
รัฐต้องหนุน
บทบรรณาธิการหนังสือพิมพ์ไฟแนนเชียล ไทมส์ แสดงทัศนะว่า ขณะนี้ภาวะเศรษฐกิจโลกมีแนวโน้มจะประสบกับภาวะเงินฝืดที่ยาวนานและภาวะถดถอยของศักยภาพในภาคการผลิต ซึ่งนับเป็นหายนะสำหรับภาวะเศรษฐกิจโลกที่เพิ่งฟื้นตัว
บทบรรณาธิการหนังสือพิมพ์ไฟแนนเชียล ไทมส์ แสดงทัศนะว่า ขณะนี้ภาวะเศรษฐกิจโลกมีแนวโน้มจะประสบกับภาวะเงินฝืดที่ยาวนานและภาวะถดถอยของศักยภาพในภาคการผลิต ซึ่งนับเป็นหายนะสำหรับภาวะเศรษฐกิจโลกที่เพิ่งฟื้นตัว
ตามหลักการแล้ว ภาวะเงินฝืดจะส่งผลเสียสองอย่าง คือ คนจะซื้อสินค้าน้อยลงเพื่อหวังจะซื้อสินค้าที่ราคาต่ำกว่าเดิมในอนาคต ทำให้ผู้ผลิตต้องลดราคาสินค้าลงเพื่อให้สินค้าขายได้ และเมื่อราคาสินค้าลดลง ทำให้รัฐบาลและภาคเอกชนจ่ายหนี้ได้ยากขึ้น เนื่องจากต้องนำเงินรายได้ที่ต่ำลงมาจ่ายหนี้ในอัตราเท่าเดิม
ขณะเดียวกัน ยังมีปัญหาด้านศักยภาพในภาคการผลิตของทั่วโลกยังตกต่ำที่สุดในรอบหลายสิบปี เนื่องจากความสามารถในการเปลี่ยนทุนและแรงงานเป็นสินค้าและบริการลดลงอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน
บทบรรณาธิการเสนอว่า เศรษฐกิจโลกจะผ่านพ้นภาวะชะลอทางการเงินและการผลิตครั้งนี้ได้ก็ขึ้นอยู่กับนโยบายกระตุ้นของรัฐบาลทั่วโลก ทั้งนี้ ไฟแนนเชียล ไทมส์ ได้เสนอให้รัฐบาลทั่วโลก โดยเฉพาะประเทศร่ำรวยใช้นโยบายผ่อนคลายทางการเงินต่อไปเพื่อสู้กับภาวะเงินฝืด ซึ่งสอดคล้องกับคำเตือนของ คริสติน ลาการ์ด ผู้อำนวยการไอเอ็มเอฟ ที่ระบุว่าการยุติมาตรการผ่อนคลายการเงินจะส่งผลต่อสภาพคล่องทางการเงิน
ขณะเดียวกัน ไฟแนนเชียล ไทมส์ ก็สนับสนุนให้รัฐบาลปรับปรุงภาคการผลิตด้วยการปฏิรูปโครงสร้าง โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อขยายอุตสาหกรรมประเภทนวัตกรรม โดยระบุว่านวัตกรรมใหม่ๆ จะเป็นปัจจัยสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจระยะยาวในอนาคต







