
ไทยผู้นำโลจิสติกส์อาเซียน
ปี 2015 เป็นช่วงเวลาที่สำคัญอย่างยิ่งของชาวอาเซียนทั้ง 10 ประเทศ ที่จะรวมตัวกันเป็นประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน หรือ AEC เพื่อสร้างความแข็งแกร่งทางเศรษฐกิจให้กับภูมิภาคนี้ ซึ่งหลายฝ่ายออกมาคาดการณ์ว่าการก้าวเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนในปีหน้า น่าจะส่งผลต่อการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและการค้าของประเทศไทยหลายด้าน
ปี 2015 เป็นช่วงเวลาที่สำคัญอย่างยิ่งของชาวอาเซียนทั้ง 10 ประเทศ ที่จะรวมตัวกันเป็นประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน หรือ AEC เพื่อสร้างความแข็งแกร่งทางเศรษฐกิจให้กับภูมิภาคนี้ ซึ่งหลายฝ่ายออกมาคาดการณ์ว่าการก้าวเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนในปีหน้า น่าจะส่งผลต่อการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและการค้าของประเทศไทยหลายด้าน
เว็บไซต์พีอาร์ ดอทคอม เสนอข่าวเรื่องโอกาสในธุรกิจโลจิสติกส์ของประเทศไทย จากรายงานของบริษัท โซลิเดียนซ์ ซึ่งเป็นบริษัทที่ปรึกษาชื่อดังด้านการวางกลยุทธ์การตลาดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เห็นว่าประเทศไทยตั้งเป้าหมายที่จะขึ้นแท่นเป็นศูนย์กลางระบบโลจิสติกส์ของภูมิภาคนี้ หลังจากการเข้าสู่ ACE จากความได้เปรียบทางตำแหน่งภูมิศาสตร์
ประเทศไทยมีที่ตั้งเป็นศูนย์กลางของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งจะทำให้ประเทศไทยสามารถเชื่อมต่อการขนส่งและการกระจายสินค้าต่างๆ ไปยังประเทศเพื่อนบ้านในกลุ่ม CLMV ซึ่งประกอบด้วย กัมพูชา ลาว พม่า และเวียดนาม ได้สะดวกและมีประสิทธิภาพ
จากรายงานของบริษัท โซลิเดียนซ์ ยังชี้ให้เห็นว่า ภาคธุรกิจโลจิสติกส์ของไทยมีศักยภาพสูงต่อเศรษฐกิจของประเทศ แม้จะมีสัดส่วนค่อนข้างต่ำในจีดีพีของประเทศในปีที่ผ่านมาก็ตาม โดยทำเงินกว่า 3 แสนล้านบาทต่อปี
ทั้งนี้ การขนส่งทางบกยังมีสัดส่วนที่สูงกว่ารูปแบบอื่นๆ ถึง 84% แม้ราคาเชื้อเพลิงจะพุ่งสูงขึ้น ซึ่งภาครัฐได้พยายามแก้ไขปัญหานี้ โดยการตรึงราคาน้ำมันในภาคการขนส่ง รวมถึงพัฒนาระบบการค้า โดยเฉพาะระบบอีโลจิสติกส์ ที่ช่วยประหยัดเวลาและค่าใช้จ่ายในธุรกิจนำเข้าส่งออก ซึ่งการเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนในปี 2015 คาดว่าจะเพิ่มความต้องการบริการโลจิสติกส์ในประเทศไทยมากขึ้น โดยเฉพาะการขนส่งระหว่างประเทศในห่วงโซ่อุปทาน ทั้งวัตถุดิบ สินค้า และแรงงาน
นอกจากนี้ ยังคาดหวังว่า การเข้าสู่ AEC น่าจะช่วยให้ธุรกิจโลจิสติกส์ได้รับประโยชน์จากกระบวนการศุลกากร การพัฒนาเครือข่ายเส้นทางคมนาคมขนส่ง รวมถึงข้อตกลงในการลดพิกัดอัตราภาษีและค่าธรรมเนียมต่างๆ ในตลาดส่งออกของกลุ่มประเทศแถบนี้
ด้าน มิคาอิล ไฟกี ผู้จัดการโซลิเดียนซ์ประจำประเทศไทยตั้งข้อสังเกตว่า ผู้ประกอบการธุรกิจโลจิสติกส์จากต่างชาติที่เข้ามาลงทุนในประเทศไทยน่าจะเพิ่มขึ้นจาก 49% เป็น 70% หลังจากเข้า ACE แล้ว นอกจากนี้มูลค่าการค้าระหว่างไทยกับประเทศเพื่อนบ้านน่าจะพุ่งสูงกว่าที่คาดการณ์
เห็นได้ชัดจากมูลค่าการค้าในปีที่ผ่านมาที่ทะยานทะลุ 1 ล้านล้านบาท โดยก้าวกระโดดจากปี 2010 ซึ่งมีมูลค่าเพียง 7.7 แสนล้านบาท
แม้ปัจจุบันมาเลเซียจะเป็นเจ้าตลาดในระบบขนส่งระหว่างประเทศในแถบภูมิภาคนี้ แต่อัตราการเติบโตเริ่มแผ่วลงมากส่งผลให้ประเทศอื่นๆ เช่น ลาว พม่า และกัมพูชา มีศักยภาพที่จะเติบโตได้มาก หลังจากรวมตัวเป็น AEC ในปี 2015
อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ท้าทายในอุตสาหกรรมนี้คือ การพัฒนาเส้นทางถนนที่เชื่อมต่อประเทศต่างๆ ในภูมิภาค เพื่อรองรับการเติบโตของการขนส่งที่ใช้รถบรรทุกขนาดใหญ่ในการขนส่งระยะทางไกล







