื่อปฏิรูปสังคมไทย แน่นอนว่าการหลอมรวมแนวคิดหลากหลายกระทั่งตกตะกอนมิใช่เรื่องง่าย และต้องใช้เวลา ยิ่งเวลาผ่านไปท่ามกลางเชื้อความขัดแย้งที่ยังคงอยู่ สถานการณ์อาจพลิกผันได้ทุกขณะ การสร้างความปรองดองจึงเป็นการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า เสมือนพักรบชั่วคราว แต่สงครามใหญ่นั้นยังไม่สงบ

ฉะนั้น ไม่ว่าเฉพาะหน้าจะปรองดองกันได้หรือไม่ แต่ในระยะยาวการปฏิรูปสังคมไทยอาจเป็นเส้นทางสายเดียวที่บังคับให้เราต้องเดิน ก่อนความขัดแย้งจะนำพาเราไปสู่การล่มสลาย

ข่าวล่าสุด

‘สุชาดา’ ปฏิเสธเอี่ยวเว็บพนัน ยัน FBI-SEC ไม่พบชื่อสามี

‘สุชาดา’ ปฏิเสธเอี่ยวเว็บพนัน ยัน FBI-SEC ไม่พบชื่อสามี