
กปปส.บุกดีเอสไอขอพบ"ธาริต"
กปปส.ราชประสงค์เคลื่อนขบวนไปซอฟต์แวร์ปาร์คขอพบ"ธาริต" ขณะที่ "นิรันดร์"ปะหน้าม็อบขณะกำลังจะขึ้นลิฟต์
กปปส.ราชประสงค์เคลื่อนขบวนไปซอฟต์แวร์ปาร์คขอพบ"ธาริต" ขณะที่ "นิรันดร์"ปะหน้าม็อบขณะกำลังจะขึ้นลิฟต์
เมื่อช่วงบ่ายวันที่ 20 ม.ค. กลุ่มผู้ชุมนุมกปปส.จากเวทีราชประสงค์ นำโดยนายพุฒิพงษ์ ปุณณกันต์ นายสกลธี ภัทริยกุล และนายชุมพล จุลใส ได้นำผู้ชุมนุมเคลื่อนขบวนไปที่อาคารซอฟต์แวร์ปาร์ค ถนนแจ้งวัฒนะ ซึ่งเป็นสถานที่ทำงานชั่วคราวของหน่วยงานในสังกัดกระทรวงยุติธรรม รวมทั้งกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) โดยกลุ่มผู้ชุมนุมได้พยายามขอเข้าพบกับนายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดดี ดีเอสไอ และประกาศให้เจ้าหน้าที่ดีเอสไอหยุดทำงาน โดยกำหนดให้ต้องออกจากสถานที่ดังกล่าวภายในครึ่งชั่วโมง
อย่างไรก็ตามหลังกลุ่มกปปส.เคลื่อนมาปิดล้อมอาคารซอฟต์แวร์ ปาร์ค ซึ่งเป็นอาคารเช่าของเอกชนทำให้พนักงานบริษัทที่ทำงานอยู่ในอาคารดังกล่าวที่อยู่ใกล้ช่วงพักกลางวันได้ทยอยเดินทางออกจากอาคาร
จากนั้นผู้ชุมนุมได้บุกมาถึงหน้าลิฟต์ซึ่งเป็นจังหวะเดียวกับที่ พ.ต.อ.นิรันดร์ อดุลยาศักดิ์ ผบ.สำนักคดีอาญาพิเศษ 1กำลังจะขึ้นลิฟท์ไปทำงานที่ชั้น 31 แกนนำจึงประกาศผ่านเครื่องขยายเสียงว่าผู้ที่กำลังจะเข้าลิฟท์คือพ.ต.อ.นิรันดร์ และจะเข้าไปล้อม ทำให้พ.ต.อ.นิรันดร์ตกใจหนีเข้าลิฟต์ ซึ่งภายในลิฟต์มีพนักงานผู้หญิงอยู่ด้วยสองคน แต่แกนนำได้กั้นประตูไม่ให้ปิด และขอให้พ.ต.อ.นิรันดร์ออกมาพบปะผู้ชุมนุมด้านนอก แต่พ.ต.อ.นิรันดร์ อยู่ในอาการตกใจไม่ยอมออกมาพบกับผู้ชุมนุม แกนนำจึงเจรจาขอให้กลับบ้าน แต่พ.ต.อ.นิรันดร์ก็ยืนยันจะขึ้นไปที่ชั้น 31 แกนนำจึงได้ปล่อยให้ขึ้นไป
ทั้งนี้แกนนำได้ประสานกับฝ่ายอาคารและเจ้าหน้าที่ดีเอสไอเพื่อขอเข้าไปตรวจสอบทุกชั้นที่หน่วยงานกระทรวงยุติธรรมเข้าไปใช้เป็นสถานที่ทำงานชั่วคราว เพื่อนำกุญแจไปปิดล็อคทุกชั้นที่กระทรวงยุติธรรมเข้าไปใช้ทำงานซึ่งมีทั้งหมด 7 ชั้น คือ 19 , 22 , 27 , 28 , 30 , 31 และ38โดยการปิดล็อคดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อไม่ให้เจ้าหน้าที่เข้าไปทำงานได้อีก
ขณะที่เมื่อช่วงเช้าวันเดียวกัน นายมาลัยรักษ์ ทองชัย ตัวแทนกลุ่มสื่อวิทยุประชาชนเพื่อประชาธิปไตย เดินทางเข้ายื่นหนังสือถึงนายธาริต เพื่อขอให้ดำเนินคดีกับคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) ในข้อหากบฏและหมิ่นสถาบัน โดยมีพฤติกรรมเข้าข่ายไม่ดำเนินการให้การรับสมัครเลือกตั้งเป็นไปด้วยความสงบเรียบร้อย เช่น กรณีไม่ยอมเปลี่ยนแปลงสถานที่รับสมัครเลือกตั้งจนก่อให้เกิดการปะทะระหว่างผู้ชุมนุมกปปส.กับเจ้าหน้าที่ตำรวจ
นอกจากนี้ยังกระทำการไม่บังควรด้วยการมีมติทำหนังสือเสนอไปยังรัฐบาล ขอให้พิจารณาออกพระราชกฤษฏีกากำหนดการเลือกตั้งใหม่ ทั้งที่ไม่ใช่อำนาจหน้าที่ของกกต.ในการขอเลื่อนการเลือกตั้งออกไป พฤติกรรมทั้งหมดนี้เข้าข่ายขัดขวางและล้มการเลือกตั้งจึงถือเป็นการกระทำที่ล้มล้างการปกครองตามระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ดังนั้น จึงต้องการให้ดีเอสไอดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงและดำเนินคดีตามข้อร้องเรียนต่อไป







