
รัฐบาลต้องจับมือบึ้ม
เหตุสะเทือนใจผู้ชุมนุมทางการเมืองกลุ่ม กปปส.เดินขบวนผ่านถนนบรรทัดทองแล้วโดนขว้างระเบิดใส่
เหตุสะเทือนใจผู้ชุมนุมทางการเมืองกลุ่ม กปปส.เดินขบวนผ่านถนนบรรทัดทองแล้วโดนขว้างระเบิดใส่ช่วงเวลากลางวันของวันที่ 17 ม.ค. มีผู้บาดเจ็บ 38 คน และล่าสุดผู้ได้รับบาดเจ็บสาหัส นายประคอง ชูจันทร์ ที่ถูกสะเก็ดระเบิดเข้าที่หน้าอก ได้เสียชีวิตในวันที่ 18 ม.ค.
ความรุนแรงจนนำไปสู่ผู้เสียชีวิตดังกล่าว ทางรัฐบาลออกมาบอกว่า ทางกลุ่มผู้ชุมนุมเป็นผู้สร้างสถานการณ์ขึ้นมาเอง ขณะที่ทางผู้ชุมนุมทางการเมืองกลุ่ม กปปส.ตอบโต้ว่า ไม่มีทางทำร้ายพวกเดียวกันเองเพื่อสร้างสถานการณ์เหมือนอย่างที่รัฐบาลคิดหรือเคยทำในการชุมนุมกลุ่มคนเสื้อแดงที่ผ่านมา
จะเห็นได้ว่า ความรุนแรงทางการเมือง ไม่ว่าจะขั้นข่มขู่ หรือถึงขั้นเอาชีวิตในการชุมนุมหลายครั้งที่ผ่านมา ส่วนใหญ่ผู้มีอำนาจในการรักษาความสงบไม่สามารถจับกุมผู้ลงมือหรือผู้บงการได้ รวมทั้งการชุมนุมทางการเมืองครั้งนี้ ซึ่งเหตุความรุนแรงมีคนร้ายลอบยิง ขว้างระเบิด ขว้างประทัดยักษ์ ไปจนถึงระเบิดปิงปองข่มขู่ ช่วงเดือน ธ.ค. 2556 ถึงกลางเดือน ม.ค. 2557 หรือเดือนครึ่งที่ผ่านมา มีเหตุรุนแรงเกิดขึ้นถึง 33 ครั้ง
รายงานจากกระทรวงสาธารณสุขแจ้งว่า ยอดผู้บาดเจ็บจากเหตุการณ์ทางการเมือง ตั้งแต่วันที่ 26 ธ.ค. 2556 จนถึงวันที่ 18 ม.ค. 2557 มีผู้บาดเจ็บรวม 235 คน นอนรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาล 23 คน เสียชีวิต 4 คน
ด้วยช่วงเวลาแค่เดือนครึ่งมีเหตุรุนแรงจากเหตุทางการเมืองเกิดขึ้นมากถึง 33 ครั้ง หรือเฉลี่ยแล้วแทบจะเกิดขึ้นวันละครั้ง คนเสียชีวิตไป 4 คน บาดเจ็บกว่า 230 คน และความรุนแรงได้เพิ่มขึ้นถี่มากขึ้น นับตั้งแต่กลุ่มผู้ชุมนุมยกระดับชัตดาวน์เมื่อวันที่ 13 ม.ค. ถี่ขึ้นทั้งกลางคืนและกลางวัน
แนวโน้มความรุนแรงที่มากขึ้นดังกล่าว รัฐบาลในฐานะฝ่ายบริหารที่ยังกุมอำนาจรัฐ มีกฎหมาย มีกำลังต้องรักษาความสงบเรียบร้อยให้บ้านเมืองอยู่ในมือ ทาง น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม จะออกมากล่าวถึงเหตุการณ์ปาระเบิดใส่กลุ่มผู้ชุมนุม กปปส.ที่บรรทัดทองว่า เป็นห่วงสถานการณ์ อาจจะวุ่นวายนับจากนี้ และส่วนตัวไม่เห็นด้วยกับการใช้ความรุนแรง โดยจะเร่งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจสืบสวนสอบสวนนำคนผิดมาดำเนินคดีโดยเร็ว ไม่ว่าจะเป็นใครก็ตาม ทั้งนี้ได้กำชับให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ และฝ่ายความมั่นคงเข้าไปดูแลประชาชนอย่างเต็มที่ รวมถึงขอความร่วมมือกลุ่มผู้ชุมนุมเปิดทางให้เจ้าหน้าที่ได้เข้าตรวจสอบพื้นที่
ความรุนแรงที่เกิดขึ้นกว่า 30 ครั้ง ช่วงเดือนครึ่ง ส่วนรัฐบาลออกมาบอกแค่ว่า “ไม่เห็นด้วยกับการใช้ความรุนแรง และยินดีดำเนินคดีกับผู้ที่กระทำความผิด” คำตอบแค่นี้ไม่มีทางพอและไม่มีทางแก้ปัญหาได้
รัฐบาลต้องระดมทุกฝ่ายเข้าไปสืบสวนสอบสวน หาคนผิดมาลงโทษโดยเร็วให้จงได้ หากรัฐบาลมั่นใจว่าไม่ได้เป็นผู้กระทำ ต้องหาคนผิดมาให้ได้ เพื่อนำความเป็นธรรมมายุติความรุนแรงทางการเมือง ให้เห็นว่ารัฐบาลจัดการจริงจังกับผู้ที่ใช้ความรุนแรง ไม่ใช่มัวโยนให้มือที่สาม หากรัฐบาลไม่สามารถหาคนผิดได้ก็ควรจะออกไปได้แล้ว เพราะอยู่ไปความรุนแรงก็จะยิ่งหนักขึ้น







