
จี้สอบอุตปล่อยผีสารเคมีอันตราย
เครือข่ายต้านสารเคมี ยื่นสอบขั้นตอนไฟเขียวสารคาร์โบฟูรานและเมโทมิล
เครือข่ายต้านสารเคมี ยื่นสอบขั้นตอนไฟเขียวสารคาร์โบฟูรานและเมโทมิล
นายวิฑูรย์ เลี่ยนจำรูญ ผู้ประสานงานเครือข่ายต้านสารเคมี เปิดเผยว่า จะยื่นหนังสือถึงปลัดกระทรวงอุตสาหกรรมในฐานะประธานคณะกรรมการวัตถุอันตราย หรือบอร์ดวัตถุอันตราย เพื่อขอหลักฐานเอกสารและขั้นตอนการพิจารณาอนุมัติให้สารเคมีเกษตร 4 ชนิดคืออีพีเอ็น ไดโครโตฟอส คาร์โบฟูราน และเมโทมิล เป็นวัตถุอันตราย
ทั้งนี้ อีพีเอ็น ไดโครโตฟอส อยู่ในบัญชีที่ 4 ห้ามมีไว้ในครอบครอง นำเข้า หรือจำหน่าย แต่ยังอนุมัติให้คาร์โบฟูรานและเมโทมิลอยู่ในบัญชี 3 ต่อไป ซึ่งหมายถึงยังจำหน่าย ใช้ได้ในประเทศไทยต่อไป ทั้งที่ก่อนหน้านี้ประชาสังคมได้ขอให้พิจารณาห้ามนำเข้า ส่งออก และห้ามใช้ทั้งหมด เนื่องจากเป็นวัตถุอันตรายที่มีพิษร้ายแรงต่อสุขภาพ
ทั้งนี้เนื่องจากเครือข่ายฯพบว่ามีความอันตรายต่อสุขภาพอย่างร้ายแรงและถึงชีวิต โดยในการรับฟังความเห็นของผู้มีส่วนได้เสียทุกภาคส่วน ทั้งเอกชน เกษตรกร บุคลากรทางการแพทย์ โดยได้แสดงทั้งหลักฐานทางพิษวิทยาของทางการแพทย์ ทั้งในประเทศและนอกประเทศ โดยเฉพาะผลการศึกษาทางการแพทย์ของสหรัฐอเมริกา ซึ่งพบว่าสารเคมีเหล่านั้นในสหรัฐห้ามใช้ ในที่ประชุมเครือข่ายจึงเห็นว่ากรมวิชาการเกษตรควรยกเลิกการขึ้นทะเบียนสารเคมีในประเทศ และบอร์ดวัตถุอันตรายควรยกให้สารเหล่านี้ไปอยู่ในบัญชีที่ 4 คือห้ามมีไว้ใช้ นำเข้า ส่งออก หรือมีไว้ในครอบครองเพื่อขจัดสารทั้ง4 ชนิดให้หมดจากประเทศไทย นอกจากนั้นต้องจับตาดูว่ากรมวิชาการเกษตรจะอนุมัติให้สารเคมีสองตัวในบัญชี 3 ขึ้นทะเบียนหรือไม่ เพราะล่าสุดอยู่ระหว่างการพิจารณาผลการศึกษาและรับฟังความเห็นจากผู้เกี่ยวข้อง
สำหรับกรณีเมโทมิลที่เกษตรกรชาวสวนมะม่วงอ้างความจำเป็นต้องใช้นั้น ในเรื่องนี้ได้มีการเสนอให้กรมวิชาการเกษตรไปพิจารณาดูว่าจะมีสารเคมีตัวใดที่สามารถมาทดแทนกันได้บ้าง เพราะสารเคมีเหล่านี้มีผลการศึกษาของแพทย์อย่างชัดว่าอันตรายมากถึงชีวิต
ผู้ประสานงานเครือข่ายฯระบุว่า กรณีบอร์ดยกเลิกสารเคมี 2 ตัว ถือว่าเป็นเรื่องที่ดี แต่กรณีอีกสองตัวแม้จะให้ใช้ได้บางสูตร แต่ไม่สบายใจที่บอร์ดพิจารณาโดยใช้หลักฐานของบริษัทเอกชนที่มีส่วนได้เสียกับสารเคมีดังกล่าว เช่นกรณีคาร์โบฯ ที่อ้างว่าผลการศึกษาในสหรัฐไม่อันตราย ในขณะที่ข้อมูลของเครือข่ายพบว่า สารตัวนี้ในสหรัฐพบว่าอันตรายและห้ามใช้ในประเทศ กลายเป็นว่า สารเคมีที่สหรัฐพบว่าอันตรายห้ามใช้ แต่กลับถูกนำมาอ้างในไทยว่า ไม่กระทบต่อสุขภาพ ในขณะที่ไม่มีการเรียกให้ภาคองค์กรพัฒนาเอกชนหรือเกษตรกรเข้าไปให้รายละเอียดด้วย
“ดังนั้นเมื่อประกาศนี้ออกมาทางเครือข่ายจะไปยื่นหนังสือต่อปลัดกระทรวงอุตฯเพื่อขอตรวจสอบขั้นตอนการพิจารณา เอกสาร หลักฐานที่พิจารณา และรายชื่ออนุกรรมการและ กรรมการทั้งหมดว่า มีใครที่มีผลประโยชน์ทับซ้อนและมีส่วนได้เสียกับการอนุมัติครั้งนี้ เพราะผมขอตั้งข้อสงสัยในความโปร่งใสของการอนุมัติครั้งนี้ โดยเฉพาะเกิดขึ้นในภาวะบ้านเมืองชุลมุนและรัฐบาลรักษาการมาพิจารณาเรื่องนี้ถือว่าไม่เหมาะสม ซึ่งเมื่อได้หลักฐานแล้วจะดำเนินการเพื่อคัดค้านมตินี้ทันที โดยเฉพาะการร้องต่อศาลปกครองเพื่อให้ระงับประกาศต่อไป” นายวิฑูรย์ กล่าว







