
บิ๊กตู่ลั่นยังไม่ถึงเวลาของทหาร
พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) ได้กล่าวเปิดใจครั้งสำคัญกับผู้สื่อข่าวอีกครั้งเมื่อวานนี้
พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) ได้กล่าวเปิดใจครั้งสำคัญกับผู้สื่อข่าวอีกครั้งเมื่อวานนี้ ถึงท่าทีและจุดยืนทางการเมืองของกองทัพ ท่ามกลางกระแสข่าวว่าทหารจะออกมาทำการรัฐประหาร ซึ่ง ผบ.ทบ.ได้ยืนยันว่ายังไม่ใช่เวลาที่กองทัพจะออกมาแก้ไขปัญหา
พล.อ.ประยุทธ์ บอกเสียงดังฟังชัดว่า การทำงานในทุกวันนี้ ต้องผ่านคณะทำงาน ไม่ว่าจะเป็นการตัดสินใจจะดำเนินการอะไรต้องใคร่ครวญรอบคอบ จะตัดสินด้วยความเกลียดชังใครไม่ได้ ที่ผ่านมากองทัพบกได้สนับสนุนทุกส่วนราชการเพื่อให้เกิดการทำหน้าที่ให้ดีที่สุด ไม่ได้ให้น้ำหนักไปทางฝั่งใดฝั่งหนึ่ง ซึ่งแสดงให้เห็นว่ากองทัพยังเป็นทหารของชาติและประชาชนเสมอ ยืนยันว่าทหารทุกคนทำงานเต็มที่ ตามคำสั่งและนโยบายที่ได้รับมอบหมายทุกประการ และยังอยู่ในกรอบระเบียบวินัยของทหารทุกประการ
“ผมไม่อยากย้อนไปในเวลาที่เจ็บปวดของทหาร เพราะปี 2553 เราออกมาทำงานด้วยใจที่บริสุทธิ์ ทำตามหน้าที่ตามสถานการณ์และความรับผิดชอบ เพราะมีการใช้อาวุธสงครามยิงใส่ประชาชนและสถานที่ราชการ แต่สถานการณ์วันนี้คนละบริบทกัน และยังไปไม่ถึงจุดนั้น ดังนั้นทหารไม่น่าจะออกมาทำอะไรได้ อย่ามาว่าผมไม่ทำหน้าที่ ทหารทุกคนเสียสละอยู่แล้ว ทุกวันนี้ทหารทำหน้าที่ได้เกิน 100 เปอร์เซ็นต์ด้วยซ้ำ อย่าไปลือกันให้เสียหาย เพราะที่ลือกันยังไม่มีสิ่งไหนเกิดขึ้นจริงสักเรื่อง ปั้นน้ำกันเป็นตัวกันทุกวัน ผมยืนยันว่าเราจะทำหน้าที่ของทหารให้ดีที่สุดด้วยเกียรติทหาร” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว
ผบ.ทบ.กล่าวอีกว่า การพูดอะไรก็ตามที่มีผลให้ทหารเสียหายถือเป็นการบ่อนทำลายกองทัพ ซึ่งกองทัพคงไม่ยอม เพราะทหารทุกคนรักเกียรติยศและศักดิ์ศรี สิ่งที่รู้สึกกังวลคือความไม่ไว้วางใจเจ้าหน้าที่ และมาพาดพิงถึงทหารว่าไม่ออกมาทำหน้าที่ อยากให้สังคมเข้าใจบทบาทหน้าที่ของทหารที่มีการแยกแยะภารกิจตามกฎหมาย การที่ทหารออกมาทำงานวันนี้ไม่ได้มีความขัดแย้งหรือมีปัญหากับใคร ที่ผ่านมาได้ย้ำเสมอว่าให้ทหารทุกนายปฏิบัติหน้าที่ด้วยความระมัดระวัง ดูแลความปลอดภัยประชาชน และประสานงานกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ
“วันนี้มีหลายกลุ่มที่ออกมาทั้งเห็นด้วย ไม่เห็นด้วย และกลุ่มที่อยู่ตรงกลาง ประเทศไทยเป็นอะไร จะอยู่ท่ามกลางความแตกแยกแบบนี้ แล้วจะชนะกันอย่างไร คิดว่าทุกฝ่ายต้องหันกลับมามอง สิ่งไหนที่เห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วย ก็หาจุดที่ตรงกลาง” ผบ.ทบ.กล่าว
ขณะเดียวกัน มีรายงานความเคลื่อนไหวของกองทัพบกที่สำคัญ 2 เรื่อง ได้แก่ 1.อาวุธยุทโธปกรณ์บางส่วนที่ได้ใช้ในงานสวนสนามเนื่องในโอกาสวันกองทัพไทยเมื่อวันที่ 18 ม.ค.ที่ผ่านมา ยังไม่ได้ถูกเคลื่อนย้ายกลับไปยังหน่วยทหารต้นสังกัดตามต่างจังหวัด และ 2.การเลื่อนวันจัดงานเลี้ยงราตรีสโมสรในโอกาสวันกองทัพบกที่จะต้องเชิญยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม มาร่วมงานในวันที่ 21 ม.ค.ออกไปก่อน
พ.อ.วินธัย สุวารี รองโฆษกกองทัพบก ชี้แจงว่า สาเหตุที่ยุทโธปกรณ์บางส่วนที่มาสวนสนามวันกองทัพไทยยังไม่กลับหน่วยที่ตั้งปกติในต่างจังหวัด เพราะกองทัพต้องการให้หน่วยอื่นได้มีโอกาสได้ศึกษาและทำการฝึก ส่วนการเลื่อนงานราตรีในโอกาสวันกองทัพบกจากกำหนดการเดิมที่ต้องมีขึ้นในวันที่ 21 ม.ค. เพราะผู้บังคับบัญชาการระดับสูงมีภารกิจมาก และสถานการณ์บ้านเมืองในขณะนี้ยังไม่เรียบร้อย จึงได้เลื่อนจัดงานเลี้ยงดังกล่าวออกไปก่อน โดยไม่ได้มีนัยอะไรแต่อย่างใด
ด้าน ธิดา ถาวรเศรษฐ์ ประธานแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ระบุว่า ขณะนี้มีข้อสงสัยว่าเหตุใด พล.อ.ประยุทธ์ ถึงต้องมีคำสั่งให้ทหารบางหน่วยซ้อมรบในกรมทหารราบที่ 11 รักษาพระองค์ กทม. ตั้งแต่วันที่ 21 ม.ค.-31 มี.ค. 2557 ซึ่งเท่ากับว่ารถถังบางส่วนไม่ต้องกลับกรมกอง ทำให้เกิดข้อสงสัยว่าทำไมต้องใช้ระยะเวลาในการฝึกนานขนาดนี้ ดังนั้น ขอให้กองทัพบกออกมาชี้แจงและทำความเข้าใจในประเด็นนี้







