
อียูหนุนแผนอภิสิทธิ์
หัวหน้าคณะทูตานุทูตจากกลุ่มประเทศสมาชิกสหภาพยุโรปประจำประเทศไทย (อียู) หัวหน้าคณะทูตานุทูตจากกลุ่มประเทศสมาชิกสหภาพยุโรปประจำประเทศไทย ได้ออกแถลงการณ์ ระบุว่า มีความยินดีที่รัฐบาลไทยและทุกภาคส่วนที่มีส่วนเกี่ยวข้องในทางการเมือง โดยได้ใช้ความพยายามในการหาทางออกให้กับสถานการณ์ทางการเมืองที่กำลังดำเนินอยู่ผ่านทางการเจรจา
ทั้งนี้ อียูขอประณามการใช้ความรุนแรงในเหตุยิงถล่มเจ้าหน้าที่ตำรวจ และขอเรียกร้องให้ทุกฝ่ายยุติการใช้ความรุนแรง โดยหวังว่าการหาทางแก้ไขปัญหาด้วยวิธีสันติจะนำพาให้ประเทศไทยกลับสู่สภาวะของการมีความสมานฉันท์ ความมั่นคง มีการเคารพการบังคับใช้กฎหมายดังเดิม
นายสุริยะใส กตะศิลา ผู้ประสานงานกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย (พธม.) เปิดเผยว่า การยิงระเบิดครั้งนี้เป็นการส่งสัญญาณให้สังคมและรัฐบาลหูตาสว่างว่าแผนปรองดองจะไม่ประสบความสำเร็จอย่างแน่นอน หากรัฐบาลยังไม่สามารถจัดการกับกลุ่มก่อการร้ายที่ผสมโรงกับการชุมนุมครั้งนี้มาตั้งแต่ต้น
“
แกนนำ นปช.หากจริงใจสนับสนุนแผนปรองดองจริงก็ต้องให้ความร่วมมือกับดีเอสไอในการเร่งสอบสวนจัดการกับกลุ่มก่อการร้ายที่อยู่ในที่ชุมนุมให้ได้ก่อน แต่แกนนำ นปช.กลับออกมาปฏิเสธไม่รู้ไม่เห็น และโยนความผิดให้คนอื่น ซ้ำร้ายยังระดมคนเข้ามาร่วมชุมนุมเพิ่มขึ้น” นายสุริยะใส กล่าวนพ.บุรณัชย์ สมุทรักษ์ โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ แถลงว่า พรรคขอเรียกร้อง 5 ข้อ เพื่อนำไปสู่กระบวนการปรองดอง คือ 1.เมื่อแกนนำ นปช.ปฏิเสธความเกี่ยวข้องกับเหตุระเบิด ก็ต้องรีบถอนผู้ชุมนุมจากสวนลุมพินี และราชประสงค์ เพื่อแสดงการปฏิเสธความรุนแรง และป้องกันการใช้คนเป็นโล่มนุษย์ และไม่ให้เป็นการป้องกันการจับกุมผู้ก่อการร้ายที่แฝงตัวในนั้น ทำร้ายกันเองในหมู่ประชาชน และให้ทางการเข้าไปคุ้มครองประชาชนระหว่างถอนตัวกลับบ้าน 2.การถอนการชุมนุมให้ทำตอนกลางวัน
3.พรรคเพื่อไทยต้องทบทวนตนเองว่าจะเป็นอุปสรรคหรือจะช่วยคลี่คลาย ซึ่งพรรคประชาธิปัตย์ผิดหวังที่พรรคเพื่อไทยปฏิเสธบทบาทในการหาทางออกให้บ้านเมือง 4.แกนนำ นปช.ต้องเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมตามหมายจับ และ 5.กระบวนการปรองดองที่ยังชะงัก เพราะท่าทีของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ที่ปรึกษาเศรษฐกิจรัฐบาลกัมพูชา ที่ไม่ชัดเจน ไม่ยอมบอกว่าเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วย ซึ่งการเปิดทางให้แกนนำฝ่ายใช้ความรุนแรงเข้าช่วงชิงการนำจะไม่ทำให้เข้าสู่กระบวนการปรองดองได้







