
เงื่อนงำความรุนแรง"รวบระเบิด-ยิงถล่ม-บึ้มบ้านมาร์ค"
การจับกุมผู้พกพาอาวุธสงครามในเมืองกรุง ท่ามกลางความไม่สงบที่คุกรุ่น ยังคงเป็นเงื่อนงำที่ต้องการความชัดเจน
โดย...ทีมข่าวการเมือง
ฝ่ายรักษาความปลอดภัย (การ์ด) ของ กปปส. เพิ่มมาตรการเข้มดูแลสถานที่ชุมนุมทุกจุด หลังกลางดึกคืนวันที่ 14 ม.ค.ต่อเนื่อง 15 ม.ค. กลายเป็นคืนเดือด คนร้ายไม่ทราบจำนวนระดมยิงอาวุธปืนไม่ทราบชนิดเข้าใส่กลุ่มผู้ชุมนุมเวทีแยกราชเทวีนานกว่า 20 นาที มีการ์ด กปปส.1 คน และผู้ร่วมชุมนุม 2 คน ได้รับบาดเจ็บ
ในช่วงเวลาไล่เลี่ยกันนั้น ก็เกิดเหตุปาระเบิดบ้านพัก อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ที่ซอยสุขุมวิท 31 หลังคาแตกได้รับความเสียหาย แต่ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บ และอภิสิทธิ์ไม่ได้อยู่ในบ้านพัก และตามติดด้วยเหตุคนร้ายลอบวางเพลิงเผารถบัสของผู้ชุมนุม คปท. ที่จอดอยู่ภายในสนามม้านางเลิ้งวอดเสียหายไปครึ่งคัน
การยิงเข้าใส่กลุ่มผู้ชุมนุมโดยตรงกว่าครึ่งชั่วโมง ถือเป็นการก่อความรุนแรงที่ดุเดือดที่สุดนับตั้งแต่มีการชุมนุมของกลุ่ม กปปส.เป็นต้นมา
สาทิตย์ วงศ์หนองเตย แกนนำ กปปส. ปราศรัยบนเวทีภายหลังตรวจสอบพื้นที่ว่า คนร้ายใช้รถกระบะและรถจักรยานยนต์เป็นพาหนะเข้ามาก่อกวนเป็นเวลาประมาณ 30 นาที ผู้บาดเจ็บทั้งหมดอาการปลอดภัยและกลับบ้านได้แล้ว
“หลังลงพื้นที่สำรวจบริเวณตึกร้างใกล้สะพานหัวช้าง จุดดังกล่าวน่าจะเป็นจุดที่มีผู้เข้ามายิงปืนก่อกวนช่วงกลางดึกที่ผ่านมาจนเป็นเหตุให้มีผู้บาดเจ็บ หลังจากนี้จะเพิ่มการ์ดมืออาชีพเข้าไปประจำการแต่ละจุดรอบเวทีให้มากขึ้น โดยเฉพาะสะพานหัวช้าง จะป้องกันบริเวณที่สูงที่สุดของสะพานให้มากขึ้น เหตุการณ์ดังกล่าวน่าจะเป็นเพียงการข่มขู่ให้หวาดกลัวเท่านั้น สังเกตว่ามีการก่อกวนแทบทุกจุดที่มีการชุมนุม เจ้าหน้าที่ก็ไม่ได้ตรวจเข้มตั้งแต่ต้น คาดหวังว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจที่เข้ามาตรวจสอบพื้นที่และหลักฐานแล้ว ฝั่งเจ้าหน้าที่และรัฐบาลจะไม่สรุปแบบง่ายๆ ว่าเป็นการกระทำของฝั่งผู้ชุมนุมเอง ผู้ชุมนุมไม่กลัวการก่อกวน ตรงกันข้าม ยิ่งสร้างสถานการณ์ความรุนแรงมากขึ้น เกมยิ่งจบเร็ว”สาทิตย์ กล่าว
ด้าน พล.ต.วราห์ บุญญะสิทธิ์ ผู้บัญชาการกองพลที่ 1 รักษาพระองค์ (พล.1 รอ.) กล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ. กำลังพิจารณาที่จะเพิ่มชุดปฏิบัติการมวลชนจากเดิมที่มีอยู่แล้ว 10 ชุด 10 จุด โดยเพ่งเล็งพื้นที่สะพานหัวช้างเป็นกรณีพิเศษ เพราะอยู่ติดกับวังสระปทุมและเส้นทางเสด็จฯ พร้อมทั้งให้ทำความเข้าใจกับกลุ่มผู้ชุมนุม หากมีเสด็จฯ ก็ต้องเปิดเส้นทางให้ ซึ่งผู้ชุมนุมก็เข้าใจ
อย่างไรก็ตาม หลังเกิดเหตุรุนแรงต่อการชุมนุมหลายจุด ตำรวจ สน.บางนา ที่ตั้งจุดตรวจสกัด เรียกตรวจค้นรถยนต์กระบะมาสด้า ทะเบียน ตพ 969 กรุงเทพมหานคร พบระเบิดลูกเกลี้ยง 4 ลูก พบอาวุธปืนขนาด 9 มม.พร้อมเครื่องกระสุนจำนวน 1 กระบอก ควบคุมตัวผู้ต้องหาในรถ 4 คน ประกอบด้วย สุนา ถิ่นแก้ว อนุสรณ์ พินิจคุณ คำไพร แซงแสวง และ ธนาภา เดนมาตย์ ภายหลังจับกุม ถาวร เสนเนียม แกนนำ กปปส. ระบุทันทีว่า นี่คือคนร้ายที่ปาระเบิดใส่บ้านอภิสิทธิ์ แต่ตำรวจยืนยันว่าไม่เกี่ยวข้อง
ราเมศ รัตนะเชวง ฝ่ายกฎหมายพรรคประชาธิปัตย์ เดินทางมาที่ สน.บางนา เพื่อตรวจสอบการจับกุมดังกล่าว และขอให้ตำรวจอย่าเพิ่งสรุปว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุที่บ้านอภิสิทธิ์
พล.ต.ต.ฐิติราช หนองหารพิทักษ์ รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล รับผิดชอบงานด้านสืบสวน เปิดเผยว่า กลุ่มคนร้ายทั้ง 4 คนสารภาพว่าระเบิดและอาวุธปืนมีไว้เพื่อป้องกันตัว แต่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์การเมือง ซึ่งตำรวจอยู่ระหว่างการขยายผล
“ระเบิดที่ปาเข้าใส่บ้านอภิสิทธิ์ เป็นระเบิดชนิด M26 แต่ระเบิดที่จับกุมได้เป็นชนิดลูกเกลี้ยงผลิตในประเทศจีนทั้ง 4 ลูก ไม่ตรงกันกับที่เกิดเหตุ ส่วนที่มาที่ไปของผู้ต้องหาทั้ง 4 คน เป็นอย่างไรก็กำลังขยายผลกันอยู่ แต่ตำรวจเชื่อว่าไม่น่าจะเกี่ยวข้องกับเหตุรุนแรงๆ ต่างที่เกิดขึ้น” พล.ต.ต.ฐิติราช กล่าว
ขณะที่ พล.ต.ต.สืบศักดิ์ พันธุ์สุระ ผู้บังคับการตำรวจนครบาล 5 ท้องที่ที่จับกุมระเบิดได้ กล่าวว่า สุนาคนขับรถกระบะที่ถูกจับกุม ยอมรับเป็นเจ้าของอาวุธทั้งหมด โดยมีอาชีพรับซื้อของเก่า ก่อนถูกจับเดินทางกลับจากการกินเลี้ยงที่บ้านพักของอนุสรณ์ แล้วจึงอาสาขับรถพาเพื่อนไปส่งบ้านย่านศรีนครินทร์ แต่ถูกตำรวจตั้งด่านตรวจค้นและพบอาวุธ
อย่างไรก็ตาม ข้อมูลที่น่าสนใจอย่างหนึ่งที่ตำรวจพบ คือ สุนา ยอมรับว่าเคยไปร่วมชุมนุมกับคนเสื้อแดงในหลายๆ ครั้ง โดยเฉพาะเมื่อปี 2553 ด้วย
ดังนั้น ไม่ว่าข้อมูลที่ตำรวจเปิดเผยออกมาจะพยายามไม่พูดถึงประเด็นนี้ก็ตาม แต่การจับกุมผู้พกพาอาวุธสงครามในเมืองกรุง ท่ามกลางความไม่สงบที่คุกรุ่น ยังคงเป็นเงื่อนงำที่ต้องการความชัดเจน
ไม่เพียงแต่จุดชุมนุมแยกปทุมวัน ซึ่งยาวไปถึงแยกราชเทวี ที่อาจจะเกิดความรุนแรง เป็นจุดชุมนุมที่ทุกฝ่ายจับตาว่าเสี่ยงต่อความรุนแรงที่สุด







