posttoday
นครบาลเผยเหตุป่วนเพียบเตือนปชช.อย่าชุมนุม

นครบาลเผยเหตุป่วนเพียบเตือนปชช.อย่าชุมนุม

20 มกราคม 2557

นครบาลสรุปเหตุรุนแรงในพื้นที่ชุมนุม 2 สถานการณ์ เตือนประชาชนหลีกเลี่ยง เพราะมีข่าวสร้างสถานการณ์ต่อเนื่อง

นครบาลสรุปเหตุรุนแรงในพื้นที่ชุมนุม 2 สถานการณ์ เตือนประชาชนหลีกเลี่ยง เพราะมีข่าวสร้างสถานการณ์ต่อเนื่อง

ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) พล.ต.ต.อดุลย์ ณรงค์ศักดิ์ รองผบช.น. ในฐานะโฆษกบช.น. แถลงสถานการณ์การชุมนุม ซึ่งมีเหตุการณ์ที่น่าสนใจ ดังนี้

1. เมื่อวันที่ 18 ม.ค. 2557 เวลาประมาณ 23.30 น. ได้เกิดเหตุ นายสมศักดิ์ ปานนพภา อายุ 53 ปี ชาวจังหวัดสงขลา    การ์ดกลุ่มผู้ชุมนุม กปปส. บริเวณห้าแยกลาดพร้าว ได้ถูกยิงด้วยอาวุธปืนไม่ทราบขนาดได้รับบาดเจ็บ ถูกนำส่งโรงพยาบาลเมโย

กรณีดังกล่าว ขณะเกิดเหตุขณะที่นายสมศักดิ์ เป็นการ์ดยืนเปิดประตูบริเวณทางเข้าออก ถนนพหลโยธินใต้สะพานข้ามห้าแยกลาดพร้าว โดยทำหน้าที่อยู่โดยลำพังเพียงคนเดียว จากการสอบถามพยานในเหตุการณ์ทราบว่า ได้มีคนร้ายเป็นชายรูปร่างสันทัด สูงประมาณ 165 ซ.ม. สวมเสื้อแจ็คเก็ตแขนกุดสีดำ คลุมทับเสื้อยืดสีขาว สวมหมวกไหมพรมสีดำที่ศีรษะ นุ่งกางเกงขายาวสีดำ ใช้อาวุธปืนไม่ทราบขนาดยิงไปที่นายสมศักดิ์ฯ และได้วิ่งไปขึ้นรถจักรยานยนต์ที่จอดรออยู่บริเวณที่กลับรถใต้สะพานข้ามห้าแยกลาดพร้าวหลบหนีไป

หลังเกิดเหตุตำรวจสถานีตำรวจนครบาลพหลโยธินเข้าตรวจที่เกิดเหตุ ผลการตรวจสอบพบรอยเลือดอยู่ในที่เกิดเหตุ แต่ไม่พบปลอกกระสุนปืน ซึ่งพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจนครบาลพหลโยธินได้รับคำร้องทุกข์ไว้ตามคดีอาญาที่ 39/2557 ลงวันที่ 19 มกราคม 2557 ไว้เรียบร้อยแล้ว และจะเร่งรัดติดตามผู้กระทำความผิดมาดำเนินคดีต่อไป

2. เมื่อวันที่ 19 ม.ค. 2557 เวลาประมาณ 13.20 น. ได้เกิดเหตุคนร้ายใช้ระเบิดสังหารปาใส่กลุ่มผู้ชุมนุม กปปส. บริเวณหลังเวทีอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ 2 จุด และได้หลบหนีไป

กรณีดังกล่าว ก่อนเกิดเหตุคนร้ายเป็นชาย 1 คน อายุประมาณ 30-35 ปี รูปร่างสันทัด สูงประมาณ 172 ซ.ม. สวมเสื้อยืดคอกลมสีขาวด้านใน และสวมเสื้อแจ็คเก็ตสีเขียวอ่อนแบบมีซิปรูดด้านหน้า มีแถบสีน้ำเงินเข้มด้านข้าง กางเกงสีครีม รองเท้าสีขาวหัวสีดำ สวมหมวกแก๊ปสีดำ มีเป้สะพายข้างสีดำ มีสายนกหวีดและมีนกหวีดแขวนคล้องคอ ได้เดินไปที่บริเวณช่องทางเดินระหว่างร้านชานมไข่มุก กับ เซเว่นอีเลฟเว่น ซึ่งทั้ง 2 ร้านดังกล่าวอยู่ด้านหลังเวทีปราศรัย และเต็นท์ผู้สื่อข่าวซึ่งเป็นที่พักแกนนำ กปปส. โดยจุดที่คนร้ายยืนขณะขว้างระเบิดห่างจากจุดที่ระเบิดตกประมาณ 5 เมตร จากนั้นคนร้ายได้หาโอกาสเตรียมปาระเบิดใส่กลุ่มผู้ชุมนุมโดยมีการถอดสลักระเบิดแล้วกำไว้ที่มือขวา ต่อมาคนร้ายจึงได้ขว้างระเบิดไปยังเต็นท์หลังเวทีที่เกิดเหตุและระเบิดได้ทำงาน แต่ระเบิดไปโดนกิ่งไม้แฉลบออกมาด้านข้างเต็นท์ จากนั้นได้วิ่งหลบหนีไปทางถนนราชวิถี โดยได้วิ่งหลบหนีไปถึงบริเวณปากซอยราชวิถี 13 ได้มีการ์ดกลุ่มผู้ชุมนุมเห็นเหตุการณ์ และได้วิ่งตามคนร้ายไป คนร้ายจึงได้ขว้างระเบิดลูกที่ 2 เพื่อเปิดทางหลบหนี

จากนั้นคนร้ายได้วิ่งหลบหนีเข้าไปในซอยราชวิถี 14 จนถึงบ้าน นายมานพ ชนินนัตติพงศ์ หรือ บังหมัด นายมานพฯ ได้ยินเสียงร้องเรียกจากกลุ่มการ์ดที่ได้วิ่งไล่ตามคนร้าย และร้องตะโกนให้ช่วยทำการจับกุมคนร้าย จึงได้พยายามจับกุมตัวคนร้าย คนร้ายจึงได้ใช้อาวุธปืนไม่ทราบขนาดยิงใส่นายมานพฯ บริเวณท้องได้รับบาดเจ็บ จากนั้นคนร้ายได้วิ่งต่อไปยังท้ายซอยราชวิถี 14 ซึ่งเป็นทางตันและมีรั้วสังกะสีกั้น คนร้ายจึงได้พังรั้วสังกะสีและวิ่งหลบหนีไปตามทางเดินเลียบคลองสามเสน มุ่งหน้าไปทางวัดมะกอกทะลุออกใต้ทางด่วนวัดมะกอก (ซอยราชวิถี 18) และได้ขึ้นจักรยานยนต์รับจ้าง ซึ่งคนร้ายได้ว่าจ้างให้ไปส่งที่สะพานซังฮี้ เมื่อไปถึงสะพานซังฮี้ คนร้ายได้ให้ไปส่งต่อที่วัดรวก บางบำหรุ จึงได้เข้าไปส่ง จากนั้นคนร้ายได้หายไปในซอยวัดดังกล่าว

หลังเกิดเหตุตำรวจสถานีตำรวจนครบาลพญาไท พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่จากกองพิสูจน์หลักฐาน และชุด E.O.D. ได้ทำการตรวจที่เกิดเหตุ ผลการตรวจพบ

1. จุดระเบิดที่ 1 พบกระเดื่องตกอยู่บริเวณผิวถนนใกล้เต็นท์หลังเวทีปราศรัย จำนวน 1 ชิ้น

2. จุดระเบิดที่ 2 พบสลักระเบิดตกอยู่บนพื้นผิวถนนห่างจากจุดที่เกิดเหตุระเบิด 4 เมตร จำนวน 1 ชิ้น และพบกระเดื่องอยู่ในกองเสื้อผ้าที่วางไว้ที่แผงขายเสื้อผ้า ห่างจากจุดระเบิดประมาณ 3 เมตรจำนวน 1 ชิ้น

ซึ่งระเบิด ที่ใช้ในการก่อเหตุครั้งนี้เป็นระเบิด RGD5 ซึ่งเป็นชนิดเดียวกันกับที่ใช้ก่อเหตุระเบิดที่ถนนบรรทัดทอง นอกจากนั้นทาง E.O.D. ได้ตรวจสอบพบว่า กระเดื่องนิรภัยที่พบทั้ง 2 จุด เป็นชุดเดียวกัน จากกรณีดังกล่าวจึงสันนิษฐานได้ว่าคนร้ายใน 2 เหตุการณ์ดังกล่าว เป็นคนร้ายกลุ่มเดียวกัน

ซึ่งขณะนี้ได้รับรายงานว่ามีผู้ได้รับบาดเจ็บรวมทั้งสิ้นจำนวน    29 ราย นำส่ง 4 โรงพยาบาล ดังนี้
1.    โรงพยาบาลพระมงกุฎ จำนวน 2 ราย
2.    โรงพยาบาลรามาธิบดี จำนวน 9 ราย
3.    โรงพยาบาลราชวิถี จำนวน 13 ราย
4.    โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ จำนวน 4 ราย
5.    โรงพยาบาลพญาไท 2 จำนวน 1 ราย

ภายหลังเกิดเหตุพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจนครบาลพญาไท ได้ทำการตรวจสอบกล้องวงจรปิด และได้สอบสวนพยานไว้แล้ว 5 ปาก และรับคำร้องทุกข์ไว้ตามคดีอาญาที่ 52/2557 ลงวันที่ 19 มกราคม 2557 ไว้เรียบร้อยแล้ว โดยจะได้เร่งรัดทำการสืบสวนสอบสวนนำตัวคนร้ายมาดำเนินคดีต่อไป

พล.ต.ต.อดุลย์ กล่าวว่า จึงขอย้ำเตือนมายังประชาชน ให้หลีกเลี่ยงการเข้าร่วมชุมนุม เนื่องจากได้รับรายงานจากการข่าวอย่างต่อเนื่องว่า มีผู้ไม่หวังดีจะเข้ามาก่อเหตุในพื้นที่การชุมนุม ซึ่งขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจได้เร่งระดมกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อเข้ามาดูแลพี่น้องประชาชน โดยมีการเพิ่มจุดตรวจจุดสกัดโดยรอบพื้นที่การชุมนุม อย่างเข้มงวด และขอประชาสัมพันธ์ให้พี่น้องประชาชนช่วยสอดส่องผู้ไม่หวังดีที่จะเข้ามาก่อเหตุ หากพบบุคคุลต้องสงสัยให้โทรแจ้งได้ที่หมายเลขโทรศัพท์ 191 หรือสถานีตำรวจใกล้เคียง

ข่าวล่าสุด

โปรแกรมบอล บอลวันนี้ ดูบอลสด ถ่ายทอดสด วันเสาร์ที่ 17 ต.ค. 69

โปรแกรมบอล บอลวันนี้ ดูบอลสด ถ่ายทอดสด วันเสาร์ที่ 17 ต.ค. 69