posttoday
ภาคสังคมเดินหน้าโรดแมปตั้งสมัชชาฯขนานสภาผู้แทน

ภาคสังคมเดินหน้าโรดแมปตั้งสมัชชาฯขนานสภาผู้แทน

08 พฤษภาคม 2553

 

ภาคประชาชนเห็นพ้องตั้งสมัชชาประชาชน เดินหน้าตามแผนปรองดองแห่งชาติของ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี โดยเฉพาะในข้อ 2 คือ เรื่องการจัดสวัสดิการและการแก้ไขปัญหาความไม่เป็นธรรมในสังคม

ม.ร.ว.อคิน รพีพัฒน์ ประธานมูลนิธิชุมชนไทและนักพัฒนาอาวุโส เปิดเผยว่า ขณะนี้มีข้อเสนอจากหลายองค์กรภาคประชาสังคม เห็นว่าควรมีการจัดตั้งสมัชชาประชาชน หรือสภาประชาชน ทำหน้าที่ระดมความคิดเห็นและจัดทำข้อเสนอเรื่องที่เป็นปัญหาของชาวบ้าน โดยที่ชาวบ้านและเครือข่ายภาคประชาชนต้องเป็นหลัก ไม่ใช่รัฐบาลเป็นหลัก เพียงแต่รัฐบาลมีหน้าที่สนับสนุนและรับข้อเสนอไปดำเนินการ

ม.ร.ว.อคิน กล่าวว่า ปัจจุบันความเหลื่อมล้ำในสังคมไทยสูงมาก และเกิดความไม่เป็นธรรมระหว่างคนรวยกับคนจนมากขึ้นทุกวัน ดังนั้นจำเป็นต้องมีการแก้ไขทั้งระบบ ไม่ใช่แก้ด้านการเมืองเพียงอย่างเดียว ที่สำคัญคือต้องฟังเสียงของประชาชนที่ได้รับความทุกข์ยากและถูกเอารัดเอาเปรียบเพื่อหาทางออกร่วมกัน

“หัวใจของความขัดแย้งจึงเกิดจากความเหลื่อมล้ำและไม่เป็นธรรม ซึ่งนักการเมืองก็ฉวยโอกาสเอาปัญหาเหล่านี้มาเสริมกำลังให้ตัวเองมีอำนาจ ขณะที่ข้าราชการเองก็มักจะเข้ากับนายทุนได้ดีกว่าชาวบ้าน ผมคิดว่าการชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อสีต่างๆ เหล่านี้ ทำให้ปัญหาเด่นชัดขึ้นและจังหวะที่เหมาะสมที่สุดในการปรับโครงสร้างสังคมไทย” ม.ร.ว.อคิน กล่าว

ประธานมูลนิธิชุมชนไท กล่าวว่า ที่ผ่านมาระบบประชาธิปไตยแบบตัวแทนของไทยยังทำหน้าที่ไม่ค่อยได้ เพราะระบบดังกล่าวใช้ได้ผลในสังคมที่เชื่อมั่นในกติกาเดียวกัน โดยมากเป็นประเทศตะวันตกมากกว่า แต่เมื่อสังคมไทยไปลอกแบบมาใช้โดยยึดถือการลงคะแนนเสียงเป็นพิธีกรรม ทำให้เกิดการทะเลาะเบาะแว้ง เพราะสังคมไทยยังเคารพกฎกติกาที่แตกต่างกัน ดังนั้นไม่ว่าเขียนรัฐธรรมนูญอีกกี่ฉบับ ก็ไม่มีใครเชื่อถือเพราะสิ่งที่เขียนไว้ไม่ได้เข้ากับสังคมไทย แต่เอามาจากฝรั่ง

“จริงๆ แล้วสังคมไทยมีประชาธิปไตยมาช้านานแล้ว เพียงแต่ไม่ได้มาจากการเลือกตั้ง แต่พอมีการเลือกตั้งกลับสร้างปัญหา เพราะคนไทยยังยึดถือในเรื่องระบบอุปถัมภ์ เมื่อไปเลือกตั้งก็ไปเลือกผู้ที่อุปถัมภ์” ม.ร.ว.อคิน กล่าว

ทั้งนี้ หากมีการจัดตั้งสมัชชาประชาชนทำงานควบคู่ไปกับสภาผู้แทนฯ ซึ่งไม่ว่าใครเข้ามาดำรงตำแหน่งในรัฐบาลก็จำเป็นต้องรับข้อเสนอของชาวบ้านไปดำเนินการ เพราะเป็นปัญหาที่แท้จริงของสังคม หากรัฐบาลบ่ายเบี่ยงก็อาจถูกพลังกดดันจากชาวบ้านและเครือข่าย

ขณะที่นายศรีศักร วัลลิโภดม ที่ปรึกษามูลนิธิ เล็กประไพ วิริยะพันธุ์ และผู้เชี่ยวชาญด้านประวัติศาสตร์ท้องถิ่น กล่าวว่า แผนปรองดองที่นายอภิสิทธิ์เสนอนั้นเป็นรูปแบบที่ใช้ได้ เพราะไม่มีใครที่จะได้อะไรทั้งหมด ดังนั้นจึงเป็นการดีหากจะเปลี่ยนแปลงโครงสร้างสังคมไทยเพราะทุกรัฐบาลมีอำนาจมากเกินไป จนเกิดความขัดแย้งกับภาคประชาชนโดยตลอด ดังนั้นถึงเวลาแล้วที่รัฐต้องยอมให้ภาคประชาชนเข้ามามีบทบาทอย่างเต็มที่ในการปรับเปลี่ยนโครงสร้างสำคัญของสังคมหลายประการ เพื่อให้เป็นประชาธิปไตยแบบมีส่วนร่วมแท้จริง มิใช่ประชาธิปไตยแบบตัวแทน

นายศรีศักร กล่าวว่า วิกฤตความขัดแย้งของประเทศครั้งนี้ ทำให้เกิดความสำนึกในหมู่คนไทยมากขึ้น ดังนั้นต้องใช้โอกาสนี้ในการปรับปรุงโครงสร้างสังคม เพราะหากปล่อยไว้เช่นเดิมสังคมต้องแหลกสลายแน่ และถึงเวลาที่ทุกคนต้องสำนึกรักชุมชนที่ตัวเองเกิดมา โดยหันกลับไปพัฒนาท้องถิ่นและคืนสู่ครอบครัว

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท