
เพื่อไทยจี้กองทัพปกป้องยิ่งลักษณ์
พรรคเพื่อไทย (พท.) ได้เรียกร้องให้ผู้นำเหล่าทัพทั้งหมดออกมาปกป้อง ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม เนื่องจากนายกฯ ถือว่าเป็นผู้บังคับบัญชาของกองทัพตาม พ.ร.บ.จัดระเบียบราชการกระทรวงกลาโหม พ.ศ. 2551
พรรคเพื่อไทย (พท.) ได้เรียกร้องให้ผู้นำเหล่าทัพทั้งหมดออกมาปกป้อง ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม เนื่องจากนายกฯ ถือว่าเป็นผู้บังคับบัญชาของกองทัพตาม พ.ร.บ.จัดระเบียบราชการกระทรวงกลาโหม พ.ศ. 2551
พร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรค เปิดเผยว่า ความพยายามของ สุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ คณะกรรมการประชาชน เพื่อการเปลี่ยนแปลงประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข (กปปส.) ในการปิดกรุงเทพมหานครแบบ 100% พร้อมกับปลุกระดม คนปิดสถานที่ราชการในภาค ใต้ ถือเป็นภัย ต่อความมั่นคง จึงขอเรียกร้องให้ผู้นำเหล่าทัพออกมาจัดการ
“การกระทำเช่นนี้จึงกระทบต่อเกียรติยศศักดิ์ศรีของกองทัพ เมื่อ ผู้บังคับบัญชาสูงสุด คือ รมว.กลาโหม ถูกไล่ล่า เหตุใด ผบ.เหล่าทัพ ไม่ออกมาปกป้องผู้บังคับบัญชา ขอ ให้ ผบ.เหล่าทัพออกมาปกป้องศักดิ์ศรีผู้บังคับบัญชา กองทัพต้องแสดงท่าทีปกป้อง รมว.กลาโหม ไม่ให้กองทัพเสียหาย” โฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าว
ด้าน ชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า วันนี้พรรคจะส่งจดหมายไปยังองค์กรระหว่างประเทศ องค์กรสิทธิมนุษยชนระดับโลก สื่อมวลชนต่างประเทศ สถานทูต ทุกแห่งในไทย เพื่อสรุปและเรียบเรียงเหตุการณ์ความรุนแรงที่เกิดขึ้นกับฝ่ายตรงข้ามรัฐบาลใน 3 ประเด็นหลัก ดังนี้
1.กรณีมวลชนคนเสื้อแดงคุกคามสมาชิกพรรค และการจัดกิจกรรมเวทีผ่าความจริงโดยมีเจ้าหน้าที่รัฐคอยอำนวยความสะดวก
2.กระบวนการทุจริตคอร์รัปชั่น เช่น โครงการทุจริตจำนำข้าวที่ ป.ป.ช.ชี้มูลในรัฐบาล ยิ่งลักษณ์จนเป็นสาเหตุให้ประเทศไทยตกอันดับความโปร่งใสอย่างต่อเนื่องจนคนไทยลุกฮือขึ้น ต่อต้าน
3.การใช้อำนาจบิดเบือนของรัฐบาลในตลอด 2 ปีที่ผ่านมา โดยเฉพาะการออกกฎหมายล้างผิด แก้รัฐธรรมนูญขัดต่อกระบวนการปกครองตามระบอบประชาธิปไตย คุกคามองค์กรอิสระ ไม่ยอมรับอำนาจศาลรัฐธรรมนูญ
นพดล ปัทมะ ที่ปรึกษากฎหมาย พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ และกรรมการยุทธศาสตร์ พรรคเพื่อไทย โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊กส่วนตัวเพื่อยืนยันว่านายกฯ ไม่ได้ยึดติดกับตำแหน่งตามที่มีหลายฝ่ายกล่าวหา แต่จะต้องอยู่ทำหน้าที่ต่อไปตามรัฐธรรมนูญกำหนด
นพดล ระบุว่า เมื่อนายกฯ ได้ตัดสินใจยุบสภาผู้แทนราษฎรแล้วจะไม่สามารถลาออกจากตำแหน่งได้เพราะรัฐธรรมนูญได้บังคับเอาไว้ เท่ากับว่าต้องอยู่ปฏิบัติหน้าที่ต่อไป โดยถ้าละเว้นก็อาจจะติดคุก ยิ่งฝ่ายพรรคเพื่อไทยทำอะไรก็ผิด ยิ่งต้องระมัดระวังเป็น 4 เท่า
ขณะที่คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ออกแถลงการณ์ประณามความรุนแรงที่เกิด ขึ้นในระหว่างการชุมนุม ทั้งนี้ เรียกร้องให้ ตำรวจต้องดำเนินคดีผู้กระทำความผิดก่ออาชญากรรมโดยอาวุธร้ายแรงต่อผู้ชุมนุมอย่างรวดเร็ว และไม่ว่าความรุนแรงจะเกิดจากผู้ใด รัฐบาลจะปัดความรับผิดชอบมิได้ นอกจากนี้ ขอให้ทุกฝ่ายหยุดการเผชิญหน้าและหยุดการ ใช้ความรุนแรงทุกรูปแบบ ซึ่งทางออกที่ดีที่สุด คือกลับมาสู่การเจรจาโดยเร็วเพื่อนำความสงบและสันติสุขคืนสู่ประเทศไทย







