
ขู่จับยิ่งลักษณ์
สุเทพกางบัญชีตัดน้ำไฟรัฐมนตรีปลัดยุติธรรมดันเลื่อนวันเลือกตั้งกกต.พึ่งศาลรัฐธรรมนูญชี้ทางออก
สุเทพกางบัญชีตัดน้ำไฟรัฐมนตรีปลัดยุติธรรมดันเลื่อนวันเลือกตั้งกกต.พึ่งศาลรัฐธรรมนูญชี้ทางออก
“สุเทพ” ยกระดับการชุมนุมไล่จับนายกฯ เตรียมตัดน้ำไฟบ้านรัฐมนตรี
นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส. เปิดเผยว่า ภายใน 2-3 วันนี้ จะปิดสถานที่ราชการให้หมด นอกจากนี้จะควบคุมตัวนายกรัฐมนตรี พร้อมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ให้หมด พร้อมทั้งตัดน้ำตัดไฟบ้านรัฐมนตรี
“หากยังดื้อด้านก็จะควบคุมตัว ใครพบคนเหล่านี้ให้จับตัวอย่างละมุนละม่อม และให้มานั่งตากแดดฟังปราศรัย” นายสุเทพ กล่าว
นายสุเทพ กล่าวอีกว่า ขณะนี้มีกลุ่มรัฐมนตรียุให้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อยู่สู้ต่อไป คือ นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.ต่างประเทศ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รมว.แรงงาน พล.ต.อ.ประชา พรหมนอก รองนายกรัฐมนตรี นายจาตุรนต์ฉายแสง รมว.ศึกษาธิการ นายภูมิธรรม เวชยชัย เลขาธิการพรรคเพื่อไทย น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ รมว.เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร นายปลอดประสพ สุรัสวดี รองนายกรัฐมนตรี เป็นต้น
นายสุเทพ กล่าวว่า เมื่อเช้าวันที่ 14 ม.ค. ยังมีคนมาต่อรองว่าหากรัฐบาลเลื่อนการเลือกตั้งวันที่ 2 ก.พ. เป็นวันที่ 4 พ.ค. กปปส.จะเอาอย่างไร จึงปฏิเสธไป เพราะการเลื่อนการเลือกตั้งไม่มีความหมาย เนื่องจากประชาชนคิดไปไกลถึงการปฏิรูปประเทศแล้ว
“คุณยิ่งลักษณ์จะต้องลาออกพร้อม ครม. เพื่อให้เกิดสุญญากาศทางการเมือง และหาคนดีมาเป็นนายกฯ พร้อมตั้งสภาประชาชนเพื่อปฏิรูปให้เสร็จแล้วไปเลือกตั้ง” นายสุเทพ ย้ำ
ขณะที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ยืนยันจะไม่ลาออก โดยให้เหตุผลว่าจะอยู่เพื่อรักษาประชาธิปไตย พร้อมทั้งเรียกร้องให้ทุกฝ่ายเข้าร่วมเวทีปฏิรูป เพราะถ้าเรียกร้องอย่างนี้บ้านเมืองจะเดินต่อไปไม่ได้
นายกิตติพงษ์ กิตยารักษ์ปลัดกระทรวงยุติธรรม ระบุในเฟซบุ๊กเสนอทางออกว่า ขอให้เลื่อนการเลือกตั้งวันที่ 2 ก.พ.เพื่อนำไปสู่การปฏิรูปอันเป็นหนทางที่ทำให้ประเทศก้าวพ้นจากความขัดแย้ง และเพื่อให้มีเวลาเพียงพอที่คู่ขัดแย้งจะได้ร่วมหารือกันในเวทีกลาง เพื่อนำมาสู่การยอมรับในกรอบแนวทางการปฏิรูป และหลักประกันที่จะทำให้การปฏิรูปเกิดได้จริงหลังการเลือกตั้งร่วมกัน
ปลัดกระทรวงยุติธรรม กล่าวว่า เวทีกลางประกอบด้วย พรรคประชาธิปัตย์ กปปส. พรรคเพื่อไทย รัฐบาล นปช. พรรคการเมืองอื่นๆ เช่น กลุ่มเครือข่ายปฏิรูป ตัวแทนภาควิชาการ ภาคประชาสังคม ภาคธุรกิจ ซึ่งหารือกันแล้วอาจนำไปสู่การจัดตั้งคณะกรรมการ หรือคณะทำงานที่ได้รับการยอมรับที่มีหน้าที่ในการไปทำโรดแมปที่ชัดเจนเรื่องการปฏิรูป ได้แก่ รูปแบบขององค์กร สถานะทางกฎหมายที่เป็นหลักประกัน ประเด็นการปฏิรูปและการทำให้มีผลผูกพัน การจัดลำดับความสำคัญก่อนหลังของประเด็น รูปแบบของรัฐบาลเพื่อการปฏิรูปหลังการเลือกตั้ง
ด้านคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้นัดหารือรัฐบาลวันที่ 16 ม.ค. หากคุยกันไม่ลงตัว จะส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาว่าควรดำเนินการอย่างไร







