
อย่าขัดการปรองดอง
ในขณะที่สถานการณ์ทางการเมืองเริ่มคลี่คลายไปในทางที่ดี จากการที่นายกรัฐมนตรีเสนอโรดแมปเพื่อผ่าทางตันทางการเมือง ให้ทุกฝ่ายหันหน้ามาเจรจาสร้างกติกาที่เป็นที่ยอมรับของทุกคน ไม่ให้เกิดการเผชิญหน้าและใช้ความรุนแรงจนเกิดการนองเลือดขึ้นมาอีก
ทางกลุ่มคนเสื้อแดงเองก็กำลังคิดอยู่ว่าจะรับข้อเสนอของนายกรัฐมนตรีและจะหยุดชุมนุมหรือไม่ ก็กลับเกิดเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิด มีผู้ไม่หวังดียิงระเบิด 2 ครั้งใกล้ๆ บริเวณที่ชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดงเมื่อคืนวันที่ 7 พ.ค.ที่ผ่านมา จนมีตำรวจเสียชีวิต 2 นาย และมีผู้บาดเจ็บจำนวนมาก
สิ่งที่เกิดขึ้นนี้ได้ทำให้เกิดปรากฏการณ์ใหม่อย่างน่าสนใจ คือ ทั้งกลุ่มคนเสื้อแดง รัฐบาล และทุกกลุ่มสีเสื้อในสังคมออกมาประณามผู้ก่อเหตุ ไม่มีใครยอมรับว่าเป็นผู้ก่อเหตุ แต่รุมประณามผู้กระทำการว่าไม่ต้องการให้ประเทศชาติเข้าสู่การปฏิรูปเพื่อความสมานฉันท์
และเรื่องนี้ถือเป็นการส่งสัญญาณให้สังคมและรัฐบาลหูตาสว่างว่าแผนปรองดองจะไม่ประสบความสำเร็จอย่างแน่นอน หากรัฐบาลยังไม่สามารถจัดการกับกลุ่มก่อการร้ายที่ผสมโรงกับการชุมนุมครั้งนี้มาตั้งแต่ต้น
กลุ่มก่อการร้ายมีจุดมุ่งหมายชัดเจนในการติดอาวุธต่อสู้กับอำนาจรัฐ และใช้ประชาชนเป็นโล่กำบังจนตกเป็นเหยื่อบาดเจ็บล้มตายเป็นจำนวนมาก
เรื่องนี้รัฐบาลทราบดี และบอกตลอดเวลาว่ามีผู้ก่อการร้ายแฝงตัวในการชุมนุม และเรื่องนี้เป็นไปไม่ได้ที่แกนนำกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) จะไม่รู้ว่ามีเหตุการณ์นี้เกิดขึ้น ก็รับรู้เรื่องดีมาตลอด จึงทำให้การตัดสินใจสลายม็อบของเจ้าหน้าที่ไม่เด็ดขาด เพราะเกรงว่าจะมีการสูญเสียมากกว่า
เมื่อสองฝ่ายเริ่มมีสัญญาณที่ดี แต่ก็มีคนที่ไม่ต้องการให้มีการปรองดองและสมานฉันท์ในประเทศชาติ ก็พยายามสร้างสถานการณ์ทำให้เกิดความรุนแรง และไม่ให้กระบวนการปรองดอง การเจรจาเพื่อยุติปัญหาเกิดขึ้นได้
ฉะนั้น สังคมไทยจะต้องข้ามผ่านและต่อต้านกระบวนการก่อการร้าย ต้องประณามและปราบปรามบังคับกฎหมายกับเหล่าผู้ไม่หวังดีเหล่านี้อย่างเด็ดขาด
ทั้งนี้ รัฐบาลต้องกล้าทำสิ่งที่ดี นักการเมืองต้องเลิกโกง เจ้าหน้าที่ทหาร ตำรวจ ต้องทำหน้าที่ของตนเอง และประชาชนที่ถือว่าเป็นพลังเงียบต้องออกมาร่วมแสดงความคิดเห็น เพราะขณะนี้ทางออกได้เปิดกว้าง เมื่อประชาชนสนใจปัญหาบ้านเมืองและทำหน้าที่ตรวจสอบนักการเมือง รวมถึงใช้ช่องทางอำนาจของประชาชนในการดำเนินคดีกับนักการเมือง
การช่วยลดความรุนแรงนั้น ประชาชนทุกคนจะต้องเป็นหูเป็นตาช่วยเจ้าหน้าที่ แจ้งเบาะแสหากเห็นการกระทำที่น่าสงสัยว่าจะก่อการร้าย ขณะนี้เราจำเป็นต้องจับมือกันแก้ไขปัญหาการก่อการร้ายให้ได้ เพื่อให้กระบวนการปรองดองสมานฉันท์เกิดขึ้นให้ได้







